ทารกในครรภ์โตช้า หมายถึง  ทารกมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าอายุครรภ์ หรือ ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามปกติ ซึ่งกลุ่มแม่ตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัว แม่ตั้งครรภ์ที่มีการตั้งครรภ์ต่อเนื่องติดต่อกันหลายครั้ง แม่ตั้งครรภ์ที่อายุต่ำกว่า 19 ปี และแม่ตั้งครรภ์ที่อายุเกิน 35 ปี ควรมีความใส่ใจดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ ทีมคนท้องมีความรู้สำหรับเรื่องนี้มาบอกค่ะ

ทารกในครรภ์โตช้า

ทารกในครรภ์โตช้า สังเกตได้อย่างไร

1.น้ำหนักของทารกในเทียบกับอายุครรภ์ ซึ่งหมายถึงความเหมาะสมและพอดีของน้ำหนักแม่ตั้งครรภ์กับน้ำหนักทารกในครรภ์ และไม่ได้หมายความว่า แม่ตั้งครรภ์ที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ แล้วทารกในครรภ์จะตัวโตตาม เพราะในแม่ตั้งครรภ์บางคนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่พอคลอดทารกกลับตัวนิดเดียว ซึ่งโดยปกติแล้วน้ำหนักของแม่ตั้งครรภ์ตลอดระยะเวลา 9 เดือน จะอยู่ที่ 12-15 กิโลกรัม และน้ำหนักแรกคลอดของทารกจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 กรัม

2.อัลตร้าซาวด์ เพื่อตรวจเช็กความผิดปกติของทารกในครรภ์ โดยหมอจะทำการอัลตร้าซาวด์อวัยวะสำคัญจากนั้นจะนำไปตรวจสอบ ก็จะทราบได้ว่าทารกในครรภ์โตช้ากว่าปกติ หรือ ทารกในครรภ์โตตามปกติ

3.วัดยอดมดลูก ก็สามารถเช็กทารกในครรภ์ว่าโตช้าหรือโตตามปกติได้

 

ทารกในครรภ์โตช้าเกิดจากอะไร และอันตรายแค่ไหน

ต้องบอกว่าอันตรายหรือไม่อันตรายนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการทำให้ทารกในครรภ์โตช้าค่ะ เรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น ดังนี้

1.ทารกในครรภ์โตช้าจากแม่ตั้งครรภ์ คือ แม่ตั้งครรภ์ที่ขาดสารอาหาร หรือ แม่ตั้งครรภ์มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ส่งผลให้การส่งออกซิเจนไปยังทารกในครรภ์ไม่เพียงพอ หรือแม่ตั้งครรภ์ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ก็เป็นสาเหตุให้ทารกในครรภ์โตช้า น้ำหนักตัวน้อย หรือพิการ เป็นต้น

2.ทารกในครรภ์โตช้าจากความผิดปกติของทารกในครรภ์เอง คือ มีความผิดปกติของโครโมโซม หรือมีการติดเชื้อระหว่างที่อยู่ในครรภ์

3.ทารกในครรภ์โตช้าจากส่วนสำคัญในการตั้งครรภ์ คือ มดลูก รก สายสะดือ มีความผิดปกติ จนทำให้เลือดส่งไปเลี้ยงทารกในครรภ์ไม่เพียงพอนั่นเอง

 

ทารกในครรภ์โตช้าจะป้องกันอย่างไรดี

Sponsored

การป้องกันทารกในครรภ์โตช้าสามารถทำได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกิดเรื่องนี้ ซึ่งก็คือ การใส่ใจดูแลสุขภาพครรภ์ให้มากขึ้นนั่นเอง เช่น บำรุงครรภ์ นับลูกดิ้น ทานอาหารให้เหมาะสมตามไตรมาส ไม่เครียด ระมัดระวังการติดเชื้อต่างๆ ที่จะเข้ามากระทบกับทารกในครรภ์

 

ทารกในครรภ์โตช้าจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร 

1.แม่ตั้งครรภ์ควรมีความใส่ใจในเรื่องของการปรับพฤติกรรมต่างๆ เพื่อให้มีสุขภาพครรภ์ที่ดี เช่น ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือ พักผ่อนให้เพียงพอ นอนกลางวันประมาณวันละ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และนอนกลางคืนวันละประมาณ 8-10 ชั่วโมง หรือ นอนในท่าที่ถูกต้องสำหรับแม่ตั้งครรภ์ คือ นอนตะแคงซ้าย เป็นต้น

2.แม่ตั้งครรภ์ควรงดเว้นการสูบบุหรี่ เหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด ทุกชนิด

3.แม่ตั้งครรภ์ตรวจเช็กสุขภาพกับหมอที่ฝากครรภ์เป็นประจำและสม่ำเสมอ และเมื่อพบความผิดปกติควรมีการปรึกษาหมอเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

4.แม่ตั้งครรภ์ควรหมั่นสังเกตและนับการดิ้นของทารกในครรภ์ ว่ามีความผิดปกติหรือปกติหรือไม่

5.แม่ตั้งครรภ์ หมั่นสร้างสุขภาพจิตให้ดีอยู่เสมอ ลดความเครียดเรื่องต่างๆ ลง หรืออาจจะหาเวลาไปเที่ยว ไปเดินห้างสรรพสินค้า ไปเจอเพื่อน ไปทานข้าว เป็นต้น เพื่อบริหารสุขภาพจิตให้แจ่มใส

6.แม่ตั้งครรภ์ที่ยังต้องทำงาน ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือเลี่ยงการทำงานที่เสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัย

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/