หลังคลอดแบบธรรมชาติ (Normal Labor) คุณแม่หลายคนอาจมีการเปลี่ยนแปลงของทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งสาเหตุหลักๆ นั้นส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั่นเอง

18 วิธีดูแลตนเอง หลังคลอดธรรมชาติ บอกเลยว่าดีและมีประโยชน์มาก ๆ

18 วิธีดูแลตนเอง หลังคลอดธรรมชาติ

แต่อย่างไรเสียการคลอดธรรมชาติ ก็มีข้อดีคือ แม่หลังคลอดฟื้นตัวเร็ว ไม่เพลียหรือเหนื่อยเกินไป ปวดแผลน้อยกว่า และสามารถให้นมลูกได้ทันที ไม่มีความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนในการเจ็บครรภ์ครั้งต่อไป และค่าใช้จ่ายในการคลอดไม่แพง  ส่วนข้อเสียอย่างที่ทราบกันนั่นคือ การคลอดแบบธรรมชาติจะใช้เวลาคลอดนาน ที่สำคัญยังไม่สามารถกำหนดได้ว่าเวลาไหนจะคลอดหรือไม่คลอดนั่นเอง รวมถึงอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะหรืออุจจาระหลังคลอด กระบังลมอาจหย่อนยาน เป็นต้น ทีมคนคนท้องก็เลยคำแนะนำดี ๆ หลังคลอดธรรมชาติมาฝากค่ะ

1.คุณแม่ระมัดระวังการเคลื่อ เพราะร่างกายยังไม่เข้าที่ ไม่ควรยกของหนัก หรือทำงานที่เสี่ยงต่อการลื่นล้ม เพราะจะกระทบกระเทือนมดลูกได้ หรือการนั่ง ก็ควรหาเบาะนุ่มๆ มารอนั่ง โดยท่านั่งที่แนะนำคือ การนั่งพับเพียบเพราะจะทำให้ไม่เจ็บแผลมาก เป็นต้น

2.การดูแลแผลฝีเย็บหลังคลอด โดยเฉพาะเรื่องการอาบน้ำ หากคุณแม่อาบน้ำอุ่นจะช่วยให้อาการบวมที่แผลลดน้อยลงและช่วยบรรเทาอาการเจ็บแผลได้ หรือหากมีอาการปวดมาก ๆ สามารถใช้ยาพาราเซตามอล ทุก 4-6 ชั่วโมง จนกว่าอาการจะทุเลาลง

3.ทำความสะอาดแผล การล้างแผลฝีเย็บนั้น ควรล้างด้วยน้ำเปล่าต้มสุกอุ่น ๆ (ต้องใช้น้ำยาล้างแผลเป็นพิเศษ)  จากนั้นใช้ผ้าสะอาดหรือสำลีซับให้แห้ง ซึ่งหลังจากนี้ประมาณ 5-6 วัน แผลจะเริ่มติดกันและแห้ง

4.ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำอุ่นชำระล้างบริเวณแผลหลังปัสสาวะ จะช่วยลดอาการแสบคันและป้องกันการอักเสบได้ ส่วนการอุจจาระ หลังเสร็จแล้วให้คุณแม่ใช้กระดาษชำระเช็ดไปทางด้านหลัง เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้ามาปนเปื้อนบริเวณแผลนั่นเอง

 5.หลังคลอดจะมีน้ำคาวปลาไหลซึมออกมาทางช่องคลอด คุณแม่ควรใส่ผ้าอนามัยและเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการอับชื้น และอักเสบตามมา

6.อยู่ไฟ ซึ่งเราคนไทยรู้จักดี การอยู่ไฟจะช่วยให้ความอบอุ่นทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยบรรเทาอาการอาการปวดและบำบัดโรคหลังคลอดได้

7.การให้นมลูก โดยความสำคัญคือ ควรกระตุ้นให้น้ำนมไหล ด้วยการให้ทารกดูดนมทันทีหลังคลอด และดูดสลับข้างกันบ่อย ๆ ในทุก 2 ชั่วโมง

8.หากรู้สึกเจ็บหัวนม ลองปรับท่าให้นมลูกน้อยใหม่ โยให้ลูกดูดนมและงับไปถึงลานหัวนม ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้หัวนมเจ็บได้ หรือหากเกิดปัญหาท่อน้ำนมอุดตันให้คลึงบริเวณก้อนที่คลำได้ที่เต้านมเบา ๆ ซึ่งจะช่วยให้น้ำนมไหลได้

9.รักษาความสะอาดเต้านมและหัวนม โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเต้านมและหัวนมทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังลูกน้อยดูดนมเสร็จ

10.ควรสวมยกทรงพยุงแบบที่ไม่เป็นโครงเหล็ก เพื่อพยุงทรง แต่ต้องเช็ดดี ๆ ว่ายกทรงสวมแล้วไม่แน่นจนเกินไป

Sponsored

11.รักษาความสะอาดของร่างกาย คุณแม่สามารถอาบน้ำสระผมได้ตามปกติ แต่สิ่งที่ควรระวังคืออย่าแช่น้ำนานเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย

12.อาหารคุณแม่หลังคลอด ต้องบำรุงให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ ตับ นม ไข่ อาหารทะเล เพื่อให้ลูกน้อยได้รับไอโอดีนสำหรับเพิ่มไอคิว ผักและผลไม้สด ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว  รวมถึงการดูแลในเรื่องของอาหารที่ไม่รสจัดเกินไป เช่น หวานจัด เค็มจัด เผ็ดจัด อาหารกลิ่นฉุนจัด หรืองดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ รวมถึงอาหารปรุงไม่สุก  เป็นต้น

13.ระมัดระวังในเรื่องการทานยา หากเจ็บป่วยที่มากกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

14.พักผ่อนหลังคลอด การเลี้ยงลูกน้อยมักทำให้คุณแม่พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่อย่างไรเสียควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง

15.ดูแลสุขภาพจิต หลังคลอดคุณแม่ ยังต้องการกำลังใจจากสามีเสมอ ดังนั้นหากสามีช่วยดูแล และให้กำลังใจ ก็จะทำให้สุขภาพจิตแม่ดีขึ้น

16.เพศสัมพันธ์หลังคลอด ควรงดมีเพศสัมพันธ์ จนกว่าจะตรวจสุขภาพในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอด เพราะในช่วงหลังคลอดคุณแม่ยังคงมีน้ำคาวปลาไหลอยู่ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงหลังคลอดระยะแรก จะทำให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อในช่องคลอดและในโพรงมดลูกมากกว่าปกตินั่นเอง

17.ฝึกขมิบช่องคลอด โดยสามารถทำได้ทันทีในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด หลังการคลอดปากมดลูกจะกลับคืนสู่สภาพปกติภายใน 1 สัปดาห์ การฝึกขมิบบ่อย ๆ จะเพิ่มความกระชับของบริเวณช่องคลอดให้กลับมาเหมือนเดิม

18.ตรวจร่างกายหลังคลอด คุณแม่ควรได้รับการตรวจร่างกาย ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอด ทั้งนี้หากมีเลือดออกมาทางช่องคลอดใน 1 ชั่วโมง หรือเลือดออกมาเป็นก้อน ปวดท้องมาก  มีไข้ หนาวสั่น มีน้ำหนอง มีเลือดไหลจากแผลผีเย็บ แผลผีเย็บบวมแดงและปวดถ่วงถึงทวารหนัก มีระดูขาวมีกลิ่นเหม็น น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็นและมีสีแดงตลอดภายใน 15 วัน หลังคลอด และเต้านมบวมแดง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/