อาหารทะเล โดยเฉพาะปลามีสารอาหารที่สำคัญอย่างกรดโอเมก้า3 ที่ดีต่อสมอง และดีเอชเอ ดังนั้นคุณแม่จึงมักนำปลามาเป็นเมนูให้ลูกได้กินกัน แต่เด็กเล็กๆ นั้นมีโอกาสแพ้อาหารทะเลได้ง่าย คุณแม่จึงควรใส่ใจเป็นพิเศษ ซึ่งวันนี้เราก็มีข้อมูลดีๆ มาฝากกัน กับการสังเกตว่าลูกแพ้อาหารทะเลหรือไม่ และจะให้ลูกเริ่มกินอาหารทะเลได้เมื่อไหร่

ลูกกินอาหารทะเลได้เมื่อไหร่

เด็กๆ ที่แพ้อาหารทะเลนั้น เกิดขึ้นจากร่างกายได้รับการกระตุ้นจากโปรตีนที่อยู่ในอาหารทะเล และเมื่อมีการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผิดปกติ จึงทำให้แสดงอาการแพ้ออกมา โดยกุมารแพทย์เด็ก ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเริ่มให้อาหารทะเลแก่ลูกว่า ในเด็กทั่วไปนั้น เมื่อมีอายุได้ 1 ปี สามารถให้ลูกเริ่มกินปลาก่อนได้ เนื่องจากปลาย่อยง่าย และโอกาสแพ้ปลานั้นน้อย แต่สำหรับอาหารทะเลชนิดอื่นค่อยๆ ให้เริ่มลองได้หลังอายุ 1 ปี โดยแนะนำให้เริ่มที่กุ้ง ปู หอย และปลาหมึก ตามลำดับ แต่ในกรณีที่ในครอบครัวเด็กมีประวัติการแพ้ปลาและอาหารทะเลอยู่แล้ว ควรให้เด็กเริ่มกินเมื่อมีอายุ 3 ปี ซึ่งควรหมั่นสังเกตอาการแพ้ด้วย

วิธีเริ่มให้ลูกทานอาหารทะเล

เพื่อป้องกันการแพ้อาหารทะเล มีวิธีการเริ่มป้อนอาหารทะเล ดังต่อไปนี้

1.ให้ลองทีละชนิด

ก่อนอื่นควรให้ลูกได้ลองปลาก่อน โดยเริ่มที่ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลานิล เนื่องจากเด็กมีโอกาสแพ้ปลาน้ำจืดน้อยกว่าปลาทะเล และควรให้ลูกได้ลองกินแต่ละชนิดนาน 1สัปดาห์ เพื่อจะได้สังเกตอาการแพ้อาหาร

2.เริ่มที่ปริมาณน้อย
เมื่อเริ่มให้ลูกได้กินปลาตอนอายุ 1 ปี สามารถบดปลาผสมกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น และเมื่อเด็กโตขึ้น ก็ค่อยเพิ่มปริมาณมากขึ้น โดยอิงตามสัดส่วนโปรตีนที่แพทย์แนะนำ เช่น เด็กอายุ 2 ปี ควรได้ทานปลาอย่างพอเพียง นั่นคือ 85 - 170 กรัมต่อสัปดาห์ เป็นต้น
3.สังเกตอาการแพ้

ในช่วงที่ลูกได้ลองกินอาหารใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล หรืออาหารชนิดอื่น ต้องคอยหมั่นสังเกตอาการแพ้ด้วย ซึ่งอาการแพ้มีลักษณะต่างๆกันเช่น ผื่นขึ้น ตาและปากบวม อาเจียน ถ่ายเหลว หายใจไม่ออก

4.กินให้หลากหลาย

เนื่องจากอาหารทะเลนั้นอาจมีสารปนเปื้อนอยู่ ดังนั้นเมื่อต้องเลือกซื้ออาหารทะเลเพื่อมาประกอบเป็นอาหารให้ลูกกิน ควรเลือกซื้อให้หลากหลายชนิด รวมทั้งเลือกจากหลายๆ แหล่ง เพื่อลดโอกาสสะสมของสารพิษ

5.ปรุงให้สุกก่อน

ก่อนที่จะให้ลูกกินอาหารทะเล ต้องมั่นใจว่าได้ปรุงอาหารให้สุกก่อนทุกครั้ง ซึ่งไม่ควรกินแบบดิบๆ หรือสุกๆดิบๆ เพราะอาจทำให้ลูกติดเชื้อและท้องเสียได้

วิธีสังเกต ลูกแพ้อาหารทะเลหรือไม่

เด็กบางคนอาจมีอาการแพ้อย่างเฉียบพลัน ซึ่งเกิดขึ้นทันทีภายในไม่กี่นาทีหรืออาจเป็นชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร และก็เป็นไปได้อีกว่าบางคนในวัยเด็กยังไม่มีอาการแพ้ แต่อาจมาแพ้เมื่อโตขึ้น สำหรับอาการแพ้อาหารทะเล มีดังต่อไปนี้

1.ทางผิวหนัง

อาการแพ้ทางผิวหนัง สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย เช่นมีผื่นขึ้น เป็นลมพิษ จนทำให้รู้สึกคัน

Sponsored

2.ระบบทางเดินหายใจ

อาการแพ้ที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจถือว่าค่อนข้างอันตราย อาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น น้ำมูกไหล จาม คัดจมูก ไอ หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เป็นต้น

3.ตา

เมื่อเกิดอาการแพ้ มักจะทำให้ตาบวม ตาแดง น้ำตาไหล

4.ระบบทางเดินอาหาร

อาการที่แสดงออกคือ คันตามปากคอ ริมฝีปากบวม ลิ้นบวม ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

5.ระบบหัวใจและหลอดเลือด

อาการแพ้อาจส่งผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดต่ำ จนทำให้เป็นลมหมดสติได้

ควรทำอย่างไร หากลูกแพ้อาหารทะเล

ถ้าสงสัยว่าลูกจะแพ้อาหารทะเลประเภทไหน สามารถพาลูกไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ได้ทำการทดสอบว่าเกิดจากการแพ้อาหารทะเลจริงๆ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีวิธีการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง และอีกวิธีหนึ่ง คือการทดสอบโดยการตรวจเลือด หรือที่เรียกว่า การตรวจเลือดหาแอนติบอดีต่อสารก่อภูมิแพ้ โดยเมื่อทราบแน่ชัดแล้วว่าลูกแพ้อาหารทะเล ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะให้ลูกกินอาหารชนิดนั้นๆ เนื่องจากไม่มียาที่ใช้ป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอาการแพ้ขึ้น แต่ถ้าลูกเผลอไปกินอาหารทะเลแบบไม่รู้ตัว แล้วเกิดอาการขึ้นมา ควรรีบพาไปพบแพทย์ ซึ่งในรายที่มีอาการแพ้ไม่มาก แพทย์ก็จะจ่ายยาแก้แพ้ เพื่อช่วยลดอาการต่างๆ เช่นผื่นคัน

สำหรับบางรายที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยแพทย์จะฉีดยาให้ ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการแพ้มากๆนั้น แพทย์มักจะให้พกยาฉีดติดตัวไว้ตลอดเวลา เผื่อในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ขึ้นเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยไม่ให้ลูกๆกินอาหารทะเลชนิดนั้นๆ และเมื่อออกไปกินข้าวนอกบ้าน ต้องถามถึงส่วนผสมที่นำมาประกอบในอาหาร และควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์ก่อนทุกครั้งเมื่อซื้ออาหารสำเร็จรูปมากิน รวมถึงเมื่อลูกไปโรงเรียน ควรแจ้งกับครูประจำชั้นให้ได้ทราบถึงชนิดอาหารที่เด็กแพ้

เมื่อถึงวัยที่คุณแม่อยากให้ลูกได้ลองอาหารทะเล ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันการแพ้อาหาร ซึ่งถ้ายังไม่แน่ใจ ก็สามารถให้อาหารชนิดอื่นทดแทน เช่น นมถั่วเหลือง ผักโขม เนื้อสัตว์อื่นๆ และเมื่อลูกเกิดอาการแพ้ขึ้น ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ในทันที

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ลูกไม่กินข้าว เกิดจากอะไร และวิธีการรับมือ
2.เพราะอะไร ลูกมักอาเจียนหลังดื่มนม และเป็นอันตรายไหม