การนอนของลูก ในแต่ละช่วงวัย … ในเรื่องของการเลี้ยงลูกนั้น คุณพ่อและคุณแม่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ทำไมลูกของเราถึงได้นอนนานเสียเหลือเกิน ตื่นมาทานนมได้แปบเดียวก็นอนอีกแล้ว

การนอนของลูก

หรืออาบน้ำสบายตัวเข้าหน่อย ก็หลับสนิทแบบไม่ต้องกล่อมอะไรให้มากความเลย อาจจะมีบางครั้งที่งอแงบ้าง เพราะไม่สบายตัว หรือเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมาจริง ๆ แต่เมื่ออาการดีขึ้น หรือสบายตัวขึ้น ก็ตั้งท่าจะเคลิ้มหลับท่าเดียว ซึ่งก็อาจจะทำให้พ่อและแม่เกิดความกังวลได้ว่า มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับการเลี้ยงลูกหรือเปล่า ถึงทำให้ลูกนอนได้นานขนาดนั้น เราจึงได้สรุปเรื่องราวเกี่ยวกับการนอนของเด็กแต่ละช่วงวัยออกมาให้ได้ศึกษากัน เพื่อที่จะได้คลายความกังวลใจกันมากขึ้น

การนอนของลูก ในแต่ละช่วงวัย

การนอนมาก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติของเด็กแรกเกิด 1 ปี

การที่เด็กมีระยะเวลาในการนอนที่ยาวนานนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในการเลี้ยงลูกแต่อย่างใด ยิ่งนอนมาก ร่างกายของเด็กก็จะหลั่ง Growth Hormones ออกมามาก ซึ่งจะช่วยทำให้มีพัฒนาการ และการเจริญเติบโตที่ดี เมื่อโตขึ้นก็จะมี IQ และ EQ ที่ดีตามมา เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรทำในการเลี้ยงลูกในช่วงวัยนี้ ก็คือการดูแลให้ลูกได้หลับสนิทตามความต้องการของร่างกายจะดีกว่า ซึ่งจะแบ่งออกตามช่วงวัยได้ดังต่อไปนี้

การนอนของเด็กทารก ในวัย 0-3 เดือนแรก

การเลี้ยงลูกในช่วงวัยนี้ อาจจะต้องระมัดระวังในเรื่องต่าง ๆ พอสมควร เนื่องจากเด็กยังมีร่างกายที่ไม่แข็งแรง กระดูกอาจจะยังไม่เชื่อมต่อกัน หากเกิดการกระทบกระเทือน ก็อาจทำให้เด็กบาดเจ็บได้ เด็กในช่วงวัยนี้ จะมีระยะเวลาในการนอน 20 ชั่วโมง / วัน จึงไม่แปลกที่ทานนม หรืออาบน้ำได้ไม่นานก็หลับต่อได้แล้ว การจัดท่านอนสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้ ควรจัดให้นอนหงายเพื่อให้ลูกสามารถพลิกตัวซ้าย-ขวา เพื่อให้มองสิ่งรอบข้างได้ดี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เด็กมีการเรียนรู้ที่ดีตามมาด้วย

การนอนของเด็กทารก ในวัย 3 – 6 เดือน

ถ้าหากว่าพ่อมีการเลี้ยงลูก และสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด จะสังเกตเห็นว่า เด็กจะเริ่มมีกระดูกที่แข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณคอ ซึ่งเด็กจะเริ่มชันคอ หรือยกหัวตามเสียงเรียกได้ โดยช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอน จะเริ่มลดลงมา คืออยู่ที่ 15-16 ชั่วโมงต่อวัน และจะนอนเป็นเวลา คือนอนในช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น ไม่ค่อยตื่นบ่อยเหมือนในช่วง 3 เดือนแรกแล้ว การจัดท่านอนที่เหมาะสมในช่วงวัยนี้ คือสามารถให้ลูกนอนหงาย หรือนอนคว่ำก็ได้ เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสบริหารกล้ามเนื้อคอ ด้วยการยกศีรษะขึ้นมาดูสิ่งที่สนใจ หรือก้มหน้าพิจารณาสิ่งของอย่างใกล้ชิด อย่าลืมหาหมอนที่มีความแข็งพอสมควร เพื่อไม่ให้เกิดการกดทับเมื่อเด็กนอนคว่ำ จนหายใจไม่ออกได้

การนอนของเด็ก ในวัย 6 – 12 เดือน

Sponsored

เด็กในช่วงวัยนี้ จะมีกล้ามเนื้อส่วนบนที่แข็งแรงขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งพ่อแม่ที่มีการเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง จะเห็นว่าลูกสามารถเคลื่อนไหวคอ ศีรษะ แขน ขา ได้อย่างสมบูรณ์ พลิกคว่ำพลิกหงายด้วยตัวเองได้ และสามารถเลือกท่านอนที่เหมาะสมกับตัวเองได้ โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องกังวลจัดท่าให้อีกต่อไป ระยะเวลาในการนอนจะลดลงกว่าเดิมอีกเล็กน้อย คือนอนแค่ 13-14 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น คือจะหลับรวดเดียวในช่วงเวลากลางคืน และอาจจะมีการนอนกลางวันระยะสั้น ๆ 1-2 ชั่วโมง พยายามอย่าให้มีการขัดจังหวะในเวลานอน เพราะจะทำให้เด็กตื่นแล้วนอนหลับยากกว่าเดิม หากในบริเวณที่นอน มีตุ๊กตา ผ้าห่ม หรือหมอนกอด จะเห็นได้ว่าเด็กมีอาการติดของสิ่งเหล่านี้มากขึ้น อาจจะต้องมีการจับ หรือกอด จึงจะสามารถหลับได้สนิท

ทำอย่างไรดี เมื่อลูกนอนไม่หลับ

เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว ก็หวังว่าพ่อแม่หลาย ๆ ที่ได้มีการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองจะรู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น และเข้าใจเรื่องการนอนหลับของลูกมากขึ้น แต่สำหรับพ่อแม่ที่ประสบปัญหาลูกนอนไม่หลับ หรือนอนหลับยาก แล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ให้พิจารณาจากสาเหตุเหล่านี้ เพื่อทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกต่อไป

  • มีสิ่งรบกวนภายในบ้าน จนทำให้ลูกไม่สามารถนอนหลับได้ เช่น พ่อและแม่ดูโทรทัศน์ที่มีเสียงดังเกินไป หรือเปิดไฟทำงานในเวลากลางคืน ซึ่งรบกวนการนอนของลูก
  • นอนกลางวันมากเกินไป สำหรับสาเหตุนี้ ไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้น ไม่ว่าผู้ใหญ่คนไหนที่ได้นอนกลางวัน ก็มักจะมีปัญหานอนไม่หลับเช่นกัน
  • ไม่สบาย ปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญสำหรับการเลี้ยงลูก เพราะนอกจากเด็กจะนอนไม่หลับแล้ว ยังเกิดการงอแงมากกว่าปกติ เพราะเกิดความไม่สบายตัวอีกด้วย

ทีนี้คุณแม่ก็คงพอจะเข้าใจเกี่ยวกับการนอนของลูกในแต่ละช่วงวัยกันแล้วใช่ไหมเอ่ย เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจกับการนอนของลูกที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงวัย เพราะถือเป็นเรื่องปกติของวัยเด็กนั่นเอง แต่หากลูกนอนไม่หลับหรือตื่นมาร้องบ่อยๆ ก็อย่าได้ชะล่าใจเด็ดขาด ควรสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นพร้อมกับแก้ปัญหาให้ตรงจุดจะดีที่สุด

ขอขอบคุณที่มา : babylove  ,  mothercorner

ขอบคุณรูปภาพ : giftofsleepconsulting

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/