เด็กวัยเตาะแตะ ถือเป็นวัยแห่งการเรียนรู้สิ่งรอบด้าน ช่างสังเกต ช่างพูด ช่างสงสัย ช่างทำ เพื่อต้องการแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการหัดที่เขาจะพยายามทุกอย่างเพื่อให้เขาเดินอย่างมั่นคง หรือฝึกเคลื่อนไหวจนเกิดความมั่นใจว่าเขาสามารถเคลื่อนไหวตามที่ต้องการได้แล้ว  แม้บางครั้งทุกอย่างจะยังไม่คล่องแคล่ว แต่ก็นั่นล่ะเด็กวัยนี้ยังคงดึงดันที่จะทำให้ได้  ทีมคนท้องมีข้อมูลดี ๆ สำหรับเรื่องนี้มาฝากค่ะไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลย

เด็กวัยเตาะแตะ

ทำความเข้าใจสำหรับ เด็กวัยเตาะแตะ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนที่กำลังมีลูกน้อยวัยเตาะแตะ หรือวัยหัดเดิน คงทราบดีว่าบางครั้งเราต้องใช้พลังมหาศาลเพื่อจะดูแลเขาอย่างไม่ให้คลาดสายตา เพราะเดี๋ยวแป๊บๆ ก็จะเดินไปโน่น เดี๋ยวเดินมานี่ แบบไม่รู้จักเหนื่อย แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่จะเหนื่อยแทนซะมากกว่า ^^

เด็กวัยเตาะแตะ เป็นวัยที่เป็นรอยต่อระหว่างทารกกับวัยอนุบาล เป็นวัยที่สามารถเดินได้แล้ว แต่การเดินยังไม่คล่องแคล่ว เขาอาจจะค่อยๆ ทรงตัวเดินช้า ๆ หรือหากมีการเคลื่อนไหวก็จะมีการเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น ต้องการเดินไปหยิบของเล่น ก็อาจจะใช้มือพยุงผนังในขณะที่เดินไป หรือ เวลาที่คุณแม่เรียกและต้องการเดินกลับมาหาคุณแม่ ก็จะหยุดก่อน แล้วค่อยเบี่ยงตัวเปลี่ยนทิศทาง เป็นต้น

จนเมื่อเขาเริ่มเรียนมากขึ้น บวกกับพยายามเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมากขึ้น ในลูกน้อยวัยเตาะแตะ ก็จะสามารถเดินอย่างมั่นคง และเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น กระทั่งจะเริ่มทดลองสิ่งใหม่เพิ่มเติม เช่น ทดลองกระโดด 2 ขา หรืออาจจะทดลองกระโดดเล่นขาเดียว หรือทดลองปีนบันได ปีนเก้าอี้ หรือทดลองเดินไปข้างหน้าและเดินถอยหลัง จนในที่สุดเมื่อเข้าสู่วัยอนุบาลจะพบว่า ลูกน้อยวัยเตาะแตะจะมีพัฒนาการการเดิน การเคลื่อนไหว หรือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พัฒนาการสู่การเป็นตัวเองของเด็กวัยเตาะแตะ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นค่ะ เนื่องจากวัยนี้เป็นวัยที่มีความสนใจเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ มากขึ้น จึงทำให้เด็กวัยเตาะแตะมีบุคลิกภาพที่แสดงออกถึงการเป็นตัวของตัวเอง  จะสังเกตได้จากต้องการทำอะไรด้วยตัวเอง แม้จะทำไม่ได้แต่ก็จะมีความพยายามทำอยู่อย่างนั้น จนมีคนบอกว่าวัยเตาะแตะ คือ วัยดึงดันแห่งการเป็นตัวของตัวเอง

ความสำคัญ คือ หากคุณพ่อคุณแม่เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจกับเด็กวัยนี้ รู้ว่าลูกน้อยวัยนี้ควรส่งเสริมอย่างไร ก็จะยิ่งทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมาก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกน้อยได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองด้วย เช่น เด็กบางคนชอบเต้น เด็กบางคนชอบศิลปะ เด็กบางคนชอบดนตรี เด็กบางคนชอบให้อ่านนิทานให้ฟังชอบดูภาพนิทาน เป็นต้น ลองให้ลูกน้อยได้แสดงความชอบของเขาอย่างเต็มที่ จากนั้นจึงค่อย ๆ วางแนวทางไว้สำหรับเขา ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยค่ะ

พัฒนาการด้านอารมณ์ที่ไม่ธรรมดาของเด็กวัยเตาะแตะ

ทำไมถึงบอกว่าไม่ธรรมดา!!! นั่นเพราะเด็กในวัยนี้แต่เจ้าอารมณ์ เรียกร้องความสนใจ  บ่อยครั้งจะพบว่าลูกน้อยวัยเตาะแตะมีอารมณ์โกรธ อารมณ์หงุดหงิด อารมณ์ไม่พอใจ เพราะเขาไม่สามารถสื่อสารสิ่งที่ต้องการได้อย่างชัดเจน ดังนั้นพฤติกรรมที่จะคุณพ่อคุณแม่ควรตรวจตัวรับมือ คือ พฤติกรรมก้าวร้าว ร้องไห้ งอแง ตะโกน อาละวาด โกรธ ต่อย เตะ กัด ทุบตี หากไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

และอีกหนึ่งพฤติกรรมที่จะเห็นนั่นคือ จะมีการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของ ติดต่อคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งหากครอบครัวไหนกำลังมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มขึ้นมาอีกคน จะพบว่าลูกน้อยวัยเตาะแตะมีพฤติกรรมอิจฉา เช่น  อิจฉาน้อง เพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่รักและเอาใจใส่ดูแลน้อง ทำให้เกิดความคิดที่ว่าตัวเองจะไม่ได้รับความรักความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ หรือกลัวคุณพ่อคุณแม่จะไม่รักตัวเอง เป็นต้น วิธีแก้ไขสำหรับเรื่องนี้คือ ให้คุณพ่อคุณแม่บอกลูกน้อยวัยนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าจะมีน้องเพิ่มเป็นสมาชิกครอบครัว นี่คือน้องของเขานะ หรือให้เขาช่วยแม่ดูแลน้อง ช่วยหยิบนั่นหยิบนี่ให้ พยายามให้เขามีส่วนร่วมในการช่วยเลี้ยงน้อง ที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะแสดงความรักกับเขาด้วย ก็จะทำให้พฤติกรรมอิจฉาน้องหมดลงไปได้ค่ะ

พัฒนาการด้านสังคมของเด็กวัยเตาะแตะ

เด็กวัยเตาะแตะจะเริ่มเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น อยากรู้อยากเห็นมากขึ้น และเริ่มเรียนรู้การเข้าสังคมผ่านการเล่น และค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเพื่อนที่เล่นด้วย ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จากนั้นจะมีความเข้าใจมากขึ้นว่า ถ้าทำแบบนี้แล้วเพื่อนที่เล่นด้วยไม่ชอบ ถ้าทำแบบนี้แล้วเพื่อนที่เล่นด้วยชอบ  ซึ่งแม้ว่าเด็กวัยเตาะแตะจะมีความดื้อ ซน ต่อต้าน ไม่ยอมรับ อย่างไร แต่สุดท้ายเมื่อเขาอยากเล่นกับเพื่อนเขาก็ต้องรับรับกฎเกณฑ์ของสังคม

สิ่งสำคัญของข้อนี้คือ คุณพ่อคุณแม่ควรมีการสอนลูกในแนวทางที่ตนเองวางไว้ ซึ่งหากพบว่าเขามีพฤติกรรมในทางลบ ก็ควรรีบบอกเขาให้รู้ว่าทำแบบนี้ไม่ดี และความทำอย่างไรถึงจะถูกต้อง ในทางตรงกันข้ามหากครอบครัวขาดความรัก ขาดการดูแลเอาใจใส่ ผลก็จะส่งต่อไปยังพฤติกรรมของลูกในทางลบ เช่น การพูดคำหยาบ การด่าทอแสดงถึงความไม่เอื้อเฟื้อเพื่อน เป็นต้น การดังนั้นหากต้องการวางรากฐานชีวิตที่ดีให้ลูกน้อย ครอบครัวก็ควรจะวางแผน วางแนวทางการเลี้ยงดูตั้งแต่วัยนี้ค่ะ

 พัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็กเตาะแตะ

Sponsored

ต้องบอกว่าสมองของเด็กวัยเตาะแตะมีการเจริญเติบโตมากขึ้น รวมถึงประสาทสัมผัสต่าง ๆ ก็จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น จึงจะเห็นได้ว่าเด็กวัยเตาะแตะสามารถเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้ไว  รวมถึงมีความเข้าใจในเรื่องซับซ้อนได้มากขึ้น  ยิ่งเมื่อเขาเรียนรู้ผ่านการมองเห็น  การสัมผัส การดมกลิ่น  การลิ้มรสใหม่ ๆ การเห็นในสิ่งที่แตกต่าง สมองของเขาก็จะยิ่งมีการจัดระเบียบความวุ่นวายต่าง ๆ ให้เข้าที่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนี่เองจะช่วยให้ทักษะด้านสติปัญญาของลูกน้อยวัยเตาะแตะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

เคล็ดลับสร้างพัฒนาการที่ดีสำหรับเด็กเตาะแตะ

1.เด็กวัยเตาะแตะกับการเดิน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยเดินบ่อย ๆ เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อการทรงตัวให้แข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน

2.เด็กวัยเตาะแตะ เสริมพัฒนาการด้านสมอง ด้วยการเลือกของเล่นที่ช่วยเสริมทักษะต่าง ๆ ด้านต่าง ๆ เช่น รถลาก ตัวต่อ สีเทียน อุปกรณ์บทบาทสมมุติ เป็นต้น เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ผ่านการเล่นที่ไม่มีเบื่อ

3.เด็กวัยเตาะแตะกับประสบการณ์ที่แตกต่าง คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกน้อยออกไปเจอสิ่งที่แตกต่างที่เขาเคยพบเจอมา อาจจะเป็นสถานที่ใหม่ ๆ สิ่งของใหม่ ๆ เพื่อให้เขามีประสบการณ์ใหม่ให้เขาเรียนรู้ เช่น น้ำตก ภูเขา ทะเล สวนสัตว์ เป็นต้น

4.เด็กวัยเตาะแตะ กับความดึงดันในการเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การเลี้ยงดู คุณพ่อคุณแม่ควรมีการเปิดโอกาสให้ลูกน้อยแสดงความเป็นตัวของตัวเองบ้าง ซึ่งหากเห็นว่าลูกทำแล้วยังทำได้ไม่ดี ก็ไม่ควรดุ ไม่ควรห้าม ไม่ควรหัวเราะเยาะ ในขณะที่เขาต้องการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง แต่ควรให้กำลังใจเขาในการทำในสิ่งที่เขาอยากเป็นตัวของตัวเอง

5.ครอบครัว คือรากฐานของชีวิต คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นแบบไหน ทำแบบไหน ก็ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกเห็น เพราะเด็กวัยเตาะแตะเป็นวัยแห่งการเลียนแบบ ดังนั้นหากต้องการวางรากฐานที่ดีให้ลูกน้อย ก็ควรสร้างแต่สิ่งที่ดี ๆ รวมถึงหมั่นเติมความรัก พูดคุย เล่น หาเวลาว่างพาเขาไปทำกิจกรรมกับเขา หรืออาจจะอ่านนิทาน เล่านิทานให้เขาฟัง เพื่อเรียนรู้ศัพท์ใหม่ ๆ ก็เป็นสิ่งที่ครอบครัวทุกครอบครัวควรทำ

6.ปรับอารมณ์ให้พร้อมสำหรับการมีลูกวัยเตาะแตะ เพราะวัยนี้อย่างที่บอกไป เจ้าอารมณ์ อยากรู้ อยากเห็น ซึ่งบางครั้งคนเป็นพ่อคนเป็นแม่อาจจะรำคาญ ดุ ตวาด อย่างลืมตัว จนทำให้ครั้งต่อไปลูกน้อยไม่กล้าที่จะทำอะไร ดังนั้นจึงควรเตรียมรับมือให้ดี หรือหากเกิดกรณีที่ลูกน้อยจู่ ๆ ก็ โกรธ งอแง ร้องไห้ เรียกร้องความสนใจอย่างหนัก บอกเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือ บอกให้เขาหยุดด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น และแสดงให้เขาเห็นว่าครั้งนี้ไม่ได้ล้อเล่น

เด็กวัยเตาะแตะเป็นวัยที่เรียนรู้สู่การเป็นตัวเอง ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่มีการวางแนวทางการสอนที่ดี ก็รับรองว่าอนาคตของลูกน้อยก็ย่อมดีแน่นอน

ขอบคุณ : www.birthdayinspire.com

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/