การตรวจอัลตร้าซาวด์อย่างน้อย 2 ครั้งในระหว่างตั้งครรภ์ สามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับทารกได้มากมาย โดยผ่านตัว อักษรย่อรูอัลตร้าซาวด์ บนแผ่นรายงานอัลตร้าซาวด์นั้น ซึ่งอาจทำให้คุณแม่เกิดความสงสัยว่าตัวอักษรเหล่านี้หมายถึงอะไร และวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับตัวอักษรย่ออัลตร้าซาวด์กัน

การอัลตร้าซาวด์ สำคัญอย่างไร

การอัลตร้าซาวด์ในแต่ละไตรมาสของคนท้องมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยในช่วงไตรมาสแรก แพทย์จะทำการตรวจอัลตร้าซาวด์เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ ประเมินจำนวนทารกในครรภ์ คำนวณวันครบกำหนดการคลอด รวมทั้งความผิดปกติอื่นๆส่วนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์นั้น แพทย์จะตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นของทารกในครรภ์ ซึ่งตัวอักษรบนแผ่นรายงานการอัลตร้าซาวด์นั้นก็จะมีความแตกต่างกันด้วยตามเป้าหมายของการตรวจแต่ละครั้งด้วย

ความหมายของ อักษรย่อรูปอัลตร้าซาวด์

ตัวอักษรย่อต่างๆบอกให้ทราบถึงการตรวจดังต่อไปนี้

1.CRL การวัดความยาวของทารก (Crown-Rump Length)

ประโยชน์ของการวัดความยาวของทารก จะทำให้ทราบถึงอายุครรภ์ได้ โดยแพทย์จะทำการวัดความยาวจากยอดศีรษะถึงส่วนล่างสุดของสะโพก ซึ่งไม่รวมแขนขาและถุงไข่แดง ดังนั้นเพื่อความแม่นยำในการทำนายอายุครรภ์ จึงแนะนำให้ตรวจให้ช่วงอายุครรภ์ตั้งแต่ 6-10 สัปดาห์ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุด

2.BPD การวัดความกว้างของศีรษะทารก (Biparietal Diameter)

การคำนวณอายุครรภ์อีกวิธีหนึ่ง สามารถทำได้ในช่วงไตรมาสที่สอง คือการวัดความกว้างของศีรษะทารก ซึ่งจะนิยมทำกันในช่วงที่มีอายุครรภ์ได้ 14-28 สัปดาห์

3.HC การวัดเส้นรอบวงศีรษะ (Head Circumference)

ในกรณีที่ศีรษะของทารกมีความรูปร่างผิดแปลกไป การตรวจด้วยวิธีวัดความกว้างของศีรษะอาจไม่ชัดเจน จึงใช้การวัดเส้นรอบวงศีรษะเพื่อช่วยประเมินอายุในครรภ์ของทารกแทน ซึ่งสามารถตรวจได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3

4.AC การวัดเส้นรอบท้อง (Abdominal Circumference)

ในปัจจุบัน แพทย์ใช้การวัดเส้นรอบท้อง เพื่อให้ทราบถึงการเจริญเติบโต และน้ำหนักของทารกในครรภ์ได้

5.FL การวัดความยาวกระดูกต้นขา (Femur Length)

การคาดคะเนอายุของทารกในครรภ์สามารถทำได้โดยการวัดความยาวของกระดูก โดยนิยมวัดที่กระดูกต้นขาของทารก แต่ผลที่ได้อาจคลาดเคลื่อน ซึ่งจะทำให้ค่าที่ได้สั้นกว่าความเป็นจริง

6.AFI การวัดน้ำคร่ำ (Amniotic Fluid Index)

Sponsored

การตรวจน้ำคร่ำเชิงปริมาณ โดยคำนวณความลึกของถุงน้ำคร่ำ 4 ตำแหน่ง ซึ่งค่าปกติที่ได้ควรอยู่ที่  AFI ประมาณ 5-25 เซนติเมตร
7.EFW การคะเนน้ำหนักทารกในครรภ์ (Estimated Fetal Weight)

การคาดคะเนน้ำหนักของทารกในครรภ์ ได้จากการวัดเส้นรอบท้องเป็นหลัก นอกจากนี้ตัวแปรสำคัญอย่างการวัดความกว้างของศีรษะ และการวัดเส้นรอบศีรษะ ในกรณีที่วัดผิดพลาด รวมทั้งความผิดพลาดในการประเมินอายุครรภ์ ก็จะทำให้การคาดคะเนน้ำหนักนั้นขาดความแม่นยำ

8.LMP วันแรกของประจำเดือนรอบสุดท้าย (Last Menstrual Period)

แพทย์จะนับอายุครรภ์โดยสอบถามคุณแม่เกี่ยวกับประจำเดือนที่มาครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตั้งครรภ์ โดยนับเอาวันแรกที่ประจำเดือนมาเริ่มคำนวณอายุครรภ์

9.EDD หรือ EDC วันครบกำหนดคลอด (Expected date of delivery)

เมื่อแพทย์ทราบวันแรกของประจำเดือนที่มาครั้งสุดท้ายแล้ว แพทย์ก็จะคาดคะเนวันครบกำหนดคลอด โดยจะนับเป็นสัปดาห์ ซึ่งโดยปกติแล้วกำหนดคลอดจะเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ 40 จึงจำเป็นที่คุณแม่ควรทราบว่าประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพื่อเป็นข้อมูลให้แพทย์ใช้คำนวณอายุครรภ์ต่อไป

10.GA การคำนวณอายุครรภ์ (Gestational age)

การตรวจด้วยการอัลตร้าซาวด์ในช่วงที่อายุครรภ์น้อยๆ ตั้งแต่ไตรมาสแรก โดยเฉพาะการวัดความยาวของทารกนั้นจะช่วยให้แพทย์สามารถคำนวณอายุครรภ์ได้อย่างถูกต้อง

เหล่านี้เป็นตัวอย่างความหมายของอักษรย่อในรูปอัลตร้าซาวด์ ซึ่งถ้าคุณพ่อหรือคุณแม่มีคำถามเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามได้จากแพทย์ที่เป็นเจ้าของไข้โดยตรง เพื่อให้ช่วยคลายข้อสงสัยลงได้

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ