โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่หลายคน กังวลใจ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกน้อยเลย  แต่หากเกิดขึ้นแล้วก็ต้องดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้หายจากโรคนี้อย่างเร็วที่สุด และลดความทรมานให้น้อยลง เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือเมื่อลูกป่วยได้อย่างถูกวิธี โดยเราก็ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคอีสุกอีใสในเด็ก มาฝากกันดังนี้

สาเหตุของ โรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัส สามารถติดต่อกันได้ทางการไอ จาม และสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือฝีจากตุ่มที่ผิวหนัง จึงควรหลีกเลี่ยงลูกน้อยให้ห่างไกลจากผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้อย่างเด็ดขาด แต่หากลูกป่วยเป็นโรคนี้ซะเอง ก็ต้องระมัดระวังอย่าให้เด็กคนอื่นเข้าใกล้ลูกเช่นกัน

อาการของโรคอีสุกอีใส

เมื่อลูกป่วยด้วยโรคอีสุกอีใส จะมีอาการครั่นเนื้อ ครั่นตัว ปวดศีรษะ เจ็บคอ มีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร หลังได้รับเชื้อโรค 1-2 วัน จากนั้นจะมีผื่นเป็นจุดแดงขึ้นตามร่างกายทุกส่วน ภายใน 2-4 วัน ผื่นแดงจะกลายเป็นเม็ดตุ่มน้ำใสๆ และจะมีอาการคันร่วมด้วย ทั้งนี้พยายามอย่าให้ลูกน้อยเกาเด็ดขาด เพราะอาจจะเป็นแผลเป็นและทำให้เกิดการอักเสบยิ่งกว่าเดิมได้ ซึ่งโดยปกติแผลตุ่มน้ำจะยุบตัว และตกสะเก็ดไปเองภายใน 10-14 วัน ดังนั้นระหว่างที่แผลยังไม่ยุบ คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

การดูแลรักษา

โรคอีสุกอีใสนั้น ใช้วิธีการรักษาตามอาการ โดยให้ทานยาพาราเซตตามอลในกรณีที่ปวดศีรษะ หากมีอาการคันมาก ให้ใช้คาลาไมน์โลชั่น ทาบรรเทา ส่วนผู้ป่วยที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน สามารถกลับมาดูแลตัวเองได้ที่บ้าน แต่ถ้าหากมีอาการรุนแรงในเด็กเล็ก และสตรีตั้งครรภ์ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด และถูกวิธี ทั้งนี้ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะดีที่สุด เพราะแม้ว่าโรคนี้จะหายได้เอง และไม่ค่อยอันตรายมากนัก แต่หากเกิดการติดเชื้อ มีภาวะแทรกซ้อนขึ้นมา ก็อันตรายได้เหมือนกัน

การป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคอีสุกอีใสที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การติดเชื้อที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อ การติดเชื้อสเตรปโตคอกคัส กรุ๊ปเอ โรคปอดบวม สมองอักเสบ การประสานงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ ภาวะติดเชื้อในการะแสเลือด ภาวะขาดน้ำและเกลือแร่  ดังพ่อแม่ ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด ถ้าหากมีอาการผิดปกติ หรืออาการรุนแรงมากขึ้น ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

Sponsored

สิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้

คุณพ่อคุณแม่ สามารถป้องกันลูกน้อยจากโรคนี้ได้ แม้ว่าจะไม่ 100% แต่ก็ลดโอกาสเกิดโรคและลดความรุนแรงได้ดีทีเดียว โดยให้นำลูกน้อยไปรับการฉีดวัคซีนโรคอีสุกอีใส โดยส่วนใหญ่จะฉีดเข็มแรกประมาณอายุ 1 ปี  และฉีดเข็มที่ 2 ตอนอายุประมาณ 4-6 ปีนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสและต้องการฉีดวัคซีนป้องกัน ก็สามารถทำได้ โดยให้ฉีดวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่ 2 ห่างกัน 28 วัน ทั้งนี้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสจะช่วยลดโอกาสและความรุนแรงของโรคได้มากขึ้น  สำหรับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องและสตรีมีครรภ์นั้น ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนรับการฉีดทุกครั้ง

โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่สามารถหายได้เอง แต่ระยะเวลาของการติดเชื้อและแสดงอาการของโรคอาจจะใช้ระยะเวลา 1-3 สัปดาห์ ส่วนในผู้ใหญ่นั้นจะมีอาการรุนแรง หายช้ากว่าเด็กเล็ก  โดยระหว่างโรคแสดงอาการ ต้องดูแลรักษา เอาใจใส่ผู้ป่วยให้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน เพื่อพักฟื้นรักษาร่างกายให้หายจากโรคอีสุกอีใสได้เร็วขึ้น

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทำความรู้จักกับสารอาหารในนมแม่ เช็คสิ มีอะไรบ้าง

2.7 วิธีดูแล ทำความสะอาดเต้านม พร้อมกระตุ้นน้ำนมแม่