คุณแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกน้อยของตนเองมีพัฒนาการที่ดี ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนกระทั่งคลอดและเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพทุกคนอยู่แล้ว การ กระตุ้นลูกน้อยให้ฉลาด ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ด้วยวิธีการต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่คุณแม่หลายคนสนใจ นั่นเพราะการเจริญเติบโตในช่วงวัยต่าง ๆ หากพ่อแม่เรียนรู้ในการสร้างพัฒนาการต่าง ๆ อย่างถูกต้องและถูกเวลา สิ่งที่ได้รับถัดมาย่อมเต็มไปด้วยคุณภาพ เราก็เลยหาวิธีกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยให้ฉลาดตั้งแต่อยู่ในครรภ์มาฝากค่ะ

9 ขั้นตอน กระตุ้นลูกน้อยในครรภ์ให้ฉลาด เรื่องดีต้องแชร์

9 ขั้นตอน กระตุ้นลูกน้อยให้ฉลาด เรื่องดีต้องแชร์

เวลาทองของการกระตุ้นพัฒนาด้านสมองลูกน้อย ตามความจริงเนื้อสมองและเส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงกับสมองและเชื่อมโยงกันเองเกิดเป็นข่ายใยเส้นประสาทอย่างมากและรวดเร็ว โดยเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ ตั้งแต่ลูกน้อยมีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ เรื่อยไปจนถึงคลอดออกมาแล้วมีอายุ 2 ขวบ หลังจากนั้นพัฒนาการของสมองก็จะลดลง ดังนั้นหากคุณแม่คนไหนที่ต้องการกระตุ้นพัฒนาการด้านสมองลูกน้อยให้ฉลาดสมวัย จึงต้องใส่ใจในช่วงเวลานี้ให้ดี เพราะถือเป็นเวลาทองที่เราสามารถทำได้
แล้วจะกระตุ้นสมองลูกน้อยอย่างไร คนเราจะมีสมองดีหรือมีความเฉลียวฉลาด มีปัจจัยที่มาเกี่ยวข้องหลายประการ ปัจจัยที่สำคัญมี 3 ประการ คือ กรรมพันธุ์  ทานอาหารขณะตั้งครรภ์และของลูกภายหลังคลอด และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวลูกน้อย ทั้งขณะที่อยู่ในท้องและภายหลังคลอด   ซึ่งหากมีทั้ง  3 อย่างที่กล่าวมาความฉลาดย่อมอยู่คู่กับลูกน้อยของเราแน่นอน  ขณะเดียวกันหากไม่มีครบ คุณแม่ก็สามารถสร้างขึ้นได้เอง ด้วยเทคนิคง่าย ๆ เริ่มต้นที่
 อารมณ์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เวลาตั้งครรภ์หากแม่ท้องมีความสุข ลูกน้อยก็จะได้รับความสุขนั้นด้วย จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่าคุณแม่ที่อารมณ์ดีอยู่เสมอ จะทำให้ร่างกายมีการหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน ออกมาผ่านไปทางสายสะดือไปยังลูกทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ)  ในทางตรงกันข้ามคุณแม่ที่มีอารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความเครียดที่เรียกว่า อะดรีนาลิน ออกมาผ่านไปยังลูก ผลดังกล่าวจะทำให้ลูกคลอดออกมาเด็กงอแง เลี้ยงยาก พัฒนาการช้า นั่นเอง
ฟังเพลงเรื่องง่าย ๆ แต่ได้ประโยชน์มหาศาล ระบบประสาทการรับฟังของลูกน้อยในครรภ์จะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน การใช้เสียงกระตุ้นจะทำให้เครือข่ายใยประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้น คุณแม่ลองเลือกเพลงที่ตนเองชอบมาฟังลองดูนะคะ โดยให้เปิดเสียงเพลงห่างจากหน้าท้องประมาณ 1 ฟุต และเปิดเสียงดังพอประมาณเพื่อลูกในครรภ์จะได้ฟังเสียงเพลงไปด้วย ทั้งนี้เมื่อลูกน้อยคลอดออกมา พบว่าเขามีความสามารถจัดลำดับความคิดในสมองได้ง่าย จดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดี และมีความรู้สึกผ่อนคลาย
พูดคุยความสุขกับลูกน้อย ให้คุณแม่พูดพร้อมกับลูกน้อยในครรภ์ เพราะจะช่วยให้ระบบประสาทและสมองที่ควบคุมการได้ยินมีพัฒนาการที่ดีและเตรียมไว้สำหรับหลังคลอด ทั้งนี้การพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ ควรเลือกพูดคุยเรื่องที่เป็นความสุข ความสบายใจ พร้อมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ประโยคซ้ำๆ เพื่อให้ลูกน้อยคุ้นเคย ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องที่เครียด ๆ เรื่องทุกข์ ๆ ให้ลูกน้อยในครรภ์ฟัง
ลูบหน้าท้องสัมผัสรักจากแม่สู่ลูกน้อย การลูบหน้าท้องจะกระตุ้นระบบประสาทและสมองส่วนรับรู้ความรู้สึกของลูกให้มีพัฒนาการดีขึ้น โดยการลูบท้องควรลูบเป็นวงกลม จะจากบนลงล่างหรือจากล่างขึ้นบน บริเวณไหนก่อนก็ได้ ทั้งนี้หากหากแม่ท้องทำเป็นประจำ ก็จะทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี
ส่องไฟที่หน้าท้อง สามารถกระตุ้นได้ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือน โดยการส่องไฟที่หน้าท้องแม่เพื่อให้รู้ว่ามีไฟส่องเข้ามานั้น จะทำให้เซลล์สมองและเส้นประสาทส่วนรับภาพ และการมองเห็นมีพัฒนาดีขึ้น รวมถึงเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการมองเห็นภายหลังคลอดของลูกน้อยด้วย
ออกกำลังกายเรื่องดีที่ควรทำ หากแม่ท้องมีการออกกำลังกาย ลูกในครรภ์ก็จะมีการเคลื่อนไหวตามไปด้วย ซึ่งมีผลต่อการกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสของลูกให้พัฒนาดีขึ้น ทั้งนี้การออกกำลังกายสำหรับแม่ท้อง ต้องเป็นท่าที่เหมาะกับคนท้องด้วย รวมถึงมีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
อาหารดี สมองลูกน้อยดี การเลือกสรรอาหารที่มีคุณภาพและเพียงพอ แน่นอนว่าการสร้างเนื้อสมองและระบบเส้นใยประสาทของลูกน้อย ย่อมเต็มไปด้วยคุณภาพดี หลัก ๆ ให้คุณแม่เลือกอาหารจำพวกที่มีกรดไขมัน ดีเอ็ช เอ (DHA) ซึ่งมีมากในอาหารปลาพวกปลาทะเล และสาหร่ายทะเล และ เออาร์เอ (ARA) ซึ่งมีมากในอาหารพวกน้ำมันพืช เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเม็ดทานตะวัน และน้ำมันข้าวโพด เป็นต้น เหล่านี้ล้วนดีกับสมองของลูกน้อย
9 ขั้นตอนง่าย ๆ คุณแม่ลองเลือกไปใช้ดูนะคะ ทั้งนี้พบว่าแม่ท้องที่มีความสุขบวกกับมีการกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์เสมอ หลังคลอดลูกน้อยจะมีสติปัญญาดี เลี้ยงง่าย อารมณ์ดี  ขณะเดียวกันพบว่าหากแม่ท้องไม่มีความสุข เครียด กังวล และไม่มีการกระตุ้นพัฒนาลูกน้อยในครรภ์ หลังคลอดพบว่าลูกน้อยจะมีพัฒนาการช้า เลี้ยงยาก ร้องไห้งอแง นั่นเอง

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

Sponsored