เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว หลายๆท่านมักจะมีอาการแปลกๆเกิดขึ้น อาการแปลกของแม่ตั้งครรภ์ ที่ว่านี้มักจะแตกต่างกันไป มากมายหลากหลาย..ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงอาการแพ้ท้องที่อยากรับประทานอะไรแปลกอย่าง ดินสอพอง เกลือกำน้อยๆ น้ำปลา เป็นต้น แต่อาการแปลกของแม่ตั้งครรภ์ ที่ว่านี้เป็นอาการที่เกิดผิดจากปกติที่คุณแม่เคยเป็น ซึ่งอาจจะไม่มี ปัญหาใดๆ แต่ทั้งนี้เพื่อให้คุณแม่คลายกังวล อาการแปลกๆ ที่ว่ามีดังนี้ค่ะ

อาการแปลกของแม่ตั้งครรภ์

1.มีลมในท้อง

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้องทำให้เรอเอิ๊กอ๊าก ให้ได้ขำหรืออายม้วนต้วนกัน อันนี้ไม่ใช่ของแปลกแต่อย่างใดค่ะ แต่สำหรับคุณแม่ในยามปกติอาจจะไม่มีอาการเหล่านี้ แต่ที่เกิดอาการนี้ตอนตั้งครรภ์ เพราะมดลูกที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นไปเบียดกดทับกระเพาะอาหารเข้าให้ มีผลทำให้เนื้อที่ในการบรรจุอาหารจึงน้อยลงกระเพาะก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ ย่อยอาหารไม่สะดวก จึงเกิดมีลมในกระเพาะขึ้นได้ ยิ่งเมื่ออายุครรภ์หลังจาก 7 เดือนไปแล้ว บางท่านอาจได้ยินเสียงโครกครากในท้อง และรู้สึกว่ามีลมมากจนท้องกลมเป่งก็เป็นได้ค่ะ

วิธีการรับมือ

  • รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา ข้ามต้ม โจ๊ก หลีกเลี่ยงอาหารทอดๆ ย่างๆที่มีความมันเพราะจะยิ่งทำให้ท้องอืดเฟ้อเพราะย่อยยาก นอกจากนี้เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ควรงดไปเลยค่ะเพราะจะยิ่งทวีความอึดอัดให้คุณแม่มากขึ้น
  • ไม่ควรรับประทานยาลดกรด หากจำเป็นควรปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ หรือคุณแม่อาจจะดื่มน้ำขิง อุ่น ๆ สักแก้วก็ช่วยบรรเทาอาการอึดอัดในท้องได้ดีนะคะ แถมยังปลอดภัยอีกด้วย
  • ปริมาณการรับประทานในแต่ละมื้อ จากที่เคยทานข้าวจานพูนๆก็ลดลงให้เหลือสักครึ่งจาก แล้วอีก 3-4 ชั่วโมงค่อยกลับมารับประทานอีกจาน เพราะเว้นระยะให้กระเพาอาหารจะได้ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ช่วยลดปัญหาอาการอึดอัดแน่นท้องได้ดีค่ะ

2.เจ็บกระดูกซี่โครงใต้อกหรือใต้ราวนม

อาการนี้มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่หลาย ๆ ท่านเพราะสรีระที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ ขนาดของมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นไปกดทับกระดูก   ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณกระดูกซี่โครงใต้อกเหมือนมีอะไรมาตำ หรือทิ่มบริเวณใต้อกอาจทำให้รู้สึกรำคาญ แต่อย่างไรก็ตามไม่ต้องกังวลใจไปค่ะเพราะอาการนี้จะค่อยๆดีขึ้น เมื่อคลอดบุตรแล้วรับรองหายเป็นปลิดทิ้งค่ะเพราะมดลูกเริ่มกลับเข้าที่เข้าทางของมันแล้วก็พลอยทำให้เจ้าอากรเจ็บแปลบบริเวณซี่โครงนี้หายตามไปด้วย และไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด

วิธีการรับมือ

  • คุณแม่ควรเลือกขนาดของบราให้พอดีกับขนาดของทรวงอกที่ขยายใหญ่ขึ้น เพราะหากใช้บราขนาดเท่าเดิมกับตอนที่ยังไม่ได้ตั้งครรภ์จะยิ่งทำให้เกิดการกดทับและเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นค่ะ
  • เวลานั่ง คุณแม่ต้องนั่งในท่าหลังตรงอย่านั่งหลังค่อมเพราะจะยิ่งทำให้เกิดอาการเจ็บขึ้นมาได้ และทางที่ดีควรหาหมอนมาหนุนหลังจะเพิ่มความสบายยิ่งขึ้น

3.ปัสสาวะเล็ด

อาการนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าอายแต่อย่างใด ปกติเราสามารถควบคุมการไหลของปัสสาวะเราได้เอง แต่หากปวดมาก ๆ จริง ๆ ก็คงมีบ้างที่ปัสสาวะจะเล็ดออกมา โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ระบบทางเดินปัสสาวะมีการขยายตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อหูรูดไม่แข็งแรง ประกอบกับทารกในครรภ์ที่มีขนาดโตขึ้นๆทุกวัน ส่งผลให้มดลูกขยายตัวมากดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่ มักจะเกิดบ่อยในช่วงไตรมาสสุกท้าย คือ เดือนที่ 7-9 เพราะมดลูกจะขยายใหญ่มาก แต่เมื่อคลอดแล้วอาการปัสสาวะเล็ดนี้จะหายไปในที่สุดค่ะ

วิธีการรับมือ

  • ในเมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาแล้วให้รีบเข้าห้องน้ำทันทีที่ทำได้ค่ะ อย่ากลั้นปัสสาวะไว้นาน เกินไปจะทำให้คุณแม่ควบคุมการไหลของปัสสาวะไม่ได้มีผลทำให้ปัสสาวะเล็ดออกมา
  • อย่ากังวลว่าเพราะดื่มน้ำมากเกินไปจึงทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ด เพราะหากคุณแม่ดื่มน้ำน้อยลงปัญหาท้องผูกจะตามมา

4.เหงือกอับเสบ

Sponsored

อาการเหงือกอักเสบเกิดขึ้นได้หากคุณแม่ดูแลฟันและเหงือกไม่ดี เพราะบางท่านคิดว่าช่วงตั้งครรภ์ไม่ควรไปทำฟัน ทำให้ละเลยการดูเหงือกและฟันไปโดยปริยาย   อันนี้ไม่จริงนะคะ เพราะถึงท้องเราก็สามารถไปอุดฟัน หรือขูดหินปูนได้ตามปกติ ซึ่งผู้เขียนเองก็ยังไปอุดฟันเลยค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรที่กระทบต่อทารกในครรภ์แม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าคุณแม่ปล่อยให้เหงือกอับเสบเป็นที่สะสมของแบคทีเรียแล้วอาจส่งผลให้ทารกในครรภ์รับเชื้อแบคทีเรียนี้ทางรกได้ ซึ่งถือว่าเป็นอันตราย เช่น เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย เด็กไม่แข็งแรง เป็นต้น ผลเสียเป็นเช่นนี้แล้วรักษาดูแลฟันเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ นะคะ

วิธีการรับมือ

  • แปรงฟันโดยใช้แปรงขนนุ่ม แปรงเบาๆทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร หากไม่สะดวกในการแปรงฟันก็ควรบ้วนปากทุกครั้ง การแปรงฟันควรแปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-ก่อนนอน
  • ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คเกี่ยวกับสุขภาพฟันและแจ้งให้คุณหมอทราบว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟัน

5.เหงื่อออกมาก

คุณแม่ตั้งครรภ์ออกจะมีอาการขี้ร้อนมาก ๆ ค่ะ ทั้งนี้เพราะภายในร่างกายมีปริมาณเลือดที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของลูกน้อย ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนมากกว่าปกติ เมื่อร่างกายเกิดความร้อนก็ขับออกมาเป็นเหงื่อตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย แต่อาจทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัว เหนียวตัวได้ค่ะ

วิธีการรับมือ

  • สวมเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าที่ซับเหงื่อ หรือระบายความร้อนได้ดี ใส่แล้วสบายตัวไม่อึดอัด
  • ลดอาหารประเภทที่มีเกลือเพราะเกลือทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น แต่ไม่ใช่งดรับประทานไปเลยนะคะเพราะเกลือยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกายเพียงแต่รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
  • รับประทานผักผลไม้หรือเครื่องดื่มเย็นๆเพื่อดับร้อนให้แก่ร่างกาย

อาการต่างๆที่กล่าวมานั้นอาจจะมีคุณแม่บางท่านกำลังประสบอยู่อย่างน้อยจะได้ไม่กังวลใจมากนัก อีกไม่นานอาการเหล่านี้ก็จะหายไปพร้อมกับที่เราได้เห็นหน้าเบเบี๋ตัวน้อย แค่นี้อาการอะไร ๆ ก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้วค่ะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์ 32 สัปดาห์ อยากรู้จัง ลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ

2.ตั้งครรภ์ 33 สัปดาห์ อยากรู้จัง ลูกน้อยตัวแค่ไหนแล้วนะ