ทำไมคุณแม่จะต้องดื่มกาแฟ ??  สำหรับคุณแม่หลายท่านอาจะเกิดความสงสัยว่า ทำไมคุณแม่ถึงมีความจำเป็นต้องดื่มกาแฟ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจมาฝากคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง กาแฟมีความจำเป็นอย่างไรต่อคุณแม่อย่างเรา ๆ บ้าง ลองมาดูเหตุผลพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ทำไมคุณแม่จะต้องดื่มกาแฟ ??

เหตุผลที่คุณแม่ต้องดื่มกาแฟ

  • ในทุกเช้าคุณแม่ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภาระกิจต่าง ๆ ประจำวันในทุกเช้าของทุกวัน การดื่มกาแฟจะช่วยให้คุณแม่สดชื่นสามารถปฏิบัติภาระกิจต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การดื่มกาแฟของคุณแม่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความตึงเครียดจากการดำรงชีวิตในแต่ละวัน รวมถึงการทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วย คุณแม่จะมีภาวะความเครียดสูงมากในช่วงนี้ การดื่มกาแฟจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ปวดหัวและปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น
  • การดื่มกาแฟเป็นประจำยังช่วยป้องกันร่างกายจากโรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งความเป็นจริงที่น่าทึ่ง เกี่ยวกับการดื่มกาแฟ นั่นคือ หากคุณแม่ดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รู้จักกับคาเฟอีน (Caffeine)

คาเฟอีนเป็นสารประกอบที่พบได้มากในเมล็ดกาแฟ เมล็ดโกโก้ ใบชา เป็นต้น ลักษณะของคาเฟอีนบริสุทธิ์จะเป็นผลึกรูปเข็ม ไม่มีกลิ่น และมีรสขม ปริมาณคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกัน กาแฟที่ชงจากเมล็ดกาแฟพันธุ์โรบัสต้าจะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่า เมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิกา และรวมถึงกรรมวิธีการชงอีกด้วย ที่มีผลต่อปริมาณคาเฟอีน

ปริมาณของคาเฟอีนที่มีผลต่ออารมณ์ของคุณแม่

  • คาเฟอีนขนาดต่ำ (50 – 200 มิลลิกรัม) จะช่วยกระตุ้นร่างกายของคุณแม่ให้ตื่นตัว มีความสดชื่น ไม่ง่วงนอน เนื่องจากคุณแม่ต้องดูแลลูกน้อยตลอดทั้งคืน จึงต่อได้รับสารคาเฟอีนอย่างพอเหมาะ
  • คาเฟอีนขนาดปานกลาง (200 – 500 มิลลิกรัม) อาจจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เกิดภาวะเครียด กระวนกระวาย มือสั่น นอนไม่หลับ ซึ่งในปริมาณนี้ไม่เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกด้วยตัวเองตลอดเวลา เพราะหากเกิดความเครียดอาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยได้
  • คาเฟอีนขนาดสูง (1,000 มิลลิกรัม) จะเริ่มทำให้เกิดคาเฟอีนเป็นพิษ ซึ่งอาการกระสับกระส่าย อยู่ไม่นิ่ง หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ปัสสาวะบ่อย อาการเหล่านี้อาจรุนแรงขึ้นหากร่างกายได้รับสารคาเฟอีนในปริมาณที่สูงเป็นประจำ

ดังนั้นการดื่มกาแฟอย่างเหมาะสม คุณควรจำกัด และควบคุมปริมาณของคาเฟอีนให้อยู่ความเหมาะสม และความต้องการของร่างกาย คุณแม่จึงควรดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนอยู่ในปริมาณที่ต่ำ เพียง 50 – 200 มิลลิกรัมเท่านั้น เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์หลังจากดื่มกาแฟ

คาเฟอีนในกาแฟจะถูกดูดซึมได้หมดอย่างรวดเร็วในระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะขณะท้องว่า การดูดซึมจะยิ่งเร็วขึ้น ภายหลังจากการดื่มกาแฟ 30 – 60 นาที ทำให้ความเข้มข้นของคาเฟอีนในเลือดสูงขึ้นสูงระดับสูงสุด และหลังจากคาเฟอีนถูกดูดซึม จะกระจายตัวไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะที่มีเลือดไปเลี้ยงมาก อย่างเช่น หัวใจ ตับ ไตและสมอง รวมถึงยังสามารถกระจายสู่รก และน้ำนมได้บ้าง ประมาณร้อยละ 0.06 ซึ่งคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะอาจส่งถึงลูกน้อยได้อย่างรวดเร็ว และในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกายทารกได้

แต่สำหรับคุณแม่ที่ลูกเลิกนมไปแล้วควรดื่มกาแฟ เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถสู่กับความซนของลูกได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ การขับคาเฟอีนออกจากร่างกายจะมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพร่างกาย โดยทั่วไป ผู้ใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง ในการขับคาเฟอีนปริมาณครึ่งหนึ่งที่ได้รับ ออกจากร่างกาย

Sponsored

ผลดีและผลเสียของคาเฟอีนที่ส่งผลกับร่างกายคุณแม่

หากคุณแม่ดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะ (50 – 200 มิลลิกรัม) จะส่งผลดีต่อร่างกายดังนี้

  • จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว ลดอาการง่วงนอน เป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่ที่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูแลลูกน้อย ทั้งงานบ้าน และอื่น ๆ โดยกลไกการออกฤทธิ์กระตุ้นของคาเฟอีนนั้น เกิดขึ้นเนื่องจากคาเฟอีนไปยับยั้งกระบวนการทำงานของสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ห้ามการหลั่งของสารสื่อประสาทในร่างกาย เมื่อสารอะดีโนซีนไม่สามารถทำงานได้ ทำให้เซลล์ประสาทมีความไวมากกว่าปกติ มีการหลั่งของสารสื่อประสาท อย่างเช่น ซีโรโทนิน (Serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (Nor epinephrine) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ระบบประสาทส่วนกลางถูกกระตุ้นมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายตื่นตัว ลดอาการง่วงนอน
  • ช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงานหนัก คุณแม่ส่วนมากจะทำงานบ้านพร้อมกับเลี้ยงลูกคนเดียวทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าตามร่างกาย การดื่มกาแฟจะช่วยให้ลดอาการดังกล่าวลงได้ กลไกนี้มาจากข้อสันนิษฐานว่า คาเฟอีนจะไปกระตุ้นการหลั่งของสารสื่อประสาทเคทีโคลา (Catecholamine) ซึ่งเป็นการกระตุ้นกระบวนการสลายไขมันในเนื้อเยื่อให้เป็นพลังงาน ดังนั้น คาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในรูป ไกลโคเจน (Glycogen) จึงยังคงเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่สะสมในกล้ามเนื้อ ร่างกายจึงทนทานต่อกิจกรรมที่ใช้แรงมากได้นานขึ้น

หากการดื่มกาแฟในปริมาณที่มากเกิน (200 – 1,000 มิลลิกรัม) อาจส่งผลกับร่างกายของคุณแม่ดังนี้

  • หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ เต้นไม่เป็นจังหวะ เนื่องจากคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง อัตราการบีบตัวของหัวใจและปริมาณเลือกที่สูบฉีดต่อนาทีจะเพิ่มขึ้น หากคุณแม่เกิดอาการดังกล่าว อาจจะส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงดูแล และส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณแม่โดยตรงได้
  • นอนไม่หลับ หากร่างกายได้รับคาเฟอีนในปริมาณ ที่สูง จะทำให้คุณแม่นอนหลับยาก หลับไม่สนิท และช่วงเวลาที่หลับนั้นจะสั้นลง ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอารมณ์ของคุณแม่ได้
  • ร่างกายจะเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร คาเฟอีนมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการหลั่งกรดเพบซิน (Pepsin) และแกสตริน (Gastrin) อาจทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร และลำไส้อย่างรุนแรงขึ้นได้
  • ปัสสาวะบ่อย คาเฟอีนมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ โดยจะไปลดการดูดกลับของโซเดียม โพแทสเซียม และแคลเซียมจากหน่วยไต แร่ธาตุเหล่านี้จะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ จึงมีข้อสันนิษฐานว่า หากมีการสูญเสียแคลเซียมออกจากร่างกายบ่อย ในปริมาณมาก อาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือนได้ แต่สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรได้ 1 ปี อาจมีผลต่อการลดมวลกระดูก ทำให้เกิดความเสื่องสภาพของข้อและเกิดอาการปวด ดื่มกาแฟอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และเกิดผลเสียน้อยที่สุด

คุณแม่ควรดื่มกาแฟอย่างไรให้ได้ประโยชน์

  1. คุณแม่ต้องสังเกตตัวเองว่า มีความไวของการตอบสนองต่อปริมาณกาแฟกี่ถ้อยในแต่ละวัน และมีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง
  2. หากมีอาการนอนหลับยาก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือช่วงหัวค่ำ
  3. ไม่ควรดื่มกาแฟขณะท้องว่าง เนื่องจากคาเฟอีน จะไปเร่งการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร
  4. ไม่ควรดื่มกาแฟ เพื่อทำงานหนักเกินไป และอดนอนติดต่อกันหลายคืน ถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวก็จริง แต่สมองควรต้องได้รับการผ่อนคลาย และพันผ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ด้วย
  5. หากคุณแม่เป็นคนหนึ่งที่ต้องดื่มกาแฟเป็นประจำ เราขอแนะนำให้คุณแม่เลือกรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมในปริมาณสูงด้วย อย่างเช่น นม โยเกิร์ต เนื้อปลา คะน้า บล๊อกโคลี และผักใบเขียวทุกชนิด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูดและข้อต่อต่าง ๆ
  6. คุณแม่ควรทานผลไม้สดให้เพียงพอต่อความต้องการทุกวันเพื่อเพิ่มวิตามินให้กับร่างกาย เนื่องจากในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น วิตามิน C, E และบีตาแคโรทีนในผักผลไม้ก็สามารถช่วยได้
  7. ดื่มน้ำสะอาดตามมาก ๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของคาเฟอีน

จากข้อมูลข้างต้น คงจะเห็นแล้วว่า ทำไมคุณแม่ควรดื่มกาแฟ ซึ่งความจำเป็นในการดื่มกาแฟ จะช่วยให้คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง สามารถปฏิบัติหน้าที่ของคุณแม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามคุณแม่ควรดื่มกาแฟให้เหมาะสมกับร่างกาย เพื่อให้การดื่มในครั้งนี้ได้รับประโยชน์สูงสุดค่ะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.6 คุณประโยชน์ของนมแพะ มาดูสิว่ามีอะไรบ้าง

2.นมแพะดีอย่างไร ทำไมจึงเป็นตัวช่วยเสริม ที่ดีต่อลูกรัก