ไข้ซิก้าป่วยตอนท้องอันตรายมากกว่าที่คิด เพราะสามารถส่งผลไปถึงทารกที่อยู่ในครรภ์ได้ ผ่านทางรก และเลือด เชื้อไข้ซิก้าพบครั้งแรกในไทยตั้งแต่ปี  พ.ศ.2490 โดยมียุงเป็นพาหะนำโรค และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หากป่วยด้วยโรค ไข้ซิก้า มีความเสี่ยงสูงที่ทารกในครรภ์จะมีภาวะผิดปกติตั้งแต่แรกคลอดอย่างเช่น ภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด ทารกตัวเล็กแคระแกร็น หรือมีพัฒนาการช้า รวมถึงอาจมีภาวะแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

ไข้ซิก้า คืออะไร

ไข้ซิก้า เกิดจากการติดเชื้อในตระกูลฟลาวิไวรัส ซึ่งเป็นจำพวกเดียวกับไวรัสไข้เหลือง ไข้แดง และไวรัสไข้สมองอักเสบ พบครั้งแรกในปี พ.ศ.2490 ในป่าซิกา ประเทศยูกันดา โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคเหมือนกับไข้เลือดออก ไข้ซิก้าไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร หากเกิดในบุคคลปกติทั่วไป แต่หากเกิดกับคนท้องจะถือว่ามีความเสี่ยงมาก เนื่องจาก ไวรัสซิกา จะแพร่จากแม่ไปสู่ทารกในครรภ์ได้ผ่านทางสายรก หรือเลือดที่มีการแลกเปลี่ยนกัน และเมื่อทารกได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว จะส่งผลทำให้คลอดออกมามีสภาวะสมองเล็ก พัฒนาการช้า ตัวเล็ก แคระแกร็น หรือนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ได้

อาการเมื่อป่วยเป็นโรคซิก้า

โรค ไข้ซิก้า จะมีระยะฟักตัวโดยประมาณ 4-7 วัน ระยะสั้นที่สุดก็คือ 3 วัน นานสุดคือ 12 วัน สำหรับผู้ป่วยด้วยโรคไข้ซิก้าจะมีอาการดังต่อไปนี้

- มีอาการตัวร้อน พร้อมกับมีไข้ต่ำ ๆ

- ปวดหัว อ่อนเพลีย อาจมีต่อมน้ำเหลืองโต

- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ

- เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดงแต่ไม่มีขี้ตา

- มีอาการท้องร่วง

- มีผื่นแดงตามบริเวณลำตัวและแขนขา รวมถึงอาจมีผื่นที่ฝ่ามือได้

- มีอาการความผิดปกติทางระบบประสาท

- ผู้ป่วยด้วยโรค ไข้ซิก้า ร้อยละ 80 จะไม่แสดงอาการก็ได้

โดยส่วนมากผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสไข้ซิก้ามักจะไม่แสดงอาการอะไรเลย แต่หากมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นให้รีบไปพบแพทย์ เพราะมีความคล้ายคลึงไข้เลือดออก และไข้ซิก้า และผู้ป่วยกำลังตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจะดีกว่า

ปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อไข้ซิก้า

เชื้อ ไข้ซิก้า เป็นเชื้อที่สามารถแพร่กระจาย และติดต่อกันได้ โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสซิกานั้นก็จะมีดังนี้

- การถูกยุงที่เป็นพาหะของไวรัสกัด

- สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์

- หากคุณแม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิก้า เชื้อนี้จะส่งผ่านไปยังทารกในครรภ์

Sponsored

- หากบริจาคเลือดมีเชื้อไวรัสซิก้า เชื้อจะส่งต่อมายังผู้รับเลือดได้

เป็นไข้ซิก้าตอนท้อง อันตรายอย่างไร

อย่างที่ได้กล่าวในบทความข้างต้นแล้วว่า ไข้ซิก้า หากเกิดกับบุคคลปกติทั่วไปจะไม่ร้ายแรงอะไร แต่หากเกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์จะอันตรายมาก เพราะเชื้อสามารถแพร่กระจายไปยังทารกในครรภ์ได้ และเมื่อทารกในครรภ์ได้รับเชื้อ ไวรัสซิกา จะทำให้เกิดภาวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

- ทารกที่คลอดออกมาจะมีหัวที่เล็ก หรือเกิดสมองพิการตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากไวรัสจะเพิ่มขึ้นภายในเซลล์ประสาท และเมื่อเซลล์ประสาทตั้งต้นถูกทำลายก็จะทำให้ไม่มีการเจริญเติบโต

- มีขนาดตัวที่เล็ก แคระ แกร็น

- มีพัฒนาการช้า กว่าเด็กปกติทั่วไป

- มีปัญหาทางด้านการได้ยิน และการมองเห็น

วิธีการรักษาโรคซิก้า

การรักษา ไข้ซิก้า ในปัจจุบันยังไม่มียา หรือวัคซีนที่เฉพาะเจาะจงในการรักษาเชื้อไวรัสซิกา การรักษาหลักคือต้องรักษาตามอาการอย่างเช่น หากผู้ป่วยมีไข้ ก็จะให้ยาลดไข้ หรือยาบรรเทาอาการปวดพาราเซตามอล เป็นต้น ส่วนการดูแลรักษาภาวะ congenital Zika syndrome ในคุณแม่ตั้งครรภ์ แพทย์จะทำการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่องเพื่อประเมินความผิดปกติ และการเจริญเติบโต พัฒนาการของทารกในครรภ์ โดยแพทย์จะนัดติดตามอาการตามอายุตั้งแต่ 1, 2, 3, 4, 6, 9, 12, 18 ไปจนถึง 24 เดือน รวมทั้งประเมินอาการภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ การนอนหลับ การดูดกลืน การสำลัก การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติไปอย่างเช่น อาการชัก การประเมินการได้ยิน การมองเห็นตรวจสายตาโดยแพทย์จักษุตั้งแต่อายุ 3 เดือนแรก และหากทารกมีความผิดปกติในการมองเห็น หรือได้ยิน แพทย์ก็จะรีบส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางให้เร็วที่สุด

โรคซิก้า ป้องกันได้อย่างไร

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้ป่วยเป็น ไข้ซิก้า นั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การไม่ทำให้ตัวเองตกอยู่ในความเสี่ยงจากปัจจัยต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การติดเชื้ออย่างเช่น การไม่เดินทางไปยังที่ที่มีการระบาดของเชื้อ ไวรัสซิกา การสวมถุงยางอนามัย หรืองดมีเพศสัมพันธ์กับสามีที่เพิ่งเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด นอนในมุ้ง หรือห้องที่มีมุ้งลวดป้องกันยุงหรือแมลง สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงกัด หากมีอาการไข้ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ไข้ซิก้า เป็นไข้ที่ไม่ได้รุนแรงอะไรหากเกิดกับบุคคลทั่วไปจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับเชื้อไวรัสซิกาเข้าไปจะส่งผลถึงทารกในครรภ์ได้ เพราะฉะนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์จึงต้องระวังโรคไข้ซิก้าเป็นพิเศษ ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไข้ซิก้าระหว่างตั้งครรภ์นั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่www.konthong.com
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

youtube:KonThong Channel คนท้อง
IG :Team_konthong
Tiktok :Teamkonthonth

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ลูกน้อยมีพัฒนาการดีไหม เช็คได้จาก 8 สัญญาณนี้

2.บล็อกไม้ของเล่นเด็ก ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อย