การฉีด วัคซีนสำหรับคนท้อง นั้น มีความจำเป็นสำหรับทารกน้อยอย่างมาก เพราะหากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนที่จำเป็นแล้วจะมีความเสี่ยงต่อการที่จะติดโรคต่าง ๆ ได้มาก มาดูกันว่า มีวัคซีนอะไรบ้างที่แม่ท้องต้องฉีดกันค่ะ ติดตามอ่าน

วัคซีนสำหรับคนท้อง

มารู้จัก 5 วัคซีนสำหรับคนท้อง กันค่ะ..

1.วัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน ว่าที่คุณแม่ควรจะฉีดวัคซีนตัวนี้ก่อนจะมีการตั้งครรภ์ คำแนะนำนะคะพอรู้ว่าจะแต่งงานก็ควรไปฉีดเสียแต่เนิ่นๆจะดีที่สุดค่ะ เพราะเมื่อฉีดแล้วจะต้องคุมกำเนิดไว้ก่อน 3 เดือน เพราะหากแม่เป็นโรคหัดเยอรมันในช่วงไตรมาสแรกหรือสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ จะส่งผลให้ลูกในครรภ์มีอาการผนังหัวใจรั่ว หูหนวก เป็นต้อกระจก และพิการได้

อัตราความพิการเมื่อได้รับเชื้อหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์เดือนที่          1  โอกาสพิการ        30-50   เปอร์เซ็นต์

ตั้งครรภ์เดือน            2  โอกาสพิการ        25-30   เปอร์เซ็นต์

ตั้งครรภ์เดือน            3  โอกาสพิการ        15       เปอร์เซ็นต์

และการตั้งครรภ์เดือน   4  โอกาสพิการ        4         เปอร์เซ็นต์

ซึ่งหลังจากนั้นโอกาสพิการจะลดต่ำลงมาจนแทบจะไม่มีผล

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนหัดเยอรมัน  

วัคซีนที่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนหัดป้องกันเยอรมัน  ความสำคัญของการฉีดวัคซีนชนิดนี้ คือ 

  • กรณีที่คุณแม่ไม่ได้ฉีดวัคซีนตัวนี้ หากตั้งครรภ์ 1-3 เดือนแรกแล้วเกิดเป็นหัดเยอรมันขึ้นมา จะส่งผลให้ทารกในครรภ์พิการที่อวัยวะต่าง ๆ เช่น หู ตา หัวใจ  แขน ขา และสมอง ดังนั้นหากคู่แต่งงานเตรียมการวางแผนที่จะมีลูกฝ่ายหญิงควรจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันก่อนตั้งครรภ์
  • เว้นระยะการตั้งครรภ์ออกไป 3 เดือน เพื่อให้วัคซีนสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
  • แต่ถ้าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วไม่ได้ฉีดก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ แต่ในระยะ 3 เดือนแรกต้องดูแลร่างกายให้ดี หลีกเลี่ยงไปสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก  และไม่ควรอยู่ใกล้กับคนที่เป็นไข้หวัด หรือคนที่มีอาการไอ จาม
  • หากคุณแม่เป็นหัดเยอรมันในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์จะไม่มีผลกระทบอะไรกับทารกในครรภ์เนื่องจากทารกได้เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว

2.วัคซีนป้องกันบาดทะยัก  

ไม่น่าเชื่อว่าในเด็กทารกแรกเกิดจะเป็นโรคนี้กันมากกว่าโรคอื่นๆ  นั่นเป็นเพราะเด็กสามารถติดเชื้อผ่านทางแผลที่ตัดสายสะดือเด็ก ในกรณีที่คุณแม่ไม่เคยฉีดวัคซีนตัวนี้มาก่อน คุณหมอจะแนะนำให้ฉีดเข็มแรกทันทีที่มาฝากครรภ์ หลังจากนั้นอีก 1 เดือน จึงมาฉีดเข็มที่ 2 เมื่อแม่ได้รับวัคซีนบาดทะยักนี้แล้วจะส่งผ่านไปยังทารกในครรภ์เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ในครรภ์

3.วัคซีนป้องกันคอตีบ (Diphtheria)

Sponsored

โรคคอตีบมีความรุนแรงสามารถทำให้แม่และลูกเสียชีวิตได้ อาการคือ หายใจไม่ออก มีการอุดตันทางเดินหายใจ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบวัคซีนคอตีบเป็นวัคซีนที่ไม่มีอันตรายใด ๆ จึงเป็นวัคซีนที่คุณหมอแนะนำให้แม่ตั้งครรภ์ฉีดเพื่อช่วยป้องกันโรคคอตีบทั้งในแม่และทารกในครรภ์ เป็นวัคซีนที่ใช้ฉีดร่วมกับวัคซีนบาดทะยักโปรแกรมการฉีดจะเป็นเช่นเดียวกับการฉีดบาดทะยัก

4.วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่นี้สามารถฉีดได้ขณะคุณแม่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เพราะหากเกิดติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จะมีผลทำลายประสาทส่วนกลางของทารกได้ วัคซีนนี้สามารถฉีดให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ในทุกฤดูกาล  ไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นฤดูหนาวที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาดเท่านั้น วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะป้องกันได้ทั้งแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ สามารถฉีดได้ทุกอายุครรภ์ ฉีด 1 เข็มสามารถคุ้มกันโรคได้ 1 ปี

5.วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)

สามารถฉีดได้ในกรณีที่คุณแม่บางท่านอาจจะมีความเสี่ยงหรืออาจต้องสัมผัสกับเชื้อหรือเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่  สำหรับแม่ตั้งครรภ์ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่แล้วเมื่อลูกคลอดออกมาก็จะมีเชื้อนี้อยู่ด้วย หากแม่ตั้งครรภ์ไม่เคยฉีดวัคซีนนี้หรือเจาะเลือดแล้วไม่มีภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี ควรฉีดวัคซีนนี้เพื่อป้องกันทั้งแม่และลูก

 

ป้องกันไว้ดีกว่าด้วยการฉีดวัคซีน ร่วมแชร์ประสบการณ์ เรื่องราวการคลอดบุตร การดูแลทารก และการเลี้ยงลูกในแบบฉบับของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครอบครัว ร่วมสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ที่มีประโยชน์ หากมีข้อข้องใจหรือคำถาม ทางทีมงานจะหาคำตอบมาให้คุณ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก www.marchofdimes.org/pregnancy/vaccinations-during-pregnancy.aspx

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/