สำหรับคุณแม่ที่กำลังเจอกับปัญหา ลูกคอเอียง ก็คงจะเกิดความกังวลเป็นอย่างมากใช่ไหม ว่าลูกมีความผิดปกติหรือเปล่า และจะส่งผลที่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยหรือไม่ ดังนั้นในบทความนี้เราก็จะมาไขคำตอบกัน เพื่อที่คุณแม่หลายท่านจะได้รู้สึกสบายใจมากขึ้น พร้อมกับสามารถเตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันนั่นเอง

ลูกคอเอียง เป็นเพราะอะไร อันตรายไหม?

เมื่อลูกมีอาการคอเอียง นั่นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งสาเหตุที่อันตรายหรือไม่ก็ได้ ดังนั้นอันดับแรก คุณแม่จะต้องสังเกตดูว่าอาการคอเอียงที่เกิดกับเจ้าตัวน้อยเป็นอย่างไร โดยมีวิธีการพิจารณาดังนี้

1.ลูกคอเอียงแต่ยังสามารถหันได้

ให้คุณแม่ลองสังเกตว่าลูกคอเอียงไปทางด้านไหน จากนั้นก็ให้หาวิธีกระตุ้นความสนใจของลูกจากอีกด้าน เพื่อให้ลูกหันมองตามไปนั่นเอง เช่นเมื่อลูกคอเอียงไปด้านซ้ายเป็นประจำ ก็ลองหาสิ่งเร้ามากระตุ้นลูกจากทางด้านขวา โดยหากลูกหันไปมองทางขวาโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่สักพักก็หันไปทางซ้ายเหมือนเดิม แบบนี้สบายใจได้เลย เพราะลูกปกติแน่นอน เพียงแต่เขาถนัดด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า จึงทำให้คอเอียงไปด้านนั้นมากที่สุดนั่นเอง ซึ่งหากเป็นเพราะสาเหตุนี้ คุณแม่ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ด้วยการฝึกให้ลูกหันหน้าไปทางฝั่งตรงข้ามกับที่คอเอียงบ่อยๆ เท่านี้ก็จะแก้ปัญหาคอเอียงของลูกน้อยได้แล้ว

2.ลูกคอเอียงและหันไม่ได้เลย

เมื่อลูกคอเอียงและไม่สามารถหันไปอีกด้านได้เลย แบบนี้แสดงให้เห็นได้ว่าลูกมีความผิดปกติอย่างแน่นอน โดยคุณแม่สามารถสังเกตได้ด้วยวิธีเดียวกันกับข้อที่ 1 ซึ่งหากทำตามวิธีนี้แล้วลูกไม่ยอมหันมาตามเสียงเรียกหรือสิ่งเร้าเลย ให้คุณแม่ลองค่อยๆ จับให้ลูกหันหน้าดู หากเขาแสดงอาการต่อต้านหรือร้องเหมือนกำลังเจ็บออกมา ก็มั่นใจได้เลยว่าลูกน้อยของคุณอาจมีความผิดปกติแล้วล่ะ ซึ่งก็ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน

ลูกคอเอียงผิดปกติ เกิดจากอะไร

กรณีที่พบว่าลูกมีอาการคอเอียงแบบผิดปกติ คือไม่สามารถหันหน้าไปอีกด้านได้เลย เกิดจากการที่กล้ามเนื้อด้านข้างคอของลูกมีการหดสั้นลง ทำให้ศีรษะของลูกเอียงไปทางด้านที่กล้ามเนื้อหดสั้นตลอดเวลา และเมื่อพยายามจับลูกให้เอียงหรือหันคอไปอีกด้าน จึงทำให้ลูกเกิดอาการเจ็บนั่นเอง และนอกจากนี้ก็ยังคลำพบก้อนเนื้อบริเวณคอด้านที่เอียงอีกด้วย อย่างไรก็ตามอาการผิดปกติดังกล่าวนี้มักจะพบได้ในช่วง 1 เดือนแรกหลังคลอดจนถึง 2 เดือนเท่านั้น แล้วอาการคอเอียงก็จะค่อยๆ หายเป็นปกติไปเอง แต่หากลูกมีอายุ 3 เดือนแล้ว อาการคอเอียงยังไม่หายจะต้องไปพบแพทย์ทันที ซึ่งแพทย์อาจวินิจฉัยให้ผ่าตัดออก แต่จะผ่าตัดได้ก็เมื่อเด็กมีอายุ 1-2 ขวบเท่านั้น

แก้ไขอย่างไรดี เมื่อลูกเกิดอาการคอเอียง

การที่ลูกคอเอียงอาจไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพและพัฒนาการแต่อย่างใด แต่ก็ส่งผลให้โครงสร้างของกล้ามเนื้อในร่างกายขาดความสมดุล และทำให้ลูกเสียบุคลิกได้ในที่สุด ดังนั้นจึงควรแก้ปัญหาคอเอียงให้กับลูกตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งก็สามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

Sponsored

1.กรณีที่ลูกคอเอียงปกติ

หากอาการคอเอียงของลูกมีความปกติ คือเกิดจากการที่ลูกถนัดด้านใดด้านหนึ่งมากกว่าเท่านั้น คุณแม่สามารถช่วยแก้ปัญหาคอเอียงให้กับลูกได้ ด้วยการ

  • เปลี่ยนท่าให้นมลูกใหม่ โดยให้ลูกนอนท่าตะแคงไปด้านที่ลูกไม่ค่อยถนัด เช่น หากลูกคอเอียงไปทางซ้าย ก็ให้นมลูกโดยการให้ลูกนอนตะแคงไปทางขวา เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับการหันไปอีกด้านและทำให้ลูกสามารถหันคอได้อย่างสมดุลมากขึ้น
  • ในขณะลูกนอนหลับ ให้จับลูกหันศีรษะไปทางฝ่ายตรงข้ามกับที่ลูกคอเอียง ซึ่งเมื่อทำบ่อยๆ เป็นประจำก็จะช่วยแก้ปัญหาอาการคอเอียงที่เกิดขึ้นได้
  • ใช้ของเล่นหรือสิ่งที่ลูกสนใจ เป็นตัวกระตุ้นให้ลูกหันศีรษะมองตามของเล่นไปทางด้านที่ลูกไม่ถนัดบ่อยๆ จะช่วยลดการคอเอียงของลูกได้

2.กรณีที่ลูกคอเอียงผิดปกติ

หากการที่ลูกคอเอียงเกิดจากความผิดปกติ ที่คาดว่าน่าจะเป็นเพราะกล้ามเนื้อคอด้านใดด้านหนึ่งหดสั้น จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด แต่ต้องรอให้ลูกมีอายุประมาณ 1-2 ขวบจึงจะสามารถผ่าตัดได้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ลูกยังมีอายุไม่ถึงปี พ่อแม่ก็สามารถช่วยทำกายภาพบำบัดให้กับเขาได้ด้วยการ

  • ยืดกล้ามเนื้อข้างคอที่หดสั้น ซึ่งทำได้ด้วยการยืดแบบดัดศีรษะ ยืดแบบที่ให้เด็กหันศีรษะเองและยืดแบบจัดศีรษะของลูกในขณะนอนหลับนั่นเอง แต่จะต้องใช้ความระมัดระวังในการทำสูงมาก เพื่อป้องกันไม่ให้พลาดจนเป็นอันตรายต่อเจ้าตัวน้อยได้
  • ส่งตัวลูกไปรักษากับนักกายภาพบำบัด โดยคุณแม่อาจเลียนรู้ถึงวิธีการทำและนำมาทำเองที่บ้านได้ด้วย

อาการคอเอียงของลูก เป็นอาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะล้วนส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพของลูกทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรแก้ปัญหาลูกคอเอียงตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะเมื่อลูกคอเอียงผิดปกติ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียตามมาในอนาคตนั่นเอง

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/