เพราะทารกน้อยยังไม่มีภูมิต้านทานเชื้อโรค คุณแม่หลายคนจึงต้องระมัดระวังเกี่ยวกับของใช้ที่นำมาใช้กับทารก ซึ่ง เครื่องนึ่งขวดนม ก็เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่จำเป็นอย่างมาก โดยจะนำมาใช้เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคที่อาจมากับขวดนม แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่อาจสงสัยว่าเครื่องนึ่งขวดนมนั้นมีความจำเป็นแค่ไหนและจะเลือกซื้ออย่างไรดี วันนี้เราจะมาไขคำตอบให้กับคุณแม่กันค่ะ

เครื่องนึ่งขวดนม จำเป็นแค่ไหน

ในปัจจุบันคุณแม่ทั้งหลายคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องนึ่งขวดนมเป็นอีกสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่างที่คุณแม่ทราบกันดีว่าเชื้อโรคมีอยู่มากมาย อาจทำให้ลูกป่วยได้ง่าย ทั้งอาเจียน ท้องเสีย ลำไส้อักเสบและอาจรุนแรงถึงขั้นชีวิต ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม นอกจากจะช่วยให้คุณแม่วางใจเรื่องความสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรคแล้ว อุปกรณ์นี้ยังช่วยประหยัดเวลาและใช้งานได้อย่างสะดวก ง่ายดายอีกด้วย

ประเภทของเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม

เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม ที่มีการนำมาใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้

1.เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมแบบไฟฟ้า

เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม ที่อาศัยการฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วยความร้อนจากไอน้ำ ซึ่งในท้องตลาด มีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ หลักการทำงานคือให้คว่ำขวดนมและจุกนมลง โดยใช้เวลานึ่งประมาณ 6-15 นาที และหลังจากฆ่าเชื้อภายใน 24 ชั่วโมงสามารถนำมาใช้ได้แต่ต้องปิดฝาไว้ โดยเครื่องนึ่งแบบไฟฟ้านี้เป็นที่นิยม เพราะสามารถใช้กับอุปกรณ์หลายชิ้นได้ในคราวเดียวกัน

2.เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมแบบไมโครเวฟ

ใช้หลักการเดียวกันกับเครื่องนึ่งแบบไฟฟ้า คือสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วยความร้อนจากไอน้ำ แต่บางยี่ห้ออาจต้องใช้คู่กับสารเคมีหรือน้ำยาฆ่าเชื้อด้วย โดยใช้เวลานึ่งประมาณ 3-8 นาที และอยู่ได้นานถึง 24 ชั่วโมงเช่นกันหากปิดฝาไว้ แต่มีข้อจำกัดคือไ ม่สามารถฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่เป็นโลหะได้

วิธีการเลือกซื้อให้เหมาะสม และปลอดภัย

เนื่องจากในท้องตลาด มีเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมอยู่หลายยี่ห้อ ดังนั้นจึงต้องเลือกให้ดี เพื่อให้ได้เครื่องนึ่งขวดนมที่มีความปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด โดยเราก็มีคำแนะนำในการเลือกซื้อมาบอกกัน ดังนี้

1.ดูขนาดความจุ

ขนาดเป็นสิ่งสำคัญ ที่คุณแม่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ เพราะถ้าเครื่องนึ่งมีขนาดเล็กเกินไป อาจทำให้เสียเวลาต้องนึ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่หลายรอบ โดยแต่ละยี่ห้อก็ผลิตให้มีรูปทรงที่แตกต่างกันทั้งแบบกลม แบบแบน และหลายชั้น ซึ่งส่งผลต่อความจุด้วย ดังนั้นจึงต้องตรวจเช็คความจุให้ดี ก่อนตัดสินใจซื้อ

2.ตรวจสอบระบบความปลอดภัย

คุณแม่ควรสังเกตว่าเครื่องนึ่ง ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องนึ่งแบบไฟฟ้า ซึ่งควรเลือกแบบที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ หรือแบบที่มีสัญลักษณ์หรือสัญญาณเตือนต่าง ๆ ว่าเครื่องทำงานเสร็จแล้ว

Sponsored

3.ระยะเวลาปลอดเชื้อ

คุณแม่อาจสังเกตเพิ่มเติมว่า เครื่องนึ่งมีระยะเวลาปลอดเชื้อได้นานที่สุดแค่ไหน ในขณะที่ยังไม่ได้เปิดฝา ซึ่งจะทำให้คุณแม่สะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีก

4.การใช้งานหลากหลาย

นอกจากเป็นเครื่องนึ่งขวดนมแล้ว ถ้าคุณแม่ต้องการเครื่องอเนกประสงค์ ที่ทำได้ทั้งนึ่งและอบแห้งขวดนม รวมทั้งอุ่นนมและอุ่นอาหาร คุณแม่อาจต้องมองหาเครื่องนึ่ง ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันในเครื่องเดียวไปเลย ซึ่งในปัจจุบันก็มีเครื่องนึ่งที่ใช้งานได้หลากหลายอยู่หลายยี่ห้อเหมือนกัน

คุณแม่สมัยใหม่ คงเห็นถึงความจำเป็น ในการใช้เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมกันแล้ว เพราะฉะนั้นควรหาซื้อมาใช้โดยด่วน และอย่าลืมเลือกซื้อให้ดีด้วย เพื่อให้ได้เครื่องนึ่งที่มีคุณภาพ และปลอดภัยที่สุดนั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.เล่าประสบการณ์ตรง ลูกปวดท้องบ่อย ตรวจพบเป็นลำไส้กลืนกัน

2.แชร์เตือนแม่ๆ! จากเรื่องจริง กว่าจะรู้ว่าลูกเป็นออทิสติก