เคยสังเกตหรือไม่ ว่าในขณะนอนหลับ ลูกน้อยของคุณมีอาการนอนกรนหรือเปล่า ซึ่งการที่ ลูกนอนกรน นั้น ก็อาจนำไปสู่อันตรายที่คุณพ่อคุณแม่อาจคาดไม่ถึงได้เลยทีเดียว โดยอาการนอนกรนแบบไหนที่เป็นอันตราย และมีวิธีการป้องกัน ดูแลรักษาอย่างไร ก็ต้องไปดูข้อมูลที่เรานำมาฝากกันเลย

ลูกนอนกรน มีความอันตรายอย่างไร

จริงๆ แล้วการนอนกรนในเด็ก ก็มีทั้งภาวะที่อันตรายและไม่อันตราย ซึ่งคุณแม่ก็จะต้องสังเกตจากอาการของลูกเอาเอง ว่าเข้าข่ายหรือไม่ โดยการนอนกรนที่อันตรายจะมาพร้อมกับการหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ลูกได้รับออกซิเจนเข้าสู่ปอด สมอง และหัวใจไม่เพียงพอ เป็นผลให้เกิดการกระทบกับสุขภาพได้เป็นอย่างมาก และยังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตขณะหลับหรือที่เรียกกันว่าโรคไหลตายในเด็กได้อีกด้วย

สาเหตุของการนอนกรนในเด็ก

สาเหตุของการนอนกรน ส่วนใหญ่จะเกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ หรือการมีอะไรไปอุดกลั้นอยู่ จึงทำให้เด็กหายใจได้ไม่สะดวก รวมถึงความผิดปกติเหล่านี้ ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกนอนกรนได้เหมือนกัน ซึ่งได้แก่

  • ความอ้วน
  • มีช่องทางเดินหายใจที่แคบกว่าปกติ
  • มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เป็นดาวน์ซินโดรม
  • เป็นโรคปอดเรื้อรัง
  • ต่อมทอนซิลบวมขึ้นมาผิดปกติ

อย่างไรก็ตามเพื่อความชัวร์ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จะได้ทำการรักษาได้อย่างตรงจุดนั่นเอง

อาการนอนกรนของลูก ที่บ่งบอกว่าอยู่ในระดับเสี่ยง

จะรู้ได้อย่างไร ว่าการนอนกรนของลูก มีความผิดปกติและอยู่ในระดับเสี่ยงหรือไม่ ก็สามารถสังเกตได้จากอาการดังนี้

1.ลูกมีอาการหายใจติดขัด หายใจขาดเป็นช่วงๆ และอาจผวาสะดุ้งตื่นขึ้นมาบ่อยๆ

2.มักจะง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลากลางวัน แม้ว่าตอนกลางคืนจะนอนหลับนานถึง 8 ชั่วโมงแล้วก็ตาม

3.ปัสสาวะรดที่นอน โดยสังเกตได้จากการที่ลูกเลิกปัสสาวะรดที่นอนไปแล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็กลับมาปัสสาวะรดที่นอนอีก

4.นอนกรนเสียงดัง และชอบอ้าปากหายใจมากกว่าการหายใจทางจมูก

Sponsored

5.มีอาการสมาธิสั้น และมักจะดูเหมือนไม่ค่อยมีสมาธิมากนัก

วิธีดูแลรักษาเมื่อลูกนอนกรน

เมื่อลูกมีอาการนอนกรน โดยส่วนใหญ่แพทย์จะใช้วิธีการรักษาตามสาเหตุที่แท้จริง โดยจะทำการตรวจวินิจฉัยดูก่อนว่า สาเหตุที่ทำให้ลูกนอนกรนนั้น เกิดจากอะไรกันแน่ จากนั้นจึงวางแผนการรักษา ซึ่งแพทย์จะไม่นิยมรักษาด้วยการผ่าตัด เพราะมีผลข้างเคียงที่สูงมาก นอกจากว่าเด็กมีอาการนอนกรนที่รุนแรงจนถึงขั้นจำเป็นต้องผ่าตัดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว ก็จะต้องดูแลอย่างถูกวิธีด้วย โดยมีวิธีการดูแลดังนี้

  • พยายามจับให้ลูกนอนในท่าตะแคงอยู่เสมอ เพราะท่านี้จะช่วยลดการนอนกรนได้ดีที่สุด โดยนอกจากจะใช้ได้ผลในเด็กแล้ว ก็ใช้ได้ผลในวัยผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน
  • อาบน้ำอุ่นให้ลูกก่อนนอน เพื่อให้ทางเดินหายใจของลูกโล่งขึ้น และทำให้ลูกหายใจได้อย่างสะดวก จึงไม่เกิดอาการนอนกรนขณะหลับนั่นเอง
  • ให้ลูกดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยลดอาการนอนกรนได้เป็นอย่างดี
  • ให้ลูกสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายตัว ไม่คับแน่น อึดอัดจนเกินไป เพราะอาจทำให้หายใจได้ไม่สะดวกและเกิดอาการนอนกรนได้เหมือนกัน

รู้แบบนี้แล้ว เมื่อลูกมีอาการนอนกรน ก็อย่าได้ชะล่าใจเป็นอันขาด เพราะนั่นอาจเป็นภาวะผิดปกติที่มีความอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นรีบเช็คโดยด่วน ว่าการนอนกรนของลูกเข้าข่ายอันตรายหรือไม่ เพื่อจะได้พาลูกไปรักษาได้ทันเวลานั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ