ปัญหาในระหว่างตั้งครรภ์คงไม่เป็นที่ปรารถนาสำหรับคุณแม่อย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาวะครรภ์เป็นพิษ จึงอยากชวนคุณแม่มาไขข้อข้องใจเกี่ยว อาการครรภ์เป็นพิษ อย่างรอบด้านกันค่ะ

อาการครรภ์เป็นพิษ

ไขข้อข้องใจ ทำไมเกิด อาการครรภ์เป็นพิษ

ครรภ์เป็นพิษ คือ ภาวะผิดปกติที่พบในแม่ท้อง มักเกิดจากสาเหตุสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • อาการบวม
  • ความดันโลหิตสูง
  • ตรวจพบไข่ขาวปัสสาวะ

ซึ่งอาการเหล่านี้พบได้ประมาณร้อยละ  5 ของแม่ท้อง และมักมีอาการเมื่ออายุครรภ์ได้ 5 – 6 เดือน ขึ้นไป จนกระทั่งคลอดได้ประมาณ 1 สัปดาห์

ครรภ์เป็นพิษ แบ่งเป็นพรีอีแคลทป์เชีย (preeclampsia) คือ มีเพียงอาการบวม ความดันโลหิตสูง และสารไข่ขาวในปัสสาวะ แต่ไม่มีอาการชักหรือหมดสติ และอีแคลทป์เชีย (eclampsia)คือ  มีอาการชักหรือหมดสติ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

 

อาการ

1.ปวดศีรษะ ตามัว อาเจียน บวมตามมือเท้าและใบหน้า

2.ในรายที่เป็นพรีอีแคลทป์เชีย ระยะรุนแรงจะมีความดันโลหิตสูงเกิน 160/110 มิลลิเมตรปรอท อาจมีภาวะเม็ดเลือดแดงตก เอ็นไซม์ตับขึ้นสูงและภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

3.ในรายที่เป็นอีแคลทป์เชีย จะมีอาการชักหรือหมดสติซึ่งอาจเกิดก่อนคลอด ขณะคลอดหรือภายใน 1 สัปดาห์หลังคลอดก็ได้ค่ะ

 

การรักษา

Sponsored

1.การรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษนั้น อาจต้องยุติการตั้งครรภ์ โดยให้มีผลกระทบต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ให้น้อยที่สุด

2.ในรายของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ใกล้กำหนดคลอด หรือครบกำหนดคลอด และปากมดลูกพร้อมก็ให้มีการชักนำการคลอดทางช่องคลอด หากปากมดลูกไม่พร้อมหรือมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น  ทารกมีขนาดใหญ่  คุณหมอมักจะพิจารณาให้ผ่าคลอดค่ะ

3.ในกรณีที่อายุครรภ์ยังไม่ครบการพิจารณายุติการตั้งครรภ์ก็จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและอายุครรภ์

4.ในรายที่คุณแม่มีอาการรุนแรงอาจจะต้องให้ยาป้องกันการชักและยาลดความดันโลหิตด้วย

 

ไขข้อข้องใจกันแล้วนะคะสำหรับภาวะครรภ์เป็นพิษ อย่างไรก็ตามหากคุณแม่เกิดมีความผิดปกติใด ๆ ขึ้นมาควรรีบแจ้งกับคุณหมอเนิ่นๆ นะคะเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณแม่และทารกน้อยในครรภ์

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆ กับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/