เนื่องในสัปดาห์แห่งการสร้างภูมิคุ้มกัน (World Immunization Week) ระหว่างวันที่ 24 – 30 เมษายน ของทุกปี เพื่อต้องการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงคุณค่าในการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการปกป้องคนนับล้านชีวิตให้รอดพ้นจากความเสี่ยงของโรคติดต่อมากมายที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยหนึ่งในวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่ประสบความสำเร็จและคุ้มค่าที่สุดในโลกคือการฉีดวัคซีน โดยมีส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งได้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้นักวิจัยต่างเร่งผลิตวัคซีน ซึ่งเป็นความหวังในภาวะวิกฤตครั้งนี้ รวมถึงยังได้สร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของวัคซีนมากยิ่งขึ้น

ในขณะที่ยังมีผู้คนส่วนหนึ่งที่มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนว่าอาจส่งผลต่อสุขภาพ อาจทำให้เกิดภาวะ เรียนรู้ช้าหรือพิการได้ อย่างไรก็ตาม มีแพทย์จากนานาประเทศต่างก็ยืนยันว่าการฉีดวัคซีน “มีความปลอดภัยสูง” และ “มีความจำเป็นอย่างมาก” ในการจำกัดวงจรการระบาดของโรคร้ายที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยง หรืออาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้

. เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา  ปัจจุบันเป็นประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ในฐานะแพทย์ผู้บุกเบิกเรื่องหลักเกณฑ์การใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อ และโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล ได้ก่อตั้งสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ก่อตั้ง Asian Society of Pediatric Infectious Diseases และเป็นนายกสมาคมคนแรก ที่ร่วมก่อตั้ง Asia-Pacific Society of Clinical Microbiology and Infection รวมถึงได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กของโลก (President, World Society of Pediatric Infectious Diseases) ได้ทำการวิจัยในระยะแรกศึกษาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ค้นพบ macrophage aggregation factor ตีพิมพ์ใน Journal of Immunology รวมถึงทำงานวิจัยเกี่ยวกับโรคติดเชื้อ ยาต้านจุลชีพ และวัคซีน ให้ข้อมูลว่า “การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคมีความจำเป็นอย่างมากในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาวะที่เกิดโรคอุบัติใหม่และยังเป็นโรคระบาดอีกด้วย เช่นเดียวกับภาวะวิกฤต COVID-19 ในช่วงเวลานี้ ปกติแล้วร่างกายของคนเราจะมีกลไกในการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อโรคหรือสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย แบ่งเป็น 2 ระบบใหญ่ๆ คือ 1. ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด เป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเองตามธรรมชาติ และมีความสามารถในการป้องกันหรือทำลายจุลินทรีย์หรือสิ่งแปลกปลอมได้ในระดับนึง โดยไม่จำเพาะเจาะจงกับเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่จะป้องกันโรคได้หลายชนิด ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ พันธุกรรม ฮอร์โมน และภาวะโภชนาการของแต่ละบุคคล และ 2. ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังจากที่ได้รับสิ่งแปลกปลอม โดยจะตอบสนองจำเพาะกับเชื้อโรคผ่านเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) ซึ่งจะจดจําเชื้อโรคได้ และจะตอบสนองในครั้งหลังๆ ได้เจาะจงและรวดเร็วขึ้น รวมถึงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

. เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา  กล่าวเสริมว่า เนื่องด้วยทุกวันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก และจากการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยให้ประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น ปัจจุบันคนไทยมีอายุขัยคาดการณ์เฉลี่ยตามช่วงเวลา (period life expectancy) ประมาณ 70-80 ปี ซึ่งต่างจากอดีตที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 40-50 ปี จึงจำเป็นที่จะต้องดูแลสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีอายุที่ยืนยาวโดยปราศจากโรคภัย ฉะนั้นการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา และการสร้างย่อมดีกว่าการซ่อม เพราะจะทำให้ร่างกายของเราสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้อย่างยั่งยืน โดยระหว่างที่ยังรอคอยความหวังจากวัคซีนโควิด-19 ขอแนะนำวิธีการดูแลตนเองเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ด้วยวิธีง่ายๆ 4 อย่าง คือ

  1. ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้ออกแรงหรือได้เคลื่อนไหวร่างกายทำให้สุขภาพแข็งแรง สมรรถภาพของหัวใจและปอดดีขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น และส่งผลทำให้อายุยืนยาว มีคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ
  2. รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ รวมถึงสามารถทานอาหารหรือวิตามินเสริม  คนที่ขาดแร่สังกะสี (Zinc) หรือวิตามินดี จะมีภูมิต้านทานลดลง แร่สังกะสีจะมีในถั่ว งา สาหร่าย เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ส่วนวิตามินดี ได้จากแสงแดด
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ควรอดนอน เพราะร่างกายจะต่อสู้กับเชื้อโรคไม่ได้ และทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง
  4. ทำจิตใจเบิกบาน ไม่ให้เครียด คนที่เครียดหรือซึมเศร้าจะมีภูมิต้านทานลดลง ป่วยบ่อยขึ้น

นอกจากนี้ ควรจะหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยง หากจำเป็นก็ควรหาวิธีป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เว้นระยะห่างทางสังคม อย่างน้อย 2 เมตร และหมั่นฆ่าเชื้อโรคด้วยการล้างมือ หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ ควรล้างมือก่อนที่จะสัมผัส ตา จมูก ปาก เสมอ ทำความสะอาดสิ่งที่เราแตะต้องบ่อย เช่น ลูกบิดประตู พื้นผิวโต๊ะทุกวัน ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดการติดเชื้อในสังคมและการแพร่เชื้อในชุมชน เนื่องด้วยการผลิตวัคซีนนั้น จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 – 18 เดือน เพราะการที่จะนำวัคซีนไปฉีดในร่างกายมนุษย์ที่แข็งแรงนั้นยิ่งต้องมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยจริง ๆ และสามารถป้องกันโรคได้จริง ๆ โดยปกติแล้ว การพัฒนาวัคซีนจะต้องผ่านการทดสอบขั้นต้นในห้องปฏิบัติการและทดลองในสัตว์ก่อน จึงจะมาถึงขั้นตอนการทดลองทางคลินิก (clinical trials) หรือการทดลองกับมนุษย์ซึ่งมีอยู่ 3 ระยะด้วยกัน ระยะแรกจะเป็นการทดสอบในกลุ่มเล็กเพื่อดูเรื่องความปลอดภัย วิธีให้ ขนาดของยา และผลข้างเคียงเป็นหลัก ระยะที่สองจะทดลองในกลุ่มคนจำนวนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นที่ผู้มีลักษณะตรงกับกลุ่มเป้าหมายของวัคซีน เช่น มีอายุหรือข้อมูลสุขภาพแบบเดียวกัน รวมทั้งทดสอบในพื้นที่ที่เกิดการระบาดของโรค ระยะที่สามจะทดลองกับประชากรในวงกว้างเป็นกลุ่มใหญ่หลายพันคน เพื่อดูประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโรคและผลข้างเคียงเปรียบเทียบกับยาหลอก

สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี อาจจะต้องพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ระบบสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อให้ต่อสู้กับเชื้อใหม่ ๆ ได้ สังเกตได้ว่าไม่มีเด็กเสียชีวิตจากโควิด-19 เพราะสามารถสู้กับเชื้อไวรัสนี้ได้ ทำให้เด็กไทยทีติดเชื้อมีจำนวนไม่มากและมักเป็นเด็กที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อโควิด-19 เด็กที่ติดเชื้อพบว่ามีอาการน้อยหรือแทบไม่มีอาการ แต่สิ่งที่กังวล คือเด็กที่ติดเชื้ออาจนำเชื้อไปแพร่สู่ผู้สูงวัยในบ้านได้ ในทางกลับกัน ยังมีโรคอื่น ๆ อีกมากมายในวัยเด็กที่ผู้ปกครองควรตระหนักรู้และจำเป็นต้องพาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนป้องกันให้ครบตามกำหนด เพราะเป็นวัคซีนที่ป้องกันโรคระบาดที่สามารถทำให้เด็กเสียชีวิตได้หากไม่ป้องกัน เช่น โรคคอตีบ โรคบาดทะยัก โรคโปลิโอ โรคหัด ไวรัสตับอักเสบ บี และไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น”

Sponsored

การฉีดวัคซีนจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของประชากรลงจากโรคที่ป้องกันได้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่คุ้มค่า ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้แก่คนไทย

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We  promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and  more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact  us if any problems have occurred or have any questions you would like  to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.40 ปีสวนสยาม ก้าวสู่ “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” เชิญนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ สวนสนุกเปิดยาวถึง 4 ทุ่ม เริ่มต้นเพียง 300 บาท

2.รร.นานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ จัดกิจกรรม BASIS Open House สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้ด้วยตนเอง