ทำอย่างไรดี เมื่อมีเพศสัมพันธ์ หลังคลอดลูก ทั้งที่ยังไม่ได้คุมกำเนิด แบบนี้จะเสี่ยงท้องหรือไม่ วันนี้เราจะพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจและไขคำตอบกัน โดยมีข้อมูลดีๆ ที่เราได้รวบรวมมาฝากกันดังนี้

ท้องไหม มีเพศสัมพันธ์ หลังคลอดลูก ทั้งที่ไม่ได้คุมกำเนิด

คุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ร่างกายจะมีการตกไข่อีกครั้งเร็วที่สุด 4-6 สัปดาห์หลังจากคลอด ช้าที่สุด 24 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น และสามารถตั้งครรภ์อีกครั้งได้หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งการกำหนดเวลาที่แน่นอนของการตกไข่เป็นไปได้ยาก เพราะร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้น การไม่คุมกำเนิดจึงมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์อีกครั้งเป็นอย่างมาก

หลังคลอด เมื่อไหร่ถึงจะมีเพศสัมพันธ์ได้

สำหรับคุณแม่ที่คลอดตามธรรมชาติ แนะนำให้งดมีเพศสัมพันธ์ 6 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้น แผลฝีเย็บติดสนิท และน้ำคาวปลาหมดไปก่อน ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลานี้แนะนำให้ใช้สารหล่อลื่นเข้าช่วยจะช่วยลดอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ได้

สำหรับคุณแม่ผ่าคลอด ระยะเวลาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแผลผ่าตัดของแต่ละคน บางคนอาจจะใช้เวลาเพียงแค่ 6 สัปดาห์ก็ไม่รู้สึกเจ็บแผลแล้ว แต่บางคนอาจจะใช้เวลามากกว่านั้น ซึ่งถ้าต้องการมีเพศสัมพันธ์อาจจะต้องปรับเปลี่ยนท่าทางเพื่อไม่สร้างความเจ็บปวดให้กับคุณแม่ขณะมีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ ระดับฮอร์โมนในร่างกายยังคงไม่สมดุล จนกว่าประจำเดือนจะมาตามปกติอีกครั้ง ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์ที่ดีจึงควรทำเข้าใจความรู้สึกของกันและกันให้มาก

ถ้าเผลอมีเพศสัมพันธ์ ก่อนคุมกำเนิดจะทำอย่างไรดี

การมีเพศสัมพันธ์หลังคลอด โดยที่ไม่ได้มีการคุมกำเนิด มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์สูงมาก นับตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังคลอด เพราะคุณแม่มีโอกาสตกไข่ได้ตลอดเวลา ดังนั้น ถ้าหากไม่ได้มีการคุมกำเนิดและยังไม่ต้องการตั้งครรภ์ การรับประทานยาคุมฉุกเฉินก็เป็นหนึ่งวิธีที่ช่วยลดโอกาสการตั้งครรภ์ได้

โดยยาคุมฉุกเฉินมีทั้งแบบที่มีฮอร์โมนเดียว มีฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ ทำให้บริเวณปากมดลูกมีสารคัดหลั่งที่เหนียวขึ้น ลดโอกาสการทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ และยาคุมแบบฮอร์โมนรวม ซึ่งต้องรับประทานยาเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ จากนั้นรับประทานยาเม็ดที่สองหลังจากนั้นอีก 12 ชั่วโมง ทั้งนี้ยาคุมฉุกเฉินมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้เพียง 58-95% เท่านั้น ดังนั้นควรคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่นจะดีกว่า

Sponsored

ตามปกติหลังจาก 4-6 สัปดาห์ แพทย์จะนัดตรวจสภาพร่างกายคุณแม่หลังคลอดอีกครั้ง และแนะนำถึงวิธีการคุมกำเนิด สำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการคุมกำเนิดถาวร ก็ยังมีทางเลือกในคุมกำเนิดชั่วคราว ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้

  1. รับประทานยาคุมกำเนิด โดยทั่วไปจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนผสมกันอยู่ แต่สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก ควรรับประทานยาคุมกำเนิดที่ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน จะได้ไม่กระทบกับการสร้างน้ำนม ถึงแม้จะรับประทานยาคุมกำเนิดแล้วแต่ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ถึง 9%
  2. ใส่ห่วงคุมกำเนิด จะใส่เข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อขัดขวางการฝังตัวอ่อนในผนังมดลูก ถ้าหากได้ปรึกษาแพทย์ไว้ก่อนล่วงหน้าเรื่องการคุมกำเนิด แพทย์ก็จะใส่ห่วงคุมกำเนิดให้หลังคลอด ซึ่งมีโอกาสในการตั้งครรภ์เพียง 0.2%
  3. ฉีดยาคุมกำเนิด เป็นการฉีดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และเทสโทสเตอโรน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของยาคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิดช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 99% เมื่อฉีดยาคุมกำเนิดอย่างสม่ำเสมอ

ความเสี่ยงของการตั้งครรภ์โดยไม่ได้คุมกำเนิดนั้นมีสูงมาก ถ้าหากคุณแม่ยังไม่ต้องการตั้งครรภ์อีกครั้งควรปรึกษาแพทย์และทำการคุมกำเนิดด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งนี้ ยังไม่มีวิธีการคุมกำเนิดแบบใดที่ให้ผลลัพธ์ 100% จะมีก็เพียงแต่การไม่มีเพศสัมพันธ์เท่านั้น

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ทำความรู้จักกับสารอาหารในนมแม่ เช็คสิ มีอะไรบ้าง

2.7 วิธีดูแล ทำความสะอาดเต้านม พร้อมกระตุ้นน้ำนมแม่