ลูกน้อยมีไข้สูง อาการเจ็บป่วยไม่สบายหากเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ก็พอจะหาทางทุเลาหรือหาวิธีที่จะทำให้หายป่วยได้ด้วยตัวเอง แต่ในเด็กเล็กโดยเฉพาะในวัยขวบปีแรกถึง 3 ปี นั้นเป็นเรื่องยาก

ลูกน้อยมีไข้สูง

ที่จะให้เขาบอกกล่าวถึงอาการต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นกับเราได้ นี่เองเป็นที่มาว่าคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการที่เกิดขึ้นให้ดี เพื่อจะได้รับมือได้อย่างถูกต้อง

ลูกน้อยมีไข้สูง จะสังเกตอย่างไร?

โดยปกติอุณหภูมิร่างกายของคนเรา จะอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส เมื่อเกิดอาการไม่สบายอุณหภูมิก็จะเพิ่มมากขึ้นกว่า 37 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการที่แสดงออกมาให้เห็น เช่น ตัวร้อน เหงื่อออก หนาวสั่น ปวดศีรษะ  ปากแห้ง เบื่ออาหาร  ร้องไห้ งอแง เป็นต้น ซึ่งในเด็กเล็กหากมีอาการไข้สูงมากขึ้น ก็จะส่งผลให้มีอาการมากขึ้น เช่น ชัก ซึ่งจะพบในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ประมาณร้อยละ 5 ร่วมกับอาการอื่น เช่น หงุดหงิด งอแง เพ้อ คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

อาการไข้ขึ้นสูง (Febrile Convulsion) จนทำให้เกิดการชัก มักเกิดขึ้นกับเด็กวัย 6 เดือน – 5  ปี แต่โดยมาก 75% มักเกิดกับเด็กเล็กในช่วงขวบปีแรกถึง 3 ปี ได้มากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ ทั้งยังพบว่ามีอาการชักร่วมด้วยจากไข้สูง 39 องศาเซลเซียสขึ้นไป นั่นเพราะสมองของเด็กวัยนี้ กำลังเจริญเติบโต จึงทำให้ไวต่อการกระตุ้นจากการเป็นไข้ได้ง่าย

โดยมากอาการเป็นไข้สำหรับเจ้าตัวน้อย จะสังเกตได้ เช่น ตัวร้อน งอแง เบื่ออาหาร ปากแห้ง คอแห้ง หรือหากมีอาการไข้สูงขึ้น ก็จะมีอาการเกร็ง กล้ามเนื้อกระตุก ตาค้าง กัดฟัน กัดลิ้น ชัก นานครั้งละ 2-3 นาที  ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติให้ดีเพื่อแก้ไขให้ทันท่วงที  เพราะหากตั้งสติไม่ได้ ลนลานเกินไปกว่าเหตุ อาจทำให้การแก้ไขนั้นช้าและเป็นอันตรายกับเจ้าตัวน้อยได้

อาการชักที่ควรรีบไปพบแพทย์

-หากเจ้าตัวน้อยมีอาการชักติดต่อกันนานเกิน 15 นาที อย่านิ่งนอนใจต้องรีบไปพบแพทย์ด่วน

-ให้สังเกตว่าเมื่อเป็นไข้เจ้าตัวน้อย มีอาการชักกระตุกเกร็งเฉพาะซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายของร่างกายหรือไม่ ถ้ามีรีบไปพบแพทย์ด้วย

-พบว่ามีอาการตัวร้อน หนาวสั่น ปากแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน ตลอดจนมีการชักซ้ำติดต่อกันหลายๆ ครั้ง ในการเจ็บป่วยครั้งเดียวกัน ควรรีบไปพบแพทย์ด่วน

Sponsored

การป้องกันและดูแล เมื่อเจ้าตัวน้อยมีไข้สูง

1.ให้เจ้าตัวน้อยดื่มน้ำให้เพียงพอ หรืออาจจะเป็นน้ำผลไม้ก็ได้ เพราะในช่วงที่มีไข้ร่างกายจะสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ

2.เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น จนกว่าไข้จะลด หรือใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการเช็ด โดยใช้ผ้าเนื้อนุ่ม ชุบน้ำบิดหมาด จากนั้นเช็ดให้ทั่วตัว เน้นบริเวณรักแร้ ซอกคอ ขาหนีบ หน้าอก และแผ่นหลัง เป็นต้น จากนั้นสวมใส่เสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้อบอ้าวกับเจ้าตัวน้อย

3.เมื่อพบเจ้าตัวน้อยมีอาการไข้ลดลงมาอยู่ที่ 38 องศาเซลเซียส แล้ว คุณแม่ควรเฝ้าสังเกตอาการต่อไปอีก รวมถึงควรมีการวัดไข้เจ้าตัวน้อยซ้ำอีกทุก ๆ 30 นาที เพื่อความมั่นใจว่าไข้จะลดลงแล้วจริง ๆ

4.ให้ทานยาลดไข้พาราเซตามอล หรือไอบูโปรเฟน อย่างพอดี คือ ทานยาตามน้ำหนักตัวของเจ้าตัวน้อย กำหนดปริมาณ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม หรือหากไม่แน่ใจให้ทานยาตามที่แพทย์สั่ง ข้อควรระวังอย่าให้ยาเกินขนาดเด็ดขาด ซึ่งหากพบว่าหลังทานยาเจ้าตัวน้อยไข้ยังไม่ลด ควรหยุดให้ยาเพิ่ม แล้วรีบพาไปพบแพทย์อีกครั้ง

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/