ผ่าคลอดดีไหม คุณแม่ยุคใหม่หลายคน เลือกวิธีการผ่าคลอด นั่นเพราะให้เหตุผลที่ว่า ไม่ต้องรอให้มีสัญญาณเตือนการคลอด สามารถเลือกวันเวลาคลอดได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงสามารถคลอดได้ตามฤกษ์ที่ต้องการอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การผ่าคลอดก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย คุณแม่ท้องจึงต้องศึกษาข้อมูลให้ดี

 ผ่าคลอดดีไหม? เตรียมตัวสำหรับการผ่าคลอดอย่างไรดี?

ผ่าคลอดดีไหม ?  เตรียมตัวสำหรับการผ่าคลอดอย่างไรดี?

การผ่าคลอด (Caesarean Section) เป็นการผ่าคลอดลูกออกมาทางด้านหน้าท้อง ซึ่งปัจจัยที่คลอดลูกด้วยการผ่าคลอด อาจจากหลายสาเหตุ ทั้งความสะดวกของวันเวลา ฤกษ์ในการคลอด ร่างกายของคุณแม่ไม่แข็งแรงพอที่จะคลอดเอง ทารกในครรภ์ไม่ได้อยู่ในท่าเอาส่วนนำ (ศีรษะ) มารออยู่ที่อุ้งเชิงกราน เป็นต้น ซึ่งในส่วนของแพทย์ได้มีคำวินิจฉัยสำหรับสาเหตุการผ่าตัดคลอดดังนี้ ภาวะรกเกาะต่ำขวางทางออกของลูกน้อย คุณแม่ตั้งครรภ์แฝดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ลูกตัวใหญ่เกินกว่าที่จะคลอดปกติ คุณแม่มีความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง หรือมีความเจ็บป่วยอื่น ลูกเอาก้นลง มีภาวะสายสะดือย้อย เป็นต้น
 เตรียมตัว สำหรับการผ่าคลอดอย่างไร                                                     
– คุณแม่สามารถที่จะนัดวันกับแพทย์ เพื่อผ่าคลอดลูกตามต้องการได้
– งดอาหารและน้ำ อย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมง ก่อนการผ่าคลอดลูก เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ขณะผ่าคลอด
 – ก่อนการผ่าคลอด จะมีการทำความสะอาดบริเวณหน้าท้อง และสวนถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะให้คุณแม่
ข้อดี ของการผ่าคลอด ไม่ต้องทนเจ็บท้องนานหลายชั่วโมง สามารถเลือกวันคลอดได้
ข้อเสีย ของการผ่าคลอด มีภาวะเสี่ยงจากการใช้ยาสลบ หรือการต้องฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลัง ฟื้นตัวหลังคลอดลูกได้ช้ากว่าการคลอดธรรมชาติ เจ็บแผลผ่าคลอด ทำให้ไม่สามารถลุกเดินได้ในวันแรกหลังจากผ่าคลอดลูก หลังคลอดไม่สามารถให้น้ำนมลูกได้ทันที เพราะคุณแม่จะยังมีอาการมึนยาสลบอยู่  และมีค่าใช้จ่ายในการคลอดลูก สูงกว่าการคลอดธรรมชาติ
ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่ คุณแม่ที่ผ่าคลอดจะฟื้นตัวได้ ภายใน 24 ชั่วโมง และออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 5 วัน จากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อให้รอยแผลจากการผ่าตัดคลอดหายดี ดังนั้น ในระหว่างช่วงเวลานี้ จึงอาจจะต้องมีคน คอยช่วยเหลือคุณแม่ หลังผ่าคลอดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ตลอดจนได้ใช้เวลาอยู่กับลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ด้วยเช่นกัน

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

Sponsored