มีหลายคนเริ่มให้ความสนใจกับการทำหมันชายมากยิ่งขึ้น ภายหลังการแนะนำขั้นตอนในการทำโดยนักแสดงชายชื่อดังอย่าง กาย รัชชานนท์ สุประกอบ ที่ได้ตัดสินใจทำหมันด้วยตัวเอง เพราะเห็นว่าภรรยาเจ็บตัวจากการคลอดลูกมาพอสมควรแล้ว ซึ่งก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในระดับหนึ่ง แต่ถึงกระนั้น สำหรับประเทศไทยแล้วการทำหมันชายก็ยังมีทั้งข้อดีและข้อเสียให้พิจารณากันดังต่อไปนี้

ทำหมันชาย

ทำหมันชาย กับข้อดี-ข้อเสียที่เกิดขึ้นจากการทำหมัน

ข้อดีของการทำหมันชาย

มาพูดถึงในส่วนของข้อดีกันก่อนว่า การทำหมันชายนั้น จะทำให้เกิดข้อดีอะไรขึ้นบ้าง โดยอิงจากข้อมูลทางการแพทย์ และงานวิจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในการคุมกำเนิดอย่างได้ผล สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้มากกว่าการทำหมันในเพศหญิง ซึ่งที่ผ่านมา อัตราเฉลี่ยทั่วประเทศไทยพบไม่ถึง 1% ที่ภรรยาจะตั้งครรภ์อีกครั้ง ภายหลังสามีทำหมันเรียบร้อยแล้ว
  • ใช้เวลาในการผ่าตัดน้อย แผลไม่ใหญ่มาก ไม่จำเป็นต้องนอนค้างโรงพยาบาล และไม่จำเป็นต้องดมยาสลบแต่อย่างใด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าการทำหมันชายสามารถทำได้ง่ายกว่าการทำหมันหญิงนั่นเอง
  • ผ่าตัดทำหมันชายเพียงครั้งเดียว สามารถคุมกำเนิดได้ตลอดชีวิต หากคุณเป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว แต่ยังรักสนุก ก็ควรใช้ถุงยางอนามัยควบคู่ไปด้วยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • การผ่าตัดทำหมันชายมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับวิธีการคุมกำเนิดประเภทอื่น ๆ ซึ่งสามารถรับรองผลได้เกือบ 100% และได้ผลดีมากกว่าการทำหมันหญิงอีกด้วย
  • มีรายงานรับรองในต่างประเทศว่า การทำหมันชายสามารถเพิ่มความสุขทางเพศให้กับคู่สามีภรรยาได้มากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องกังวลกับปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่พร้อม
  • ไม่มีผลใด ๆ เกี่ยวข้องกับการเสื่อมสมรรถภาพของเพศชาย อย่างที่พูดกันต่อ ๆ มา เพราะการทำหมัน เป็นเพียงการผูกและตัดท่อนำอสุจิเท่านั้น ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท และอวัยวะส่วนอื่น ๆ ที่มีผลต่อฮอร์โมนทั้งสิ้น และไม่ได้แปลว่าตัดท่ออสุจิแล้ว จะไม่มีน้ำกามหลั่งออกมาเวลามีเพศสัมพันธ์ เป็นเพียงการสกัดไม่ให้อสุจิหลั่งออกมาปนกับน้ำกามด้วยเท่านั้น
  • การทำหมันชาย ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเพศชายทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลูกอัณฑะ เป็นต้น

ข้อเสียของการทำหมันชาย

ดูข้อดีกันไปแล้ว ก็มาดูข้อเสียกันต่อ เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการตัดสินใจคุมกำเนิดด้วยการทำหมันชาย

Sponsored
  • ไม่สามารถเป็นหมันได้ทันที ต้องใช้เวลารออย่างน้อย 2-3 เดือน หรือต้องมีการหลั่งน้ำอสุจิอย่างน้อย 20-25 ครั้ง เพื่อเป็นการไล่อสุจิที่ยังตกค้างอยู่ในหลอดนำอสุจิออกให้หมด เพราะฉะนั้นหากทำหมันชายแล้ว มีเพศสัมพันธ์เลยก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดการปฏิสนธิในฝ่ายหญิงได้ เพราะฉะนั้นจึงควรเก็บน้ำเชื้อไปให้แพทย์ตรวจสอบเสมอ เพื่อดูว่ายังมีอสุจิหลงเหลืออีกหรือไม่
  • ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของคนหมู่มากพอสมควรที่เชื่อกันว่า หากทำหมันแล้ว จะไม่เกิดการติดเชื้อใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งนั่นเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างมหันต์ การทำหมันชายเป็นเพียงการตัดและผูกท่ออสุจิเท่านั้น ไม่ได้ช่วยป้องกันโรคใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า หรือควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งหากมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยา
  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา ยิ่งถ้าหากไม่ดูแลแผลผ่าตัด ปล่อยให้โดนน้ำหรือเกิดความสกปรกในช่วงวันแรก ๆ ก็อาจจะเกิดการติดเชื้อถึงขั้นมีหนองไหลออกจากแผลได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดลิ่มเลือด ภาวะเป็นก้อนของอสุจิรอบท่ออสุจิ รวมถึงอาการปวดหน่วง ๆ นาน ๆ ทีได้ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด นอกจากสร้างความรำคาญให้เท่านั้น แต่ถ้าหากมีอาการรุนแรงมากกว่านี้ต้องรีบไปพบแพทย์ในทันที
  • หากต้องการมีบุตรอีกครั้ง จะต้องเสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ในการผ่าตัดแก้ทำหมันชายออก ซึ่งแพทย์ที่ทำการผ่าตัดนั้น จะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านนี้เป็นพิเศษ แต่ก็ยังไม่มีการรับรองผลถึง 100% ขึ้นอยู่กับโอกาส และระยะเวลา รวมทั้งสภาพร่างกายของผู้แก้หมันออกด้วย และอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมกันมาก คือการทำเด็กหลอดแก้ว จากการเก็บอสุจิรอบ ๆ เนื้อเยื่อภายในลูกอัณฑะ ซึ่งก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงไม่ต่างกัน

ก็หวังว่าคงจะมีคำตอบในใจกันแล้ว ว่าจะทำหมันชายดีหรือไม่ หากไม่ต้องการมีบุตรแล้ว ทางเลือกนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและปลอดภัยมากที่สุดวิธีหนึ่งเลย แต่ถ้ายังต้องการมีบุตรอีกในอนาคต ก็ขอให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่น ๆ จะดีกว่า เพราะค่าใช้จ่ายในกรณีแก้หมันนั้น สูงถึงหลักแสน – หลักล้านกันเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพ : www.sheknows.com

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/