การฝึกให้ลูกได้นอนหลับช่วงกลางคืนแบบยาวๆ นั้น เป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักที่จะช่วยให้ลูกได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของลูกเองในอนาคต รวมทั้งยังส่งผลดีต่อสภาพร่างกายและจิตใจของผู้เป็นแม่ด้วย ดังนั้นเราจึงมีเคล็ดลับดีๆ เพื่อช่วยฝึกให้เจ้าตัวน้อยนอนหลับกันแบบยาวๆ ในช่วงกลางคืน มาฝากคุณแม่กัน

8 เคล็ดลับ ฝึกลูกน้อยให้นอนกลางคืนยาวขึ้น

คุณแม่ท่านไหนกำลังมีปัญหาการนอนของลูก ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้กันดู

1.รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกตื่นบ่อย

การที่ลูกตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ ก็เป็นไปได้ว่า ลูกรู้สึกไม่สบายตัว เช่น หิวนม ผ้าอ้อมชื้นแฉะ ร้อนหรือหนาวเกินไป หรือโดนแมลงกัด ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ทำให้ลูกไม่สามารถนอนหลับยาวๆ ได้ ส่วนการเแก้ไขนั้น เมื่อคุณแม่รู้ถึงสาเหตุแล้วก็ควรแก้ไขไปตามนั้น นอกจากนี้ถ้าเกิดระหว่างลูกนอนอยู่แล้วลูกร้องไห้ขึ้นมา โดยไม่ทราบสาเหตุแต่เป็นอยู่บ่อยครั้ง ก็อาจเป็นไปได้ว่าลูกเพียงแค่ละเมอ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่คุณแม่ต้องทำอะไร เพียงแค่ปล่อยให้ลูกได้หลับต่อเอง เพราะถ้าไปปลุกอาจทำให้ต้องกล่อมต่ออีกยาว

2.ให้ลูกได้เล่นเต็มที่ในตอนกลางวัน

ในช่วงกลางวันคุณแม่ควรจัดกิจกรรมให้ลูกได้เล่นอย่างเต็มที่ โดยให้ตื่นนอนตั้งแต่เช้า ซึ่งในช่วงเช้าอากาศสดชื่นคุณแม่สามารถพาลูกเดินเล่นได้ ส่วนเวลากลางวัน คุณแม่ควรหากิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกได้ออกแรงเยอะๆ และหาเวลาให้ลูกได้นอนกลางวัน ส่วนการนอนกลางวัน คุณแม่สามารถให้ลูกนอนได้ แต่ควรจำกัดเวลานอนกลางวันเพียงวันละ 1-2 ชั่วโมงก็พอ และไม่ควรให้นอนหลัง 5 โมงเย็น เพราะจะส่งผลทำให้เด็กนอนไม่หลับในเวลากลางคืนได้

3.ให้ลูกรู้จักเวลากลางวันกลางคืน

คุณแม่สามารถสอนเรื่องเวลาให้ลูกได้ โดยทำให้เด็กเห็นความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน เช่นในช่วงกลางวัน มีแสงสว่าง เสียงดัง และคุณแม่ชวนลูกทำกิจกรรมต่างๆ ส่วนช่วงเวลากลางคืน เมื่อกำลังจะเข้านอน ก็ต้องสร้างบรรยากาศก่อนนอนขึ้นมา เช่น อ่านหนังสือก่อนนอน ร้องเพลงกล่อม ตบก้นลูกเบาๆ ให้กินนมอุ่นๆ ไม่มีเสียงดัง และปิดไฟ ซึ่งจะทำให้ลูกสามารถแยกแยะเวลากลางวันและกลางคืนได้ จึงช่วยให้ลูกหลับได้ยาวนานขึ้น

4.30 นาทีก่อนนอนต้องอบอุ่น

ในช่วงก่อนนอน 30 นาทีเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูก ทั้งการใช้คำพูดที่อ่อนโยน โดยคุณแม่ควรใช้เวลาก่อนนอนนี้อย่างใกล้ชิดและเต็มที่ โดยเฉพาะเด็กที่ติดแม่มากๆ และควรเปิดไฟสลัวๆ อย่างไฟแสงสีส้ม ซึ่งแสงสีส้มนั้นช่วยทำให้จิตใจลูกสงบลง เมื่อลูกรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากแม่จะทำให้เขาหลับง่าย และนอนได้นานขึ้น

5.ให้ลูกได้อิ่มท้อง

ถ้าลูกรู้สึกหิว ก็จะทำให้ลูกตื่นขึ้นมาบ่อยๆ ได้เหมือนกัน ดังนั้นก่อนพาลูกเข้านอน คุณแม่ต้องมั่นใจก่อนว่าลูกอิ่มท้องแล้ว ซึ่งถ้าลูกยังกินนมอยู่ แม่ก็ควรให้ลูกได้กินนมก่อนเข้านอน แต่ต้องไม่ลืมว่าต้องจับลูกเรอด้วยทุกครั้ง มิเช่นนั้นลูกอาจท้องอืดเนื่องจากมีลมในท้อง ซึ่งก็จะทำให้ลูกนอนหลับได้ไม่สนิท ส่วนในกรณีที่ลูกกินข้าวได้แล้ว หลังมื้อเย็น คุณแม่อาจอุ่นนมอุ่นๆ ให้ลูกได้กินอีกสักแก้วก่อนนอน ซึ่งนมอุ่นๆ จะทำให้ลูกอิ่มและสบายท้อง จึงหลับลงได้อย่างง่ายดาย

Sponsored

6.สร้างบรรยากาศในการนอน

เด็กบางคนเมื่อเปลี่ยนสถานที่นอนก็จะทำให้นอนหลับได้ยาก เนื่องจากความไม่คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ดังนั้นการจัดบรรยากาศในการนอนจึงสำคัญ โดยก่อนนอนคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง เปลี่ยนมาอ่านหนังสือนิทาน ปิดเสียงวิทยุและโทรทัศน์ เปิดไฟสลัว ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้พอเหมาะ รวมทั้งการใส่กลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ และกลิ่นของน้ำม้นหอมระเหยก็สามารถช่วยให้ลูกน้อยหลับง่ายและนานขึ้นได้

7.ปล่อยให้ลูกหลับเองบ้าง

เพราะเป็นเรื่องปกติที่เด็กมักจะร้องไห้ตอนนอน ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เด็กรู้สึกคันเหงือกเพราะฟันกำลังขึ้น หรือนอนละเมอเพราะฝันร้าย รวมทั้งอาจมีอาการสะดุ้งจากเสียงดังรอบข้าง ซึ่งคุณแม่ก็ยังไม่ต้องรีบเข้าถึงตัวลูก อาจรอสักพักให้ลูกได้หลับเอง  หรือเพียงเข้าไปช่วยตบก้นลูกเบาๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกหลับต่อได้ แต่ไม่แนะนำให้คุณแม่เข้าไปอุ้มลูกขึ้นจากเตียงเพราะอาจทำให้ลูกตื่นขึ้นมาจริงๆ และคราวนี้ละที่คุณแม่ต้องกลับมาเริ่มต้นพาลูกเข้านอนกันใหม่

8.ฝึกจนเป็นวินัย

การฝึกให้ลูกได้นอนหลับยาวๆ นั้น อย่างแรกเลยคุณแม่ ต้องอย่าลืมงดนมมื้อกลางคืนของลูกให้ได้ก่อน เพื่อที่ลูกจะได้ไม่อยากตื่นมากินนม ซึ่งเมื่อเลิกนมได้แล้ว ค่อยฝึกลูกให้นอนยาวๆ โดยคุณแม่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกได้ค่อยๆ ปรับตัว ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 1-2 เดือน โดยขึ้นอยู่กับวิธีการฝึกและนิสัยของเด็กแต่ละคนด้วย

หวังว่าเคล็ดลับช่วยฝึกให้ลูกได้หลับยาว จะช่วยให้คุณแม่ประสบความสำเร็จ ในการพาลูกเข้านอนในยามค่ำคืน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นผลดีต่อคุณแม่และลูกเอง และอย่าลืมบอกต่อวิธีที่คุณแม่สามารถนำมาใช้แล้วได้ผลกับคุณแม่ท่านอื่นๆ กันด้วยนะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.6 คุณประโยชน์ของนมแพะ มาดูสิว่ามีอะไรบ้าง

2.ก่อนให้ลูกดื่มนมแพะ มาทำความรู้จักกับ สายพันธุ์แพะกันก่อน