เรื่องของพัฒนาการเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะหาก ลูกพัฒนาการช้า และไม่ได้รับการดูแลแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ด้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน และอาจถึงขั้นไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเด็กคนอื่นได้เลยทีเดียว

ลูกพัฒนาการช้า

ดังนั้นมาสังเกตกันหน่อยดีกว่า ว่าลูกมีพัฒนาการช้ากว่าวัยหรือไม่ เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือและแก้ไขได้ทันนั่นเอง โดยสามารถสังเกตได้ดังนี้

วิธีการสังเกตว่า ลูกพัฒนาการช้า หรือไม่

สำหรับการสังเกตว่าลูกมีพัฒนาการที่ช้ากว่าวัยและมีแนวโน้มจะเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากความผิดปกติดังต่อไปนี้

1.ไม่สามารถคืบ คลาน หรือเดินได้ตามวัยที่เหมาะสม เช่นลูกมีอายุปีกว่าแล้ว แต่ยังไม่คืบ คลาน หรือหัดเดินเลย ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กอาจมีพัฒนาการที่ช้าได้บ้าง แต่ก็ไม่ควรเกินจาก 2 เดือนตามเกณฑ์ที่กำหนด

2.ไม่เข้าใจภาษาที่พ่อแม่พยายามสื่อสาร และไม่สามารถพูดเป็นภาษาที่เข้าใจได้ ทั้งที่ลูกอยู่ในวัยที่ควรจะพูดและเข้าใจคำพูดบางประโยคได้บ้างแล้ว

3.ไม่มีสมาธิ ไม่ชอบสบตาใคร และไม่สามารถทำสิ่งพื้นฐานที่เด็กในวัยเดียวกันสามารถทำได้ รวมถึงมีพฤติกรรมที่ไม่สนใจและไม่ต้องการพ่อแม่ด้วย หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เขาจะชอบอยู่ตัวคนเดียวเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง

4.แขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถยืนและเดินได้ หรืออาจยืนและเดินได้เพียงแปปเดียว ก็ล้มตลอด

5.ตอบสนองต่อการเรียกชื่อช้า ซึ่งปกติเด็กควรจะตอบสนองต่อเสียงเรียกอย่างรวดเร็ว สังเกตได้จากเด็กทารกที่จะหันตามเสียงที่ได้ยินทันที ดังนั้นหากลูกตอบสนองช้า หรือไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกเลย ก็เดาได้เลยว่าลูกมีพัฒนาการช้าแน่นอน

สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าลูกมีพัฒนาการช้าทั้งสิ้น ดังนั้นหากพบความผิดปกติเหล่านี้ พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด แต่ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อวางแผนการแก้ไขและกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ทันนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้ลูกมีพัฒนาการช้ากว่าวัย

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ลูกมีพัฒนาการช้ากว่าวัย ก็อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้หรือสาเหตุที่ไม่สามารถป้องกันได้ โดยมีสาเหตุดังนี้

  • มีปัญหาสุขภาพตอนท้อง ส่งผลให้ลูกที่คลอดออกมามีพัฒนาการช้าและมีปัญหาในด้านการเจริญเติบโตได้ เช่น เป็นโรคหัดเยอรมันตอนท้อง เป็นโรคเกี่ยวกับไทรอยด์ หรือคลอดก่อนกำหนดเป็นต้น
  • เกิดจากพันธุกรรม เป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้ยากมาก นอกจากจะมีการตรวจคัดกรองสุขภาพพ่อแม่ก่อนตั้งครรภ์ ว่ามีโอกาสที่ลูกจะป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรมได้หรือไม่
  • การเลี้ยงดู โดยการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม และขาดความเอาใจใส่ การกระตุ้นพัฒนาการของลูกอยู่เสมอ ก็จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ช้ากว่าวัยได้เหมือนกัน
  • การรับประทานอาหาร หากลูกได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสารอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองของลูกโดยตรง จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน รวมถึงเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ด้วย

ทำอย่างไรดี หากพบว่าลูกมีพัฒนาการช้า

Sponsored

เมื่อลูกมีพัฒนาการช้า สามารถแก้ไขได้ แต่อาจจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล กล่าวคือเด็กบางคนอาจมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจนใกล้เคียงกับเด็กวัยเดียวกัน หรือเด็กบางคนก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเพียงน้อยนิดเท่านั้น หรืออาจไม่ดีขึ้นเลย ซึ่งพ่อแม่ไม่ควรจะคาดหวังมากเกินไป แต่ให้ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น และพยายามให้ความรักความอบอุ่นกับลูกมากที่สุด โดยทั้งนี้ก็มีแนวทางในการเสริมพัฒนาการของลูกดังนี้

1.กระตุ้นพัฒนาการของลูกในแต่ละด้าน เช่น ลูกเดินช้า ก็ควรช่วยเหลือให้ลูกได้หัดเดินบ่อยๆ หรือลูกพูดช้า ก็ให้หมั่นพูดคุยสื่อสารกับลูกเป็นประจำ นอกจากนี้การให้ลูกได้เล่นกับเด็กวัยเดียวกันบ้าง ก็จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย

2.พยายามฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะถึงแม้ว่าพัฒนาการของลูกจะไม่ดีเท่ากับเด็กคนอื่น แต่อย่างน้อยก็ควรให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง

3.ส่งเสริมพัฒนาการของลูกไปตามวัย กล่าวคือคุณแม่จะต้องหาข้อมูลว่าลูกวัยนี้ควรมีพัฒนาการอย่างไร และสามารถกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้อย่างไรบ้าง ซึ่งพัฒนาการด้านไหนที่ลูกยังทำไม่ได้ คุณแม่ก็จะต้องช่วยส่งเสริมนั่นเอง

4.พยายามให้ลูกดื่มนมแม่ให้นานที่สุด และจัดโภชนาการที่ดี มีประโยชน์ให้กับลูกอยู่เสมอ

5.ดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยปะละเลยโดยทิ้งให้ลูกอยู่ตามลำพังบ่อยๆ เด็ดขาด ซึ่งพบว่าการที่พ่อแม่เล่นกับลูก หรือเอาใจใส่ลูกเป็นประจำ จะช่วยเสริมพัฒนาการของลูกได้ดีทีเดียว

จะเห็นได้ว่าเรื่องของพัฒนาการเด็ก เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ที่พ่อแม่ต้องให้ความใส่ใจอยู่เสมอ ดังนั้นมาลองสังเกตกันดูสิว่า ลูกรักของคุณมีพัฒนาการที่ช้ากว่าวัยหรือไม่ เพื่อจะได้เตรียมรับมือและแก้ไขได้ทันนั่นเอง

=========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/