เนื้องอกในโพรงมดลูก เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ซี่งบางครั้งกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ก็มีอาการที่รุนแรงแล้ว แต่คงจะดีกว่าถ้าผู้หญิงส่วนใหญ่จะสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ดังนั้นมาดูกันสิว่าสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าอาจเป็นเนื้องอกในมดลูกได้นั้น มีอะไรบ้าง

เนื้องอกในโพรงมดลูก เกิดจากอะไร

เนื้องอกในมดลูก คือก้อนเนื้อหรือติ่งเนื้อที่ปูดนูนขึ้นในโพรงมดลูก โดยพบได้บ่อยในผู้หญิงที่อยู่ในวัยมีประจำเดือน โดยเฉพาะในช่วงวัยอายุ 30-40 ปี  ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกในโพรงมดลูกนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่อาจมีปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนเพศหญิง ที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เนื้องอกมีขนาดโตขึ้นได้ รวมทั้งคนที่อยู่ในภาวะอ้วนก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เนื่องจากไขมันที่ใต้ผิวหนังสามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงไปกระตุ้นทำให้โพรงมดลูกหนาขึ้นนั่นเอง

อันตรายจากเนื้องอกในโพรงมดลูก

เมื่อเป็นเนื้องอกโพรงมดลูก มักส่งผลให้เกิดความผิดปกติภายในร่างกายดังต่อไปนี้

1.ประจำเดือนมากผิดปกติ

โดยปกติประจำเดือนจะมาไม่เกิน 7 วัน แต่อาการเนื้องอกในโพรงมดลูก จะส่งผลให้มีเลือดออกมากกว่าปกติ และอาจยาวนานหลายวัน ทำให้ต้องใช้ผ้าอนามัยมากขึ้น ซึ่งปริมาณของเลือดที่ออกมากขึ้นนั้นจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น แบบค่อยเป็นค่อยไป ตามก้อนเนื้องอกที่ค่อยๆ เติบโตขึ้น นอกจากนี้การที่เลือดออกมาก อาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีภาวะเลือดจางร่วมด้วย

2.มีบุตรยาก

ภาวะมีบุตรยากนั้น สาเหตุหนึ่งเกิดจากการมีเนื้องอกภายในโพรงมดลูก เนื่องมาจากเนื้องอกนั้นเติบโตขึ้น จนขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน นอกจากนี้ แม้ว่าตัวอ่อนจะสามารถฝังตัวได้สำเร็จ แต่ก็มีโอกาสที่จะแท้งสูง เพราะเนื้องอกนั้นส่งผลทำให้มดลูกมีรูปร่างที่ผิดปกติ ไม่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน รวมทั้งอาจส่งผลให้เกิดการฝังตัวของรกผิดปกติ การคลอดก่อนกำหนด และอาการตกเลือดหลังคลอดได้อีกด้วย

คลิกดู อันตรายเมื่อเป็นเนื้องอกขณะตั้งครรภ์

3.โอกาสเป็นมะเร็ง

มีความเป็นไปได้ที่เนื้องอกภายในโพรงมดลูกนั้นจะพัฒนาไปเป็นมะเร็ง โดยมีอัตราการเกิดประมาณ 1:1000

8 สัญญาณเตือน คุณอาจเป็นโรคนี้

สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เป็นเสมือนสัญญาณเตือนให้รู้ถึงความเจ็บป่วย ซึ่งโรคเนื้องอกในโพรงมดลูกนั้นมีสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงโรคด้วยเช่นกัน ดังต่อไปนี้

1.ประจำเดือนมานานเกิน 1 สัปดาห์

ปกติแล้วผู้หญิงจะมีประจำเดือนนานไม่เกิน 7 วัน หากเกินจกนี้ถือว่ามามากกว่าปกติ ซึ่งการมีประจำเดือนมากและหลายวันเกินไป อาจส่งผลทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ โดยทำให้มีอาการต่างๆ ตามมาด้วย เช่น เพลีย เหนื่อยง่าย มีเสียงในหู ใจสั่น เป็นต้น

2.ประจำเดือนออกมาก

อาการประจำเดือนมามาก จนทำให้ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง หรือต้องลุกมากเปลี่ยนขณะนอนหลับ อาจมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนที่ทำงานผิดปกติ ที่ส่งผลให้เกิดการสร้างเยื่อบุมดลูกที่มากเกินไป และลอกตัวออกมาเป็นเลือดประจำเดือนจำนวนมาก และนอกจากนี้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่มดลูกก็ส่งผลทำให้มีเลือดประจำเดือนออกมากได้เช่นกัน เช่น เนื้องอกในโพรงมดลูก มะเร็งมดลูก เป็นต้น

3.ประจำเดือนมีลิ่มเลือด

ลิ่มเลือดที่ออกมากับประจำเดือนนั้น เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ทัน แต่กลับคั่งค้างอยู่ในช่องคลอดแทน ซึ่งการมีประจำเดือนมามากกว่าปกติ และทำให้ประจำเดือนออกมาเป็นลิ่มเลือดนั้น มีสาเหตุมาจากการมีเนื้องอกในมดลูกนั่นเอง

4.ปวดท้องน้อย

หลายคนมีอาการปวดท้องน้อยเมื่อใกล้มีประจำเดือน หรือระหว่างมีประจำเดือน โดยอาการปวดท้องน้อย หรือปวดท้องประจำเดือน เนื่องมาจากมดลูกกำลังขับประจำเดือนออกมา ซึ่งถ้าพบว่ามีอาการปวดมากกว่าปกติ ควรไปพบแพทย์ เพราะอาจมีสาเหตุมาจากอาการ เนื้องอกมดลูกได้

Sponsored

5.ท้องผูกผิดปกติ

ผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ อาจตรวจพบว่ามีก้อนเนื้องอกในมดลูกขนาดใหญ่ จนไปกดทับอวัยวะข้างเคียง เช่นลำไส้ตรง และทวารหนัก จนส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก รวมทั้งอาการ เนื้องอกมดลูกอาจมีอาการเจ็บขณะถ่ายอุจจาระ เนื่องจากมีเนื้องอกโตขึ้น จนไปทับลำไส้ใหญ่นั่นเอง

6.ปัสสาวะบ่อย

เนื่องจากเนื้องอกที่เกิดขึ้นยื่นไปทางด้านหน้า หรืออาจโตเบียดมดลูกมาทางหน้าท้องทำให้ไปกดกระเพาะปัสสาวะ จึงส่งผลให้ต้องปัสสาวะบ่อย หรืออาจปัสสาวะได้ไม่สุด ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำหลายครั้ง

7.เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์

ถ้าก้อนเนื้องอกโตขึ้นแล้วยื่นออกไปในช่องคลอด หรือบริเวณปากมดลูกอาจส่งผลทำให้เกิดความเจ็บปวด ในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ได้

8.ท้องน้อยโต และบวม

ก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่ส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง รวมทั้งอาจสังเกตเห็นท้องโตบริเวณท้องน้อยและอุ้งเชิงกราน คล้ายคนตั้งครรภ์ และเมื่อคลำดูก็จะพบก้อนที่ท้องน้อยด้วย ซึ่งอาการเหล่านี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนของโรคเนื้องอกในโพรงมดลูกด้วยนั่นเอง

หากพบว่ามีอาการผิดปกติดังนี้ ควรไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้วินิจฉัย และทำการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งการรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษาเนื้องอกในโพรงมดลูกมีประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จมากกว่า การปล่อยให้โรคเกิดลุกลาม จนเกิดอาการเจ็บป่วยที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อชีวิตได้

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about growing up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.คนท้องห้ามเย็บผ้า ความเชื่อโบราณ เพราะอะไร มาดูเหตุผลกันเลย

2.แม่ท้องกินเผ็ด ลูกจะผมน้อย ความเชื่อนี้จะเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน