ไม่มีการคุมกำเนิดประเภทใดที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยกเว้นการทำหมันถาวร ซึ่งตัดโอกาสการมีลูกไปเลย ดังนั้นเราจึงมักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่า กินยาคุม แต่ยังท้องได้อีก โดยนั่นถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เพียงแต่มีโอกาสน้อยมากนั่นเอง ซึ่งวันนี้เราก็จะพาคุณแม่ไปไขข้อข้องใจกันว่า ทำไมกินยาคุมกำเนิดแล้วยังท้อง โดยมีข้อมูลดังนี้

สาเหตุที่ทำให้ กินยาคุม แล้วยังท้องได้อีก

สำหรับสาเหตุที่ทำให้การกินยาคุมไม่ได้ผล กินยาคุมแล้วยังท้องได้อีก ก็มีดังนี้

1.ลืมกินยา

ผู้ผลิตยาคุมกำเนิดจงใจให้รับประทานยาเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าหากลืมรับประทานยาจะทำให้ระดับฮอร์โมนไม่เพียงพอต่อการป้องกันการตั้งครรภ์ จึงทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้นั่นเอง ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าลืมกินยา ให้รีบกินยาเม็ดนั้นในทันที

2.กินยาไม่ตรงเวลา

การกินยาไม่ตรงเวลา ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้เหมือนกัน เพราะยาคุมกำเนิดออกแบบมาเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนในร่างกาย ถ้าหากลืมรับประทานยาจะทำให้ระดับฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้ประสิทธิภาพในการควบคุมลดลงไปด้วย เพราะฉะนั้นควรกินยาให้ตรงเวลาเสมอ

3.กินยาไม่ต่อเนื่อง

หลังจากยาแผงแรกหมดต้องกินยาแผงต่อไปต่อเนื่องทันที หรือกินภายใน 7 วัน ทั้งนี้หากรู้ตัวว่าลืมกินยา ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนั้นไปก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ได้นั่นเอง

4.อาเจียนหลังกินยา

เนื่องจากยาที่พึ่งกินเข้าไป ยังไม่ละลาย หรือละลายไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่ออาเจียนออกมา จึงทำให้ประสิทธิภาพที่ได้จากตัวยาลดน้อยลงไปอย่างมาก โอกาสที่จะตั้งครรภ์จึงมีมากขึ้น

5.ใช้ยาชนิดอื่นขณะใช้ยาคุมกำเนิด

มียาบางชนิดที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิด เช่น กลุ่มยารักษาโรคลมชัก ทำให้เมื่อกินยาเหล่านี้ขณะที่กินยาคุมกำเนิดไปด้วย จะทำให้ประสิทธิภาพของตัวยาด้อยลง เพราะฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง หากต้องกินยาที่มีผลกระทบกับยาคุม

Sponsored

ทำความรู้จักกับวิธีการคุมกำเนิดแบบต่างๆ

การคุมกำเนิดในโลกนี้มีมากมายหลายประเภท แต่วิธีการคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็มีดังนี้

1.ยาเม็ดคุมกำเนิด มีความปลอดภัยสูง มีภาวะแทรกซ้อนต่ำ และมีเปอร์เซ็นต์ป้องกันการตั้งครรภ์สูง

2.ฉีดยาคุมกำเนิด แพทย์จะแนะนำให้ฉีดภายใน 4 สัปดาห์หลังคลอด เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมลูก การคุมกำเนิดประเภทนี้มีฤทธิ์คุมกำเนิดได้ยาวนานถึง 12 สัปดาห์

3.ห่วงคุมกำเนิด โดยแพทย์จะใส่สอดเข้าไปในมดลูก ซึ่งสามารถคุมกำเนิดได้ยาวนานถึง 5 ปี โดยไม่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นร่วมด้วย

4.ยาคุมกำเนิดชนิดฝัง มีลักษณะเป็นหลอดซิลิโคนที่มีตัวยาบรรจุภายใน ซึ่งตัวยาจะค่อยๆ กระจายออกมา มีผลคุมกำเนิดได้ยาวนาน 3-5 ปี

สำหรับคุณแม่ที่เลือกคุมกำเนิดด้วยวิธีการกินยา มีแนวทางที่ควรปฏิบัติดังนี้

  • สำหรับคุณแม่ให้นม ควรเริ่มกินยาคุมกำเนิดหลังคลอด 6 สัปดาห์ โดยใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว ซึ่งไม่ทำให้น้ำนมหยุดไหล และปลอดภัยต่อทารก จากนั้นหลังคลอด 6 เดือน จึงเปลี่ยนมารับประทานยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม
  • สำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นม ควรเริ่มกินยาคุมกำเนิดหลังคลอด 3 สัปดาห์ โดยใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว จากนั้นหลังคลอด 6 สัปดาห์ จึงเปลี่ยนมาใช้ฮอร์โมนรวม

เพื่อให้การคุมกำเนิดได้ผล ควรอ่านคำแนะนำบนฉลากยาอย่างละเอียด รับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน หรือถ้ารู้ตัวว่าไม่สามารถรับประทานยาเองได้ทุกวัน หรือลืมรับประทานยาบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ซึ่งมีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับการรับประทานยาคุมกำเนิดเช่นกัน

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.รีวิวผ้าอ้อมเด็ก Enfant ใช้คุ้ม! ยิ่งซักยิ่งนุ่ม Anti-Bacteria ได้ด้วย

2.รีวิวชุดเด็ก Enfant โดนใจลูกน้อย ถูกใจคุณพ่อ