การดูแลทารกแรกเกิด คุณแม่มือใหม่หลายคน คงมีเรื่องสงสัยอยู่เหมือนกันใช่ไหมคะ เพราะเราไม่เคยมีประสบการณ์มีลูกน้อยมาก่อน ทำให้ทั้งกังวล ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น ผสมรวมกันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของการดูแลทารกแรกเกิด ที่เราต้องใส่ใจทุกรายละเอียด อยากรู้ไหมคะว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

การดูแลทารกแรกเกิด

5 เรื่องน่ารู้สำหรับ การดูแลทารกแรกเกิด

1.ทารกแรกเกิด หมอนัดวันไหน นัดเมื่อไหร่ เรื่องนี้ที่คุณแม่ห้ามลืม

หลังคลอดและเมื่อถึงเวลาลูกน้อยกลับบ้าน อย่างแรกที่คุณแม่ควรเรียนรู้นั่นคือ การปรับสภาพโหมดชีวิตที่จะเริ่มเข้าสู่การเลี้ยงลูกน้อยแบบเต็มเวลาจริงๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะรับอยู่ คุณแม่หลายคนบอกว่าบางครั้งถึงขั้นเหนื่อยจนสติแตกก็มี ^^ เพราะต้องใช้ทั้งกำลังกาย กำลังใจ ผนึกกำลังในการเลี้ยงดูชีวิตน้อย ๆ

สำหรับเรื่องนี้ขอแนะนำเพิ่มเติมนะคะว่า คุณแม่ควรพูดคุยกับคุณพ่อให้ช่วยดูแลลูกน้อยร่วมกัน  เป็นการแบ่งเบาหน้าที่ช่วยกัน แถมหน้าที่ที่ว่าก็ยังไม่ไม่สามารถกำหนดเวลาได้ด้วย  ดังนั้นหากครอบครัวไหนที่คุณสามีช่วยดูแลลูกน้อยร่วมกับคุณแม่ได้ ก็ควรจะทำพร้อมกับเรียนรู้คอยสังเกตพัฒนาการต่าง ๆ ความปกติความผิดปกติของลูกน้อยไปด้วยกัน และที่สำคัญให้กำลังใจกันระหว่างสามีกับภรรยาด้วย

ปกติแล้วหลังคลอด 1 เดือน คุณหมอจะมีการนัดคุณแม่พาทารกแรกเกิดกลับมาตรวจอีกครั้ง หรือสถานพยาบาลบางที่อาจจะนัด 7 วัน ในการกลับมาตรวจ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่เราไปใช้บริการ  โดยสิ่งที่หมอนัดกลับมาตรวจนั่น คือ ดูว่าลูกน้อยกินนมปกติหรือไม่ เพราะช่วงแรกหลังคลอดคุณแม่หลายคนอาจจะเกิดปัญหาน้ำนมไม่เพียงพอ หรืออื่น ๆ จึงอาจจะส่งผลต่อทารกได้ ดังนั้นเมื่อพบหมอก็จะได้รับคำแนะนำดี ๆ กลับมานั่นเอง ขณะที่คุณแม่เองก็ควรมีการดูแลตนเองด้วย เช่น ทานอาหารที่บำรุงน้ำนม อาทิ หัวปลี ขิง ใบกะเพรา ฟักทอง ตำลึง เป็นต้น

สิ่งที่ดูต่อมาคือ ดูว่าสะดือของลูกน้อยเป็นปกติ แห้งดีหรือไม่ ซึ่งหลังคลอดหมอจะแนะนำว่าควรเช็ดตัวลูกน้อยเป็นการทำความสะอาดแทนการอาบน้ำ จนเมื่อสะดือลูกน้อยหลุดถึงจะสามารถอาบน้ำให้ลูกน้อยได้ สำหรับการเช็ดทำความสะอาดสะดือลูกน้อยแรกเกิดนั้น ให้เริ่มจากใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ จากนั้นให้ดึงสะดือลูกน้อยขึ้น (ทำอย่างเบามือ) จนเห็นรอยต่อสะดือกับผิวหนังหน้าท้อง แล้วจึงค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาด กระทั่งเมื่อสะดือหลุดอาจพบว่ามีเลือดซึมเล็กน้อย ซึ่งคุณแม่ไม่ต้องตกใจเพราะเป็นเรื่องปกติ และอาการจะหายเป็นปกติไปได้เอง

สิ่งที่ดูต่อมา คือ หมอจะดูว่าน้อยตัวเหลืองหรือไม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วอาการตัวหลังหลังคลอดเป็นเรื่องปกติของทารก แต่หากกลับบ้านแล้วยังพบว่าลูกน้อยตัวเหลือง แถมยังตัวเหลืองขึ้นเรื่อย ๆ หมอก็จะได้หาสาเหตุและหาวิธีรักษาอย่างถูกต้องนั่นเอง

สิ่งที่ดูต่อมา คือ หมอจะมีการตรวจเช็กพัฒนาการด้านร่างกายของทารกแรกเกิดว่าปกติหรือไม่  ทั้งน้ำหนัก ความยาว ส่วนสูง รอบ เส้นรอบอก จากนั้นจะมีการบันทึกและลงกราฟเอาไว้ เพื่อดูพัฒนาการการเจริญเติบโต ทั้งนี้ทารกแรกเกิดแต่ละคน จะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป คุณแม่ไม่ควรเปรียบเทียบพัฒนาการลูกน้อยของตนเองกับลูกน้อยของคนอื่น เช่น ทำไมเขาอ้วน ทำไมลูกเราผอม เป็นต้น เพราะทารกแรกเกิดแต่ละคนย่อมมีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป

2.แม่จ๋ารู้ไหม…ทารกแรกเกิดสามารถสื่อสารได้แล้ว

รู้ไหมว่าทารกแรกเกิดสามารถสื่อสารกับเราได้แล้ว ฟังดูอาจจะบอกว่าไม่จริงเขายังพูดไม่ได้จะสื่อสารกับเรายังไง จริงในเรื่องการการสื่อสารที่ยังพูดไม่ได้ แต่สิ่งที่เขาสื่อสารได้นั่นคือ สื่อสารผ่านการร้องไห้ โดยหากคุณพ่อคุณแม่สังเกตดี ๆ เรียนรู้ดี ๆ จะพบว่าเสียงร้องไห้ของลูกแต่ละอารมณ์มีความแตกต่างกัน เช่น ร้องไห้เมื่อหิว ร้องไห้เมื่อง่วง ร้องไห้เมื่อร้อน ร้องไห้เมื่อเจ็บ เป็นต้น

แรก ๆ เราอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อเฝ้าสังเกตบ่อย ๆ จะพบว่าเสียงร้องไห้ของทารกแรกเกิดเขากำลังบอกอะไรเรา ซึ่งเรื่องนี้คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบอย่างชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไป การเลี้ยงดูลูกน้อย ความใกล้ชิดต่าง ๆ จะทำให้ทราบได้ว่า ณ ตอนนี้ลูกน้อยต้องการอะไร หรือลูกน้อยกำลังเป็นอะไร ซึ่งก็เป็นผลดีต่อการตอบสนองกับลูกน้อยอย่างถูกต้อง ทำให้ลูกน้อยเกิดความไว้วางใจและมีความเชื่อมั่น จนกลายเป็นรากฐานชีวิตให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมีคุณภาพ เรียกว่าแก้ถูกที่ ก็จะมีแต่เรื่องที่ดีเกิดขึ้นแล้ว

3.ทารกแรกเกิดกับการนอน

Sponsored

ในช่วงแรกคลอดต้องบอกว่าเป็นเวลาที่คุณแม่ต้องรับบทหนักกันเลยทีเดียวค่ะ เพราะเวลาต่าง ๆ เราไม่สามารถกำหนดได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความเหนื่อยล้าสำหรับการพักผ่อนไม่เพียงจึงเกิดขึ้นได้อย่างเลี่ยงไม่ได้  ยิ่งเป็นเรื่องการนอนขอลูกน้อยด้วยแล้ว การนอนของเขาจะแตกต่างจากเราโดยสิ้นเชิง คือ ลูกน้อยจะนอนตอนกลางวันและตื่นนอนเวลากลางคืน แถมบางคืนทำให้คุณแม่หลายคนไม่ได้หลับได้นอนก็มี

สำหรับเรื่องนี้คุณแม่ควรวางแผนรับมือให้ดีค่ะ เพราะทั้งให้นม ทั้งเลี้ยงลูก ทั้งดูแลตลอด 24 ชั่วโมงก็คงไม่ไหว ควรพูดคุยกับคุณพ่อในการช่วยกันดูแลตรงนี้ หรือบางครอบครัวอาจจะพาพี่เลี้ยง เช่น คุณยาย คุณย่า พี่สาว น้องสาว เป็นต้น มาช่วยก็จะทำให้คุณแม่ไม่เหนื่อยมากจนเกินไป หรือควรพยายามงีบหลับไปหลังลูกน้อยหลับแล้ว พยายามนอนให้หลับเพื่อจะได้มีแรงตื่นมาเลี้ยงลูกน้อยต่อ อย่างไรก็ตามการนอนของทารกแรกเกิดในช่วงแรก ที่นอนกลางวัน ตื่นตอนกลางคืน จะค่อย ๆ หายไปหลังอายุได้ 1 เดือนไปแล้ว ลูกน้อยจะค่อย ๆ มีการปรับตัวมาเป็นนอนกลางคืนและตื่นในตอนกลางวันนั่นเอง

4.ทารกแรกเกิดต้องให้นมแม่อย่างเดียว  

คุณแม่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่านมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะมีสารอาหาครบถ้วน และมีการระบุชัดเจนว่าเด็กทารกแรกเกิดควรให้นมแม่เพียงอย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องให้อาหารเสริมอะไรเพิ่ม นมแม่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านร่างกายและสมองที่ดี ทั้งยังทำให้เกิดสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่กับลูกน้อยอีกด้วย

5.ดูแลความปลอดภัยของลูกน้อย

ทารกแรกเกิดกับการดูแลความปลอดภัย เรื่องที่ทั้งคุณแม่และคุณพ่อต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ใส่ใจทุกรายละเอียด เพราะร่างกายเขายังเล็กยังไม่แข็งแรงเหมือนผู้ใหญ่ บางครั้งหากเรามองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจจะนำมาซึ่งอันตรายได้ เช่น เช่น น้ำที่จะอาบให้ลูกน้อย อุณหภูมิของเรากับของลูกน้อยไม่เหมือนกัน หากเราไม่ตรวจดี ๆ ใช้ความรู้สึกของตัวเองเช็กว่าน้ำอุ่นพอดี แต่สำหรับลูกน้อยอุณหภูมิน้ำอาจจะร้อนสำหรับเขาก็ได้ หรือไม่ปล่อยลูกน้อยนอนบนโซฟาคนเดียว หรือปล่อยให้ลูกน้อยนอนกับสัตว์เลี้ยงตามลำพัง เป็นต้น  ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เพื่อความปลอดภัยขอบอกว่า ป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ

เรื่องดีมีไว้แชร์ …หวังว่าเรื่องที่เรานำมาฝากคงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคุณแม่ ๆ นะคะ

ขอบคุณภาพ : www.babycentre.co.uk

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/