วิธีลดหุ่นหลังคลอด เคล็ดไม่ลับทำอย่างไร การลดน้ำหนักอย่างสุขภาพกายดีควบคู่สุขภาพจิตดี ควรเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไม่ อย่าใจร้อน หลังคลอดคุณแม่หลายคนอาจจะใจร้อนกับรูปร่างเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

วิธีลดหุ่นหลังคลอด

แล้วจะทำอย่างไรล่ะ เพื่อให้หุ่นเข้าที่เร็วที่สุด ซึ่งก็ต้องบอกว่าหากเราใส่ใจภายใน 3-6 เดือน สามารถกลับมามีรูปร่างเข้าที่ได้ตามปกติ  ยิ่งหากคุณแม่คนไหนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยแล้ว บอกเลยว่านี่คือการลดหุ่นที่ดีทางหนึ่งค่ะ  แต่อย่างไรเรามีเคล็ดลับฉบับย่อดี ๆ ในการดูแลหุ่นหลังคลอดมาฝากค่ะ

วิธีลดหุ่นหลังคลอด เคล็ดไม่ลับทำอย่างไร

สูตรที่ 1 กินให้สมดุล อย่าอดอาหาร เพราะยิ่งอดก็ยิ่งเท่ากับเพิ่มความอ้วน

เริ่มต้นอันดับแรกต้องกินอย่างสมดุล กินให้ครบทุกมื้อ กินให้ครบ 5 หมู่ โดยอาจจะเปลี่ยนจาก 3 มื้อ มาเป็น 4-5 มื้อ เพราะมีงานวิจัยพบว่า การกินอาหารจานเล็ก ๆ จะช่วยควบคุมปริมาณอาหารและช่วยลดน้ำหนักได้ รวมถึงคอยควบคุมความรู้สึกของความอยากกินเกินพอดีให้ได้ แต่ไม่ใช่ว่าอดอาหารนะคะ ให้กินตามปกติ

อาหารเช้าอย่างที่เขาบอกค่ะให้กินอย่างราชา อาหารกลางวันกินตามปกติ และลดปริมาณอาหารเย็นลง ซึ่งนิสัยของคนทั่วไปเวลาลดหุ่นในช่วงสัปดาห์แรกมักหักโหมลดน้ำหนัก และน้ำหนักก็ลดลงจนเป็นที่พอใจ เพราะแรก ๆ มักลดปริมาณอาหารเช้าน้อยลง อาหารกลางวันน้อยลง และอดอาหารเย็น แต่พอทำไปสักระยะจะพบว่าร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า ซ้ำยังเพิ่มความหิวมากขึ้น จนในที่สุดก็ต้องล้มเลิกกลางคัน กลายเป็นว่าความอ้วนแบบโยโย่ก็กลับมาตามเดิม  ดังนั้นการกินอย่างสมดุลจะทำให้การลดหุ่นเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ยกตัวอย่างการกิน เช่น ตอนเช้าเราสามารถกิน ข้าว แป้ง ได้ตามที่ชอบ  ตอนกลางวันกินตามปกติอาจจะก๋วยเตี๋ยวสักชาม หรือข้าวราดแกงสัก 1 จาน พอตอนเย็นควรงดแป้ง หันมากินโปรตีนดี จำพวกเนื้อสัตว์ อกไก่ เนื้อปลา  และผัก ผลไม้  เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้ให้ปรับพฤติกรรมการเคี้ยวแบบช้า ๆ เพราะจะช่วยให้เราอิ่มง่ายขึ้น และดื่มน้ำที่ไม่ให้พลังงาน เช่น น้ำเปล่า น้ำใบเตย น้ำตะไคร้ ระหว่างมื้อหากมีอาการหิวขึ้นมา

 

สูตรที่ 2 กินแบบธรรมชาติ เน้นผัก ผลไม้

เน้นการกินผักผลไม้เพื่อควบคุมแคลอรี อย่างผัก 5 สี คือ สีเขียวเข้ม สีขาว สีเหลืองส้ม สีน้ำเงินม่วงแดง และสีแดง เพื่อเพิ่มวิตามิน เกลือแร่ และพฤกษาเคมี ที่จะช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรค รวมถึงควรกินอาหารที่มาจากธรรมชาติโดย ตรงไม่ผ่านการแปรรูป เพราะเหล่านี้จะเป็นแหล่งให้ พลังงาน วิตามินต่าง ๆ เกลือแร่ และกากใยอาหาร

ยกตัวอย่างการกิน ใน  1 วัน ควรกินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 5 ส่วน  เช่น ตอนเช้ากินแอปเปิล 1 ลูก ตอนเที่ยงกินแอปเปิล 1 ลูก และพอหลังอาหารเที่ยงควรกินส้ม หรือ แครอต หรือ สับปะรด พอช่วงเย็นก็เปลี่ยนมาเป็นมะละกอ หรือฝรั่ง  เป็นต้น

 

สูตรที่ 3 กินอย่างฉลาด

Sponsored

กินอย่างฉลาด  นั่นคือ เลี่ยงอาหารผัด ๆ ทอด ๆ อาหารมันจัด หวานจัด เค็มจัด  เช่น เค้ก คุกกี้ มันฝรั่งทอด โรตี ข้าวขาหมู ข้าวมัน   ฯลฯ  งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะให้พลังงาน 1 กรัม ต่อ 7 แคลอรี  แถมยังกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้นนั่นเอง

ในงานวิจัยบางชิ้นพบว่าแม่หลังคลอดกินโยเกิร์ตทุกวัน สามารถช่วยลดหน้าท้องได้  เพราะแบคทีเรียที่พบในอาหารจำพวกไปรไบโอติกส์ จะช่วยสลายน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตได้ ร่างกายจึงไม่สะสมแป้งและน้ำตาลไว้ในรูปแบบไขมันนั่นเอง

และยังพบว่าการดื่มน้ำเปล่า 10-12 แก้ว ต่อวัน เป็นสิ่งง่าย ๆ ที่สามารถช่วยให้การลดหุ่นของคุณแม่หลังคลอดได้ผลดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยป้องกันการขาดน้ำของร่างกายได้

 

สูตรที่ 4 พักผ่อน ออกกำลังกาย ช่วยให้หุ่นเข้าที่เร็วขึ้น

การพักผ่อนอย่างเพียงพอ เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการพักผ่อนจะส่งผลต่อการเผาผลาญอาหาร ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลดหุ่นได้ ดังนั้นควรคำนึงข้อนี้ไว้เสมอ ในทางกลับกันหากนอนน้อยการเผาผลาญอาหารก็จะยิ่งน้อยตามไปด้วย ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที ในช่วงที่ลูกหลับหรืออาจจะมีคนช่วยเลี้ยงลูก แต่หากมีเวลาไม่มาก สามารถแบ่งเวลาการออกกำลังกายเป็นครั้งละ 15 นาที ได้

โดยคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ หลังคลอดประมาณ 3 วัน ก็สามารถออกกำลังกายได้แล้ว ส่วนคุณแม่ที่ผ่าคลอดประมาณ 20 วัน ขึ้นไป ก็สามารถออกกำลังกายได้แล้ว  อาจจะหมั่นเดินบ่อย ๆ หมั่นลุกบ่อย ๆ หมั่นทำอะไรด้วยตนเอง อย่ามัวแต่นั่ง ๆ นอน ๆ เป็นเวลานาน หรืออาจจะทำงานบ้าน ปัดกวาดบ้าน ล้างจาน เช็ดโต๊ะเก้าอี้ ก็เป็นการออกกำลังกายทางหนึ่ง

ทั้งหมดนี้หากทำอย่างต่อเนื่องเป็นปกติ ภายใน 3-6 เดือน คุณแม่หลังคลอดก็สามารถกลับมามีรูปร่างได้ตามปกติแล้ว ที่สำคัญอย่างใจร้อนนะคะ ท่องไว้เสมอ ลดน้ำหนักต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ   

Photos from : tpxmuscle.com

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/