เมื่อถึงวัยที่ต้องให้อาหารเสริมกับลูก ผัก ผลไม้ เป็นอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อลูกมาก เนื่องจากมีเกลือแร่และวิตามินที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ยังมีเส้นใยสูง ซึ่งจะช่วยให้เด็กขับถ่ายได้ดี แก้อาการท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยม แต่การกินผักผลไม้ใช่ว่าจะได้ประโยชน์อย่างเดียว บางครั้งผักผลไม้กลับมีโทษจากยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นคุณแม่ควรล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนนำมาให้ลูกกินเสมอ ซึ่งเราก็มีวิธีการกำจัดสารพิษในผักผลไม้มาแนะนำคุณแม่กันด้วย

วิธีล้างทำความสะอาดผักผลไม้ ก่อนให้ลูกกิน

คุณแม่สามารถล้างสารพิษจากผลไม้ ก่อนนำมาให้ลูกกินได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.ใช้เบกกิ้งโซดา

เบกกิ้งโซดาที่ใช้เป็นส่วนผสมในการทำขนมเบเกอรี่ต่างๆ ซึ่งคุณแม่รู้จักกันดีมีชื่อทางเคมีว่า โซเดียมไบคาร์บอเนต สามารถนำมาผสมน้ำเพื่อล้างผักและผลไม้ ช่วยลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ดีที่สุด ซึ่งขั้นตอนการล้างทำได้โดยการเตรียมน้ำ 20 ลิตรสำหรับล้างผักผลไม้ ผสมเบกกิ้งโซดาลงไป 1 ช้อนโต๊ะคนให้ละลายไปกับน้ำ และนำผักลงไปแช่ได้เลย โดยจะแช่ไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นก็นำไปล้างด้วยน้ำสะอาดอีก 2-3 ครั้ง

2.ล้างผักด้วยการเปิดน้ำไหลผ่าน

วิธีนี้จะช่วยชำระล้างคราบสกปรกที่อยู่ในกาบใบของผัก เช่น ผักกาดในส่วนที่ใช้มือถูไม่ถึงก็จะทำให้น้ำสามารถชำระสารพิษที่อยู่ตามซอกของผักออกไปได้ หลังจากล้างน้ำไหลผ่านแล้ว ควรนำมาตัดส่วนโคนต้นทิ้งไป แล้วแกะออกมาทีละใบ ล้างตรงโคนกาบใบอีกครั้ง ทั้งนี้การเปิดน้ำก็ควรเปิดในปริมาณที่พอเหมาะไม่เปิดแรงเกินไปจนผักช้ำ และเปิดให้น้ำไหลผ่านในเวลา 3-5 นาที จะช่วยลดปริมาณสารพิษที่ตกค้างได้ 54 ถึง 63 เปอร์เซ็นต์

3.ด่างทับทิม

วิธีการล้างด้วยด่างทับทิมให้ละลายด่างทับทิมประมาณ 20-30 เกล็ดลงในน้ำ 4 ลิตร เมื่อด่างทับทิมละลายดีแล้วให้แช่ผักผลไม้ทิ้งไว้นาน 10 นาที หลังจากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีก 2-3 รอบ เท่านี้สารพิษตกค้างต่างๆ ก็ถูกชำระล้างออกไปในปริมาณหนึ่งแล้วล่ะ

4.น้ำส้มสายชู

วิธีนี้ให้ใช้น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 4 ลิตร โดยให้นำผักและผลไม้มาแช่ในน้ำทิ้งไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะแช่ประมาณสิบนาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะช่วยลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ดีทีเดียว

5.ล้างด้วยน้ำเกลือ

ใช้เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 4 ลิตรและนำผักผลไม้ที่ต้องการจะล้างแช่ไว้ในน้ำเกลือนานสิบนาทีหลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีก 2-3 รอบ เท่านี้สารพิษต่างๆ ก็ลดลงไปเป็นจำนวนมากแล้ว

6.ล้างด้วยน้ำยาล้างผลไม้

Sponsored

การเลือกซื้อน้ำยาล้างผักผลไม้ก็ควรเลือกชนิดที่เชื่อถือได้ และได้รับใบรับรองว่าปลอดภัยล้างผักได้จริง และเลือกแบบที่เจือจาง 0.3% ตามคำแนะนำที่ฉลากการล้างผักผลไม้ด้วยน้ำยาล้างผักผลไม้ควรแช่ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก ไม่ควรแช่นานเกินไป เพราะจะทำให้น้ำยาซึมเข้าไปในผักผลไม้ได้จนเสียรสชาติ และอาจส่งผลเสียได้อีกด้วย

7.น้ำยาล้างขวดนม

คุณแม่สามารถนำน้ำยาล้างขวดนมลูกมาล้างผักผลไม้ให้ลูกได้ โดยผสมน้ำยาล้างขวดนมครึ่งช้อนชากับน้ำ 4-5 ลิตร หลังจากนั้นนำผักลงไปแช่ รวมทั้งล้างถูบริเวณผิวของผัก หรือผลไม้แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด การล้างด้วยน้ำยาล้างขวดนมจะช่วยลดสารพิษตกค้างได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์

8.ล้างด้วยน้ำซาวข้าว

ขณะที่คุณแม่หุงข้าวและซาวข้าวให้เก็บน้ำซาวข้าวไว้ เมื่อจะล้างผักและผลไม้ก็ให้ผสมน้ำเกลือจางจนน้ำซาวข้าวมีลักษณะสีขาวขุ่นเหมือนน้ำนมอ่อนๆ หลังจากนั้นจึงนำผักผลไม้ลงไปแช่ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีก 2-3 ครั้งก็จะทำให้ผักผลไม้สะอาดขึ้นได้

9.แช่ถ่าน

ถ่าน ที่เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้หุงต้มสามารถนำมาดูดซับพิษของสารเคมีในผักผลไม้ได้ โดยการผสมน้ำ 4-5 ลิตร แล้วนำทางลงไปแช่ประมาณ 3-4 ก้อน และเอาผักผลไม้ลงไปแช่น้ำประมาณ 30 นาทีเพื่อให้ทานได้ดูดซับสารพิษสารเคมีออกจากผักและผลไม้ หลังจากนั้นก็ล้างด้วยน้ำเปล่าอีก 2-3 ครั้งก็จะทำให้สารเคมีในผักผลไม้ลดลงได้

10.การปอกเปลือก

หลังจากล้างแล้วหากไม่มั่นใจว่าผลไม้สะอาดปราศจากสารเคมีจริงหรือไม่ ก็ให้ปอกเปลือกข้างนอกออก  เช่น เปลือกแอปเปิ้ล สาลี่ แตงกวา ฝรั่งแครอท เมื่อปอกเปลือกแล้วทำให้มั่นใจว่าจะไม่ได้ให้ลูกกินสารพิษที่เคลือบอยู่ภายนอกของเปลือกผิวเปลือกเข้าไปด้วย

การล้างทำความสะอาดผักผลไม้โดยวิธีต่างๆ ที่แนะนำมานี้ ก็ทำให้คุณแม่คลายความกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างลงไปได้บ้างแล้วใช่มั้ยคะ หากคุณแม่ยังไม่มั่นใจว่าจะสะอาดพอที่จะให้ลูกกินได้หรือยัง อาจจะล้างตามคำแนะนำข้างบนสัก 2-3 ข้อ ก็เป็นการดีจะทำให้มั่นใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่ไว้ใจได้ว่ามีการใช้สารเคมีในปริมาณที่เหมาะสม หรือหากมีสวนของเกษตรกรที่ใช้สารกำจัดแมลงจากวิธีธรรมชาติ เช่น น้ำหมักสะเดา น้ำส้มควันไม้ รวมถึงผักกางมุ้ง ก็จะทำให้ปลอดภัยสำหรับการนำมาให้ลูกกินมากยิ่งขึ้น

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ลูกไม่กินข้าว เกิดจากอะไร และวิธีการรับมือ
2.เพราะอะไร ลูกมักอาเจียนหลังดื่มนม และเป็นอันตรายไหม