เงินที่ส่งเข้าระบบประกันสังคมในทุกๆ เดือน เมื่อคุณแม่ตั้งท้องก็จะได้รับสิทธิต่างๆ ทั้งช่วงที่ตั้งครรภ์ ขณะคลอด หลังคลอด จนกระทั่งลูกโตถึงวัย 6 ขวบ ซึ่งก็น่าสนใจมากเลยใช่ไหมล่ะ ถ้าเช่นนั้นเรามาลองดูกันสิว่าคนท้องจะได้รับสิทธิประกันสังคมอะไรบ้าง โดยข้อมูลอัพเดตล่าสุดปี 2563 มีดังนี้

สิทธิประกันสังคม 2563 ที่คุณแม่เบิกได้ มีอะไรบ้าง

ตั้งแต่ที่รู้ว่ากำลังจะได้เป็นแม่ คุณแม่ควรทราบถึงสิทธิต่างๆ ที่จะได้รับ โดยมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย

1.ค่าฝากครรภ์

ตามสิทธิของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม เมื่อไปฝากครรภ์ จะได้รับสิทธิในการเบิกค่าฝากครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นค่าวัคซีน ค่ายา หรือค่าอัลตราซาวด์ เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท โดยจะถูกแบ่งจ่ายเป็น 3 ครั้ง ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 จ่ายให้ผู้ประกันตน 500บาท ในขณะที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์
  • ครั้งที่ 2 จ่ายให้ผู้ประกันตน 300 บาท ในขณะที่มีอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์
  • ครั้งที่ 3 จ่ายให้ผู้ประกันตน 200 บาท ในขณะที่มีอายุครรภ์ 20-28 สัปดาห์

โดยคุณแม่สามารถขอเบิกค่าฝากครรภ์นี้กับสำนักงานประกันสังคมได้เลย หรือจะขอทำเรื่องเบิกหลังคลอดบุตรแล้วก็ได้

2.ค่าคลอด

ระบบประกันสังคมให้ค่าทำคลอดแบบเหมาจ่ายต่อครั้งเป็นจำนวนเงิน 13,000 บาท โดยถ้าเข้าโรงพยาบาลที่อยู่นอกสังกัดที่คุณแม่ลงทะเบียนไว้ จำเป็นต้องจ่ายเงินสำรองไปเองก่อน แล้วค่อยมาทำเรื่องเบิกคืนที่สำนักงานประกันสังคมในภายหลัง ซึ่งการจะใช้สิทธิเบิกค่าคลอดนั้นมีเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ดังนี้

  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน หรือ ภายใน 15เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร
  • ในกรณีที่ทั้งพ่อและแม่เป็นผู้ประกันตน ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
  • ส่วนการคลอดลูกแฝด ใช้สิทธิเบิกค่าคลอดแบบเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อครั้ง เช่นเดียวกัน

3.สิทธิการลาคลอด

ในขณะที่คุณแม่ต้องหยุดงานหลังคลอด เพื่อเลี้ยงลูกที่บ้าน ทางประกันสังคมก็ยังให้สิทธิในการลาคลอดนี้ ด้วยการจ่ายเป็นเงินชดเชยในกรณีที่หยุดงาน ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเงินชดเชยในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นเวลา 90 วัน โดยมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การรับเงินดังนี้

  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน หรือภายใน 15 เดือนก่อนคลอดบุตร
  • สิทธิการลาคลอดนี้เป็นของคุณแม่เพียงคนเดียว คุณพ่อไม่สามารถใช้สทธินี้ได้
  • สำหรับการใช้สิทธินี้ใช้ได้เฉพาะบุตรคนที่1 และบุตรคนที่ 2 เท่านั้น
  • จ่ายให้จากฐานของเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000บาท

4.ค่าชดเชยเมื่อแท้งบุตร

ในกรณีที่คุณแม่แท้งบุตร หรือลูกคลอดออกมาแล้วเสียชีวิต ทางประกันสังคมก็ยังให้เงินค่าชดเชยให้ เพราะถือว่าได้คลอดบุตรเช่นเดียวกัน โดยได้รับเงินในส่วนของค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย และเงินจากการลาคลอดเนื่องจากต้องหยุดงานเพื่อคลอดบุตรนั่นเอง โดยพิจารณาจากเงื่อนไขดังนี้

  • ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน หรือภายใน 15 เดือนก่อนแท้งบุตร
  • คุณแม่ต้องมีอายุครรภ์ไม่น้อยกว่า 28สัปดาห์ หรือ 7 เดือนขึ้นไป
  • สำหรับคุณแม่ที่คลอดบุตรออกมาแล้ว ต่อมาคุณแม่เสียชีวิต ทางครอบครัวก็ยังมีสิทธิได้รับค่าคลอดบุตรนี้ด้วยเช่นกัน

5.เงินสงเคราะห์บุตร

ในขณะเลี้ยงดูบุตร คุณแม่ต้องไม่ลืมสิทธิจากประกันสังคม โดยการขอรับเงินสงเคราะห์บุตร ซึ่งเงินนี้จ่ายให้กับเด็กทุกคนตั้งแต่แรกเกิด จนกระทั่งมีอายุ 6 ปีบริบูรณ์ ในอัตราเหมาจ่ายเดือนละ 600 บาทต่อคน เพื่อให้คุณแม่นำเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายกับลูกๆ ได้ แต่ก็มีเงื่อนไข และข้อกำหนดดังนี้

  • ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน หรือภายใน 36เดือน ก่อนเดือนที่จะทำเรื่องเบิกเงินสงเคราะห์บุตร
  • บุตรต้องชอบด้วยกฎหมาย
  • เงินสงเคราะห์นี้จะให้กับบุตรสูงสุดไม่เกิน 3 คน
  • กรณีเด็กแฝด2คน จะได้รับเงิน 1,200บาทต่อเดือน
  • บุตรเสียชีวิต จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรนี้

การเบิกและรับเงินจากประกันสังคม

การขอเบิกเงินตามสิทธิผู้ประกันตนนั้น คุณแม่สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอรับเงินในกรณีต่างๆดังกล่าว ได้จากสำนักงานประกันสังคมทุกสาขาที่อยู่ใกล้บ้าน ในวันและเวลาราชการ โดยการเตรียมเอกสารต่างๆทั้งของคุณพ่อ คุณแม่และลูกให้พร้อม เช่น สำเนาบัตรประชาชนของพ่อและแม่ สำเนาสูติบัตรลูก สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก เป็นต้น ส่วนถ้าคุณแม่ไม่สะดวกเดินทางไปยังสำนักประกันสังคมด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทน โดยต้องไม่ลืมนำเอกสารมอบอำนาจ และเอกสารต่างๆมาแสดงด้วย นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ได้อีกด้วย

Sponsored

ส่วนการขอรับเงินจากประกันสังคมนั้น หลังจากการยื่นเอกสารต่างๆไว้แล้ว ทางสำนักงานประกันสังคมจะติดต่อมาภายหลัง เพื่อให้ไปรับเงิน แต่ถ้าคุณแม่ไม่สะดวกไปรับเงิน ก็สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปรับแทนได้ รวมทั้งคุณแม่สามารถเลือกให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของคุณแม่ก็ได้

ในกรณีที่คุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิหรือผลประโยชน์ที่คนท้องและบุตรควรจะได้รับ คุณแม่สามารถสอบถามเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ที่สายด่วนประกันสังคม หมายเลข 1506

รัฐบาลได้จัดสรรผลประโยชน์พื้นฐานที่คนท้องและบุตรควรจะได้รับ ซึ่งใครที่กำลังวางแผนที่จะตั้งครรภ์และมีบุตรไม่ควรพลาดที่จะทำความเข้าใจ เพื่อจะได้ใช้สิทธิและรับสิทธินี้ได้อย่างเต็มที่และถูกต้อง โดยจำนวนเงินที่ได้มาแม้จะไม่ได้มากมาย แต่ก็เป็นต้นทุนที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของเด็กดีขึ้นได้ ดังนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควรอัพเดทข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไว้

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเพชรเวช

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ