ไข้หวัดแดดนั้นแตกต่างกับไข้หวัดธรรมดา และเป็นโรคฮิตอีกโรคหนึ่งที่มักมาในช่วงหน้าร้อน หรือในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งทำให้เด็กๆ เกิดเจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้นมาทำความรู้จักกับอาการ วิธีรักษาและการป้องกันลูกน้อยจากไข้หวัดแดดกันดีกว่า

ไข้หวัดแดด คืออะไร

ไข้หวัดแดดนั้น คือโรคชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นโดยร่างกายนั้นไม่สามารถปรับตัวกับอุณหภูมิที่ร้อนจัด หรือมีการเปลี่ยนแปลงไปมา พร้อมกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนชื้นก็ส่งผลให้ร่างกายได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย จึงทำให้เกิดอาการป่วยเป็นไข้หวัดแดดได้ในที่สุด

อาการของโรคไข้หวัดแดด

อาการของไข้หวัดแดดนั้นจะแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดา โดยอาการของไข้หวัดธรรมดา มักมีน้ำมูก ไอ เจ็บคอและมีเสมหะ แต่ไข้หวัดแดดจะไม่ค่อยมีน้ำมูก และไม่เจ็บคอ โดยจะมีอาการปากคอแห้งและแสบคอแทน ส่วนอาการอื่นๆ นั้นคุณแม่สามารถสังเกตได้ดังต่อไปนี้

  1. มีอาการไข้ต่ำๆ คือไม่เกิน 40 องศาเซลเซียล
  2. ปวดศีรษะ
  3. ครั่นเนื้อครั่นตัว
  4. รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง
  5. ท้องเสีย
  6. คลื่นไส้อาเจียน รู้สึกขมในปาก
  7. นอนไม่หลับ
  8. ผิวบวมแดง ปวดแสบปวดร้อน
  9. ตาแดง ปวดกระบอกตา

กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นไข้หวัดแดด

กลุ่มเด็กที่มีโอกาสเป็นไข้หวัดแดดได้ง่ายนั้น คือ เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงอื่นๆอีกที่มีโอกาสเป็นไข้หวัดแดด ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น นักกีฬา ชาวไร่ชาวนา รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และผู้ที่พักผ่อนน้อย ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

วิธีการรักษาเมื่อลูกป่วย

เมื่อลูกมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดแดดจะมีวิธีการรักษาดังต่อไปนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการของไข้หวัดแดดจะดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์

1.เช็ดตัว

อาการตัวร้อนรุมๆ แม้ว่าไข้จะไม่สูงแต่ก็ทำให้เด็กๆ รู้สึกไม่สบายตัว ดังนั้นคุณแม่ต้องช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในตัวลูก ดัวยการเช็ดตัว เพื่อทำให้ร่างกายเย็นลง โดยอุณหภูมิน้ำที่ใช้เช็ดตัวควรเป็นน้ำที่อุณหภูมิปกติ

รู้ไหม! น้ำมะนาว ลดไข้ลูกได้ด้วย

2.ให้ยาลดไข้

คุณแม่สามารถให้ยาลดไข้ได้ตามปกติ โดยปริมาณยาที่ให้ต้องเหมาะสมกับอายุของเด็กด้วย

3.ทานอาหารอ่อน

เด็กบางคนเมื่อเจ็บป่วยมักทานอาหารไม่ค่อยได้ ดังนั้นควรเลือกอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด หรือซุปอ่อน เป็นต้น ทั้งนี้หากลูกมีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ให้เน้นกินแต่นมแม่เท่านั้น

4.ดื่มน้ำบ่อยๆ

นอกจากอาหารที่ควรปรุงสุกใหม่ๆ แล้ว ต้องให้เด็กได้ดื่มน้ำที่สะอาดด้วย โดยแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

5.อยู่ในที่อากาศถ่ายเท

เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ควรให้ลูกได้พักผ่อนในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เช่น มีลมพัด หรือนอนในห้องที่มีอุณหภูมิไม่ร้อนและเย็นมากเกินไป

6.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ช่วงที่ลูกเจ็บป่วย คุณแม่ควรให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนมากกว่าปกติ เพราะร่างกายลูกยังอ่อนเพลีย ซึ่งการนอนหลับจะช่วยฟื้นฟูร่างกายได้

วิธีการป้องกันลูกน้อย จากไข้หวัดชนิดนี้

เพื่อไม่ให้เป็นไข้หวัดแดด จึงมีวิธีป้องกันมาแนะนำกันดังต่อไปนี้

1.หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ

ไม่ควรพาลูกออกแดดในช่วง 10:00-15:00 เพราะในช่วงนี้อากาศจะร้อนจัด หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ควรต้องสวมหมวก หรือ พกร่มไว้บ้าง

2.ใส่เสื้อผ้าเบาสบาย

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ การเลือกเสื้อผ้าให้ลูกได้สวมใส่นั้นก็สำคัญ จึงควรคำนึงถึงเนื้อผ้าที่บางเบา ใส่แล้วไม่อึดอัด และสามารถระบายอากาศได้ดี

3.ดื่มน้ำบ่อยๆ

เพื่อขับความร้อนในร่างกาย ในระหว่างวัน ควรให้ลูกได้ดื่มน้ำบ่อยๆ โดยให้จิบน้ำอยู่เรื่อยๆ

Sponsored

4.ไม่อยู่ในที่แออัด

ไม่ควรนำเด็กเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่แออัด มีผู้คนมากมาย เพราะอากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก และอาจทำให้ลูกติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย

5.ไม่เข้าห้องแอร์ทันที

เมื่ออยู่ในที่มีอากาศร้อนมาก่อน ควรบอกให้ลูกนั่งพักสักแป๊ป ก่อนเข้าไปในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพก่อน

6.ไม่อยู่ในห้องแอร์นานๆ

การปล่อยให้ลูกอยู่แต่ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นตลอดทั้งวัน  ย่อมส่งผลททำให้เลือดชะลอตัว จมูกและคอแห้ง ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสได้ง่าย ดังนั้นจึงควรพาลูกออกมารับอากาศข้างนอกห้องบ้าง

7.ทานอาหารที่มีประโยชน์

ให้ลูกได้ทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี ซึ่งสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้ โดยอาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ ส้ม ฝรั่ง มะละกอ กีวี เป็นต้น

8.ล้างมือบ่อยๆ

คณแม่ควรสอนให้ลูกรักษาสุขภาพของตนเอง เช่น หมั่นล้างมือเสมอ ทั้งก่อนการทานอาหารทุกมื้อ และหลังออกจากห้องน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ

9.ออกกำลังกาย

การพาลูกออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ลูกมีร่างกายที่แข็งแรง ช่วยทำให้โอกาสติดเชื้อหวัดน้อยลง แต่ควรเลือกออกกำลังกายในสถาที่ที่มีลมพัดผ่าน และถ่ายเทอากาศได้ดีด้วย

10.นอนหลับพักผ่อน

การนอนกับเด็กเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยทั้งในเรื่องพัฒนาการที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรง จึงไม่ควรละเลย ซึ่งเด็กเล็กๆ นั้นควรได้เข้านอนแต่หัวค่ำ โดยการจัดตารางเข้านอนให้เป็นเวลาแน่นอน จะช่วยทำให้เด็กหลับได้ง่ายขึ้น

แพทย์เตือน! ไข้หวัดแดด ไม่ควรมองข้าม

นับวันเด็กๆ ก็ต้องเผชิญกับอากาศร้อนที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ดังนั้นการสอนให้เด็กรู้จักดูแลตัวเองด้วย ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกเป็นไข้หวัดแดด นอกจากนี้การดูแลเอาใจใส่ของพ่อแม่ก็จะยิ่งช่วยให้ลูกมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีได้อีกด้วย

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.หัดกุหลาบ โรคนี้เป็นอย่างไร อันตรายต่อลูกน้อยมากแค่ไหน

2.โรคภูมิแพ้ตัวเอง คุณแม่รู้ไหม ลูกน้อยก็อาจเป็นได้