โรคธาลัสซีเมีย เป็นโรคที่พบบ่อยมากที่สุด โดยคนทั่วไปจะเรียกกันว่าโรคโลหิตจางหรือโรคซีดทางพันธุกรรม ซึ่งทารกที่เกิดใหม่มีโอกาสเป็นโรคนี้ประมาณ 12 คนในจำนวนทารก 1000 คน ถือว่าเป็นอัตราที่สูงมาก โดยจากการสำรวจพบว่าเด็กที่เป็นโรคธาลัสซีเมียมีระดับความรุนแรงจนถึงขั้นต้องให้เลือดประมาณ 3-4 แสนคนเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงนำข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุ และการดูแลเมื่อลูกน้อยเป็นธาลัสซีเมียมาบอกกันค่ะ

สาเหตุการเกิด โรคธาลัสซีเมีย ?

โรคธาลัสซีเมีย เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมในเม็ดเลือดแดง โดยปกติแล้วในเม็ดเลือดแดงประกอบไปด้วยโปรตีนที่เรียกว่า ฮีโมโกลบิน คอยทำหน้าที่ในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย สำหรับลูกน้อยที่ป่วยเป็นโรคนี้ก็จะสร้างฮีโมโกลบินไม่ได้ หรือสร้างได้น้อย และเม็ดเลือดแดงก็จะแตกง่ายกว่าปกติ จึงทำให้เจ้าตัวเล็กเกิดปัญหาตัวซีด ไขกระดูกมากขึ้น มีโครงหน้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่น หน้าผากนูน โหนกแก้มสูง จมูกแบน ในรายที่เป็นรุนแรงจะซีดมากจนเห็นได้ชัดเจนหากไม่ได้รับเลือดก็จะมีผลต่อการเจริญเติบโตช้าอีกด้วย

การป้องกันความเสี่ยงจากโรคธาลัสซีเมีย

เราสามารถป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเป็นธาลัสซีเมียได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.คุณแม่จะต้องมีการตรวจเลือดก่อนการตั้งครรภ์เพื่อประเมินความเสี่ยง

ปัจจุบันนี้มีการตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียเพื่อดูว่าคุณแม่มีพาหะของโรคหรือไม่ หากคุณแม่มีพาหะลูกน้อยที่จะเกิดมาก็จะเป็นพาหะด้วย แต่ถ้าทั้งคุณแม่และคุณพ่อเป็นพาหะ แน่นอนว่าเจ้าตัวเล็กมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นโรคชนิดรุนแรง 3 โรคได้แก่ แอลฟ่า 1-2 ชนิดเบต้า ชนิดอี ชนิดซีเอส

2.การตรวจคัดกรองคุณพ่อในกรณีที่คุณแม่เป็นพาหะ

เมื่อตรวจพบว่าคุณแม่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย ทางคุณหมอจะมีการเชิญคุณพ่อมาตรวจด้วย ดังนั้นคุณพ่อเองจะต้องให้ความร่วมมือ ถ้าเกิดข้อผิดพลาดก็จะได้มีแนวทางในการแก้ไขหรือป้องกันต่อไป

กรณีที่ลูกน้อยเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงคุณพ่อคุณแม่จะต้องทำอย่างไร

1. เมื่อทางคุณหมอตรวจพบว่าทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย ลูกน้อยมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรครุนแรงที่ 3 ชนิด ดังนั้นจะต้องมีการเจาะน้ำคร่ำ เนื้อรก หรือเลือดของเจ้าตัวเล็กเพื่อตรวจว่าลูกน้อยเป็นโรคชนิดรุนแรงหรือไม่

2. กรณีที่ตรวจพบว่าลูกน้อยเป็นโรคชนิดรุนแรงแพทย์จะมีการแนะนำเป็นลำดับขั้นต่อไปว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เพราะโรคบางชนิดทารกเกิดมาอาจเสียชีวิตเลย บางชนิดจะแสดงอาการเมื่อลูกน้อยมีอายุ 1-2 ปี หรือบางชนิดจะซีดมากตอนแรกเกิด แน่นอนว่าจะต้องรักษาเป็นประจำด้วยวิธีการให้เลือด

3. เมื่อตรวจพบว่าลูกน้อยเป็นโรคธาลัสซีเมีย คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกน้อยมาโรงพยาบเพื่อทำการตรวจเลือดทุกเดือน แต่ถ้าพบว่าลูกน้อยเป็นทาลัสซีเมียขั้นรุนแรงมากและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตต่อลูกน้อยทางแพทย์จะแนะนำให้คุณแม่มีการยุติการตั้งครรภ์

4. ในส่วนด้านอื่นๆ เช่นสภาพแวดล้อม ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมาก ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องอาหารที่ลูกน้อยจะต้องได้รับในปริมาณที่เพียงคือ 3 มื้อ ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อจะได้มีสารอาหารที่เพียงพอไปต่อสู่กับภาวะซีด นอกจากนี้ยังต้องดูแลเกี่ยวกับด้านสุขภาพโดยต้องควบคุมให้กินวิตามินตามที่คุณหมอแนะนำ โดยเฉพาะลูกน้อยที่รับเลือดเป็นประจำจะต้องกินยาขับธาตุเหล็กอย่างสม่ำเสมอ

Sponsored

ข้อควรระวังสำหรับบ้านไหนที่มีเจ้าตัวเล็กเป็นโรคธาลัสซีเมีย

ลูกน้อยที่เป็นโรคธาลัสซีเมียจะแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม

1. กลุ่มที่ลูกน้อยมีอาการซีดแต่ไม่ถึงขั้นที่ต้องให้เลือด โดยจะไม่ค่อยมีอาการอื่นๆ ที่แตกต่างจากคนเป็นธาลัศซีเมียทั่วๆ ไป

2. กลุ่มที่ 2 คือบ้านที่มีลูกน้อยเป็นโรคธาลัสซีเมียที่จะต้องมีการให้เลือดสม่ำเสมอ ลูกน้อยไม่ปรากฎอาการซีด ไม่มีอาการอื่นๆ แทรกซ้อมนขึ้นมา แต่ปัญหาของลูกน้อยที่เป็นโรคธาลัสซีเมียกลุ่มนี้ด้วยความจำเป็นที่จะต้องให้เลือดสม่ำเสมอนั้นทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กในระดับที่สูงจนเกินไป โดยตัวธาตุเหล็กจะเข้าไปอยู่ในส่วนต่างๆ ของร่างกายก่อให้เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ปอดและตับเป็นพังผืด ไตวาย ผิวหนังดำ หรืออาการอื่นๆ แทรกซ้อนเข้ามา จำเป็นที่จะต้องกินยาขับธาตุเหล็กออกเพื่อความสมดุลต่อร่างกาย กรณีที่ผู้ป่วยได้รับเลือไม่สม่ำเสมอ จะก่อให้เกิดอาการซีด โดยอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 20-30 ปี

ลูกน้อยที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย มีนางทางในการรักษาให้หายขาดหรือไม่

สำหรับการเป็นโรคธาลัสซีเมียไม่ได้มีระบุไว้อย่างแน่นชัดว่าสามารถรรักษาให้หายขาดหรือไม่ แต่ด้วยปัจจุบันการแพทย์ได้มีแนวทางในการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากผู้ที่มีเนื้อเยื่อตรงกัน หรือเซลล์ในกระแสเลือด หรือจะเป็นเลือดจากสะดือและรกของทารก แต่อย่างไรก็ตามการปลูกถ่ายเซลล์หากทำตั้งแต่ลูกน้อยอายุน้อยๆ จะได้ผลสำเร็จดี

การที่ลูกเจ็บป่วยแม้แต่ไข้หวัดเล็กๆ น้อยยังเป็นเรื่องทุกข์ทรมารใจคนที่เป็นคุณพ่อคุณแม่อย่างเราๆ กันแล้ว ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเป็นจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า คุณแม่จะต้องรีบเข้ารับการตรวจเช็คร่างกายตั้งแต่รู้ว่าตัวเองท้องเพื่อความสะบายใจและอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก : phyathai

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.อาหารแม่ท้อง อะไรบ้างที่คน กรุ๊ปเลือด AB ควรกินและควรเลี่ยง

2.10 อาหารวิตามินอี คนท้องควรกิน เพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี