เดินทางระหว่างตั้งท้อง คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักเกิดความรู้สึกกังวลเมื่อต้องเดินทางไปไหนมาไหนทางไกล ทั้งการท่องเที่ยวและการไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว เพราะเกิดความรู้สึกห่วงสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์

เดินทางระหว่างตั้งท้อง

เพราะเกิดความรู้สึกห่วงสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำถึงข้อปฏิบัติขณะเดินทางด้วยพาหนะต่าง ๆ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์นั้นรู้สึกสบายใจในการออกเดินทางมากขึ้น

เดินทางระหว่างตั้งท้อง

ก่อนที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะออกเดินทาง ควรไปพบคุณหมอเพื่อตรวจสุขภาพเสียก่อน หากคุณแม่เจ็บป่วยก็ควรพักผ่อนและรักษาให้หายเสียก่อนเดินทางและเตรียมยานำไปด้วย ควรทำการจดบันทึกแบบย่อ ๆ เกี่ยวกับสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ ยาที่ใช้ และปัญหาที่มีในการตั้งครรภ์ รวมไปถึงชื่อ และเบอร์ติดต่อของคุณหมอที่ดูแล พร้อมทั้งตรวจสอบชื่อที่อยู่ เบอร์โทรของสูติแพทย์ หรือโรงพยาบาลที่อยู่ไกล้เคียงกับสถานที่ท่องเที่ยวเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน

ควรวางแผนท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ

คุณแม่ตั้งครรภ์ หรือตั้งท้องอยู่ไม่ควรไปเที่ยวหลาย ๆ แห่งควรไปเพียงแห่งเดียว เพราะการไปเที่ยวหลาย ๆ แห่งนั้นจะทำให้ร่างกายของคุณแม่อ่อนล้า ควรใช้เวลาสบาย ๆ เที่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมง สลับกับการนั่ง หรือนอนพัก ไม่ควรใช้เวลาตลอดทั้งวันในการเดินทาง และการเดินทางขึ้นที่สูงมากเช่น ภูเขา ยอดดอย ไม่เหมาะกับคุณแม่ที่กำลังตั้งท้อง เนื่องจากพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก ๆ จะทำให้มีปริมาณออกซิเจนในอากาศน้อย เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณแม่ตั้งท้องและทารก แต่หากจำเป็นจะต้องเดินทางไปในที่สูง ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมและพยายามใช้แรงให้น้อยที่สุด เมื่ออยู่ในพื้นที่สูง หากรู้สึกผิดปกติให้รีบกลับสู่พื้นที่ราบโดยเร็ว และคุณไม่ตั้งครรภ์ไม่ควรเดินทางไปในพื้นที่ระบาดของโรค เพราะร่างกายของคุณแม่ท้องนั้นจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคสูงกว่าคนทั่วไปเป็นอย่างมาก

ควรเตรียมของกินของใช้จำเป็นไปด้วย คุณแม่ควรเตรียมยา นมที่ดื่มเป็นประจำ รวมไปถึงน้ำดื่มติดตัวไปด้วย เพราะบางที่น้ำดื่มอาจไม่สะอาดมากพอ หากไม่ได้นำน้ำดื่มมาด้วยควรเลือกดื่มน้ำที่บรรจุขวดแทน สำหรับของใช้ต่าง ๆ คุณแม่ควรนำติดตัวไปด้วยนอกจากของใช้ส่วนตัว คือรองเท้าที่สวมใส่ได้สบาย ยาฆ่าเชื้อโรค ฯลฯ

การเดินทางด้วยเครื่องบิน ควรเตรียมไปรับรองแพทย์ไปด้วย หรือบอกทางสายการบินว่าตั้งท้อง เพื่อที่สายการบินจะได้เลือกที่นั่งที่สบายสำหรับคนท้องให้และมีการอำนวยความสะดวก เช่น อนุญาตให้เข้าเครื่องบินนั่งก่อนผู้โดยสารท่านอื่น ระหว่างนั่งเครื่องควรลุกขึ้นเดินบ้างและควรเลือกที่นั่งที่สามารถยืดตัวได้มาก ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ คุณแม่อาจจำเป็นต้องเตรียมอาหารส่วนตัวไปด้วย เผื่อกินอาหารบนเครื่องบินไม่ได้ ในการเดินทางข้ามทวีปควรใช้เวลาพักผ่อนหลังการเดินทาง 2-3 วันให้หายเหนื่อยและเครียดจากการเดินทางเพื่อให้ร่างกายปรับตัวสำหรับสถานที่และเวลาที่แตกต่างกัน

การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง ควรเลือกที่นั่งตอนกลางของตัวรถและติดกับทางเดิน เพราะจะกระเทือนน้อยที่สุดและมีความสะดวกในการลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย แข้งขา ไม่ควรเข้าห้องน้ำในรถยนต์โดยสาร เพราะอาจได้รับการกระทบกระเทือนจากแรงกระแทกได้

Sponsored

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนั่งด้านหน้าข้างคนขับ รัดเข็มขัดให้สายล่างอยู่ต้นขา และสายบนพาดคล้องผ่านไหล่ ควรทำการเลื่อนที่นั่งไปด้านหลังให้มากที่สุด เอนพนักพิงหลังและศรีษะพอประมาณให้รู้สึกสบาย ควรเตรียมหมอนอิงสำหรับหนุนหลังและหมอนรองคอ ในระหว่างทางควรจะหยุดรถเป็นระยะ ๆ เพื่อลงเดินยืดเส้นสายบ้าง ถ้าหากขับรถยนต์ด้วยตนเอง ควรปรับเก้าอี้ให้อยู่ในท่าที่นั่งสะดวก อย่ารัดเข็มขัดให้แน่นมากนัก ไม่ควรออกรถหรือหยุดรถแบบกระทันหัน เพราะจะทำให้เข็มขัดนิรภัยแน่นมากขึ้น และไม่ควรขับรถไกล ๆ นานเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน

การเดินทางทางเรือ การโดยสารเรือเดินทางขนาดใหญ่นั้นจะมีความปลอดภัยมากกว่าเรือเล็กหรือเรือหางยาว หรือเรือเร็ว เพราะจะมีแรงกระแทกมากกว่า ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนการคลอดคุณไม่ไม่ควรเดินทางด้วยเรือ

การเดินทางด้วยรถไฟ ควรทำการตรวจสอบว่ามีบริการอาหารบนรถไฟหรือไม่ แต่ถ้าจะให้ดีควรเตรียมอาหารไปด้วยและควรเดินทางในช่วงกลางคืนเพื่อที่คุณแม่จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในระหว่างการเดินทาง

เมื่อคุณแม่ตั้งท้อง หรือตั้งครรภ์วางแผนสำหรับการเดินทางเรียบร้อยแล้วก็สามารถเตรียมตัวออกเดินทางได้เลย พร้อมกับการท่องเที่ยวพักผ่อนให้สำราญเบิกบานหัวใจ เพราะคุณแม่รู้สึกสดชื่นลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์จะก็จะมีความสุขไปด้วย ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็สามารถเดินทางเพื่อเที่ยวผ่อนคลายได้ เพื่อเป็นการลดความเครียด เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกสดใส สดชื่น แล้วยังส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีได้รับรู้ ได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ บรรยากาศดีดี แทนที่จะเป็นห้องแคบ ๆ ที่อยู่ในเมืองซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลมากขึ้นไปอีก และหวังว่าข้อมูลที่เราได้นำเสนอนี้จะเป็นแนวทางให้กับคุณแม่ทุกท่าน เพื่อนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวดีดีของเราสวัสดีครับ

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/