เชื่อได้เลยว่า คุณแม่ท้องแรกหลายคนอาจยังไม่ค่อยเข้าใจหรือสับสนเกี่ยวกับการผ่าคลอด โดยสงสัยว่าทำไมแผลที่หน้าท้องของคุณแม่บางรายถึงเป็นแนวตั้ง บางรายเป็นแผลแนวนอน แล้วทำไมคุณแม่สวนใหญ่จึงไม่นิยมผ่าคลอดแนวตั้ง วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณได้ศึกษากันค่ะ

ผ่าคลอดแนวตั้ง เป็นยังไง

ลักษณะแผลผ่าคลอดในแนวตั้งจะเป็นการผ่าบริเวณกลางลำตัวในแนวดิ่ง โดยการวางมีดในบริเวณจุดที่ต่ำกว่าสะดือลากยาวลงมาจนอยู่บริเวณเหนือกระดูกหัวหน่าวเล็กน้อย สำหรับแผลจะมีความยาวอยู่ที่ 10 เซ็นติเมตร สำหรับการผ่าคลอดในลักษณะนี้ ผ่าคลอดแนวตั้ง จะมีการตัดผ่านเนื้อเยื่อหลายชั้น จนสามารถเข้าสู่ช่องท้องได้อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของการผ่าคลอดแนวตั้ง

การผ่าคลอดในเนวตั้งหรือแนวดิ่งนั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณหมอในการทำคลอดคุณแม่บางเคส โดยมีข้อดีดังต่อไปนี้

1. ทางคุณหมอที่ผ่าคลอดสามารถโฟกัสแผลได้ ที่สำคัญสามารถผ่าควบคู่ไปกับการผ่าตัดอวัยวะอื่นๆ ภายในช่องท้องได้ เช่น ไส้ติ่ง เป็นต้น

2. สามารถลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดีกว่าการผ่าตัดในแนวนอน อาทิเช่น เลือดจับตัวเป็นก้อนบริเวณผนังหน้าท้อง

3. ผ่าคลอดแนวตั้งใช้เวลาในการทำคลอดได้เร็วกว่า เหมาะกับแม่ท้องที่จำเป็นต้องมีการคลอดอย่างเร่งด่วน ยกตัวอย่างเช่น ปวดท้องคลอดแต่ไม่สามารถคลอดเองได้ หรือตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น

4. สะดวกคุณหมอ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ง่ายกว่า และสะดวกกว่าการผ่าคลอดในแนวนอน ไม่ยุ่งยากและซับซ้อนเท่าไหร่นัก

5. สำหรับทารกที่อยู่ผิดท่าและตัวใหญ่มาก การผ่าตัดในแนวดิ่งนี้สามารถช่วยให้คลอดออกมาได้ง่ายและปลอดภัยมากกว่า

6. กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินสามารถขยายแผลเพิ่มเติมได้ ตามดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำคลอด

ข้อเสียของการผ่าคลอดแบบแนวตั้ง

ลองมาดูข้อเสีย หรือเหตุผลที่คุณแม่ผ่าคลอดหลายคนไม่นิยมผ่าคลอดแนวตั้งกันค่ะ ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากจุดด้อยอะไรบ้างไปดูกันเลย

1. การคลอดลูกน้อยด้วยการผ่าในแนวตั้งนี้ ด้วยลักษณะของแผลแนวดิ่ง เวลาที่ลุกขยับ เคลื่อนไหวร่างกาย หรือเปลี่ยนอิริยาบทจะเกิดการระบมมากกว่าการผ่าคลอดในแนวนอน

2. ผ่าคลอดแนวตั้ง ด้วยแผลขนาดใหญ่ในแนวตั้ง ความเจ็บปวด ความระบมจะทำให้คุณแม่ผ่าคลอดมีการฟื้นตัวที่นานกว่า ยากกว่า

3. มองเห็นแผลเป็นได้ชัดกว่า คุณแม่บางคนไม่สามารถสวมเสื้อผ้าโชว์เอว โชว์สะดือได้เลย

แผลผ่าคลอดเป็นอย่างไร

จากปกติทั่วๆ ไปแล้ว การคลอดด้วยวิธีการผ่าจะก่อให้เกิดรอยแผลเย็บที่มีความยาว 4-6 นิ้วอาจยาวกว่านี้กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือทารกมีขนาดตัวที่ใหญ่มาก ซึ่งการ ผ่าคลอดเจ็บไหมไม่ว่าจะเป็นการคลอดในแนวนอน หรือแนวตั้งจะมีอาการเจ็บจี๊ดๆ ได้ โดยช่วงอาทิตย์แรกหลังจากที่มีการผ่าคลอดบริเวณผิวชั้นนอกของแผลจะเริ่มติดกัน แต่กว่าจะปิดสนิทใช้เวลาประมาณ 6 เดือน โดยผิวบริเวณแผลจะเป็นสีแดงอมม่วง ซึ่งจะค่อยๆ จางลง เรียบเนียนเป็นสีขาวในหนึ่งปี แต่สำหรับแผลกล้ามเนื้อบริเวณช่องท้องและมดลูกกว่าจะหายเป็นปกติจะใช้เวลานานหลายเดือน คุณแม่บางคนอาจต้องพักเป็นปีเลยทีเดียว

Sponsored
คลิกดู การผ่าคลอดแบบบล็อกหลัง
คลิกดู การผ่าคลอดแบบดมยาสลบ

วิธีดูแลแผลผ่าคลอด

ในการผ่าคลอด จะหายเร็ว หรือช้า ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับตัวคุณแม่เองว่ามีการดูแลตัวเองและแผลมากน้อยแค่ไหน ปฎิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอหรือไม่ รวมถึงการป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนหรือภาวะต่างๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม วันนี้ทางเว็บคนท้องของเราได้นำ วิธีการดูแลแผลผ่าคลอดแนวตั้งที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ

1. ดูแลในส่วนความสะอาดของแผล รวมถึงมือก่อนที่จะไปสัมผัสบริเวณแผลคุณแม่ หรือผู้ดูแลจะต้องทำความสะอาดมือให้ดีเสียก่อนด้วยการล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังทำแผล รวมถึงการดูแลรักษาความสะอาด ด้วยการล้างแผล และผิวเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอ

2. งดการทำกิจกรรมเสี่ยง ทำงานหนัก หรือยกของหนัก ช่วง 6 สัปดาห์หลังจากผ่าตัด ห้ามคุณแม่ทำกิจกรรม หรือทำงานที่ใช้แรง อย่างเช่น ยกของหนัก เพราะอาจทำให้เกิดการปริ ฉีกหรือแตกบริเวณแผล ส่งผลให้แผลมีการอักเสบและเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้

3. อาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายอย่างถูกวิธี โดยการอาบน้ำในกรณีที่ผ่าคลอดแนะนำให้ใช้สายผัว แทนการนอนแช่น้ำในอ่าง จากนั้นทำการฟอกตัวด้วยสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อน หลีกเลี่ยงการถูสบู่ เจล หรือแป้งบริเวณแผลผ่าคลอดแนวตั้งอย่างเด็ดขาด เพราะอาจก่อให้เกิดการหมักหมมตามมาได้

4. หลังการอาบน้ำเสร็จซับแผลให้แห้ง ด้วยผ้าสะอาด ในช่วงนี้ให้เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมๆ ไม่รัดจนเกินไป เพื่อป้องกันการเสียดสีของเสื้อผ้ากับบริเวณแผลเย็บ

5. อย่าดึงปลายไหม กรณีที่พบว่ามีปลายไหมโผลออกมาให้แจ้งหมอ หรือพยาบาลตั้งแต่ตอนที่อยู่โรงพยาบาล เพื่อป้องกันไม่ให้ไหมเกี่ยวกับเสื้อผ้าจนเกิดแผลฉีกขาด

6. หากพบความผิดปกติ อย่างเช่น ไข้ขึ้น ตัวร้อน มีรอยแดงบริเวณแผล ให้รีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงที่จะเกิดแผลติดเชื้อได้นั่นเอง

การผ่าคลอดแนวตั้ง ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าคุณแม่ทุกคนเลือกที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ ดูแลความสะอาด และคอยสังเกตุความผิดปกติของร่างกายตัวเอง ที่สำคัญพักผ่อนให้เพียงพอเพียงเท่านี้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะค่ะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.6 คุณประโยชน์ของนมแพะ มาดูสิว่ามีอะไรบ้าง

2.นมแพะดีอย่างไร ทำไมจึงเป็นตัวช่วยเสริม ที่ดีต่อลูกรัก