ไวรัสRSV ป้องกันอย่างไรไม่ให้ลูกน้อยติดเชื้อนี้…. เราเชื่อว่าความหวังของคุณแม่ย่อมต้องการให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ และต้องการเห็นพวกเขามีหพัฒาการที่ดีสมวัย

ไวรัสRSV

แต่ถ้าหากวันหนึ่งลูกน้อยที่คุณแม่หวังไว้เกิดติดเชื้อไวรัสบางชนิด จนไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อีก คุณแม่คงเป็นกังวลอย่างมากใช่ไหมค่ะ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน วันนี้จึงเอาข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่เป็นอันตรายต่อเด็กเล็กมาฝากค่ะ เพื่อให้คุณแม่เตรียมพร้อมรับมือกับเชื้อไวรัสอันตรายตัวนี้ได้อย่างถูกต้อง รายละเอียดตามนี้เลยค่ะ

ไวรัสRSV ป้องกันอย่างไรไม่ให้ลูกน้อยติดเชื้อนี้

ทำความรู้จักกับ “ไวรัส RSV”

ไวรัสอ RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งค่ะ ที่พบมาในเด็กเล็ก เป็นโรคที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีเสมหะมาก เชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายผ่านการไอหรือจาม ถ้าลูกติดเชื้อไวรัสตัวนี้ คุณแม่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด อาการทั่วไป คุณแม่อาจจะพบว่าลูกมมีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล ดูดเหมือนกับเป็นไข้ปกติ แต่ถ้าลูกติดเชื้อไวรัสนี้จะมีอาการปวดหัวรุนแรงมากร่วมด้วยค่ะ

ความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัส RSV

เมื่อลูกเริ่มติดเชื้อไวรัสได้ประมาณ 4 – 6 วัน ลูกจะมีอาการคัดจมูก ไอแห้ง ๆ เจ็บคอ มีไข้ต่ำ และปวดศีรษะ ซึ่งในระยะแรกไม่มีความรุนแรงมากนัก แต่เมื่อไวรัส RSV พัฒนาไปสู่โรคขั้นรุนแรง อาจส่งผลให้ลูกเกิดปัญหาในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดบวม และโรคหลอดลมอับเสบ ซึ่งคุณแม่สามารถสังเกตได้จากอาการไออย่างรุนแรง หายใจมีเสียงหวีด หายใจเร็วกว่าปกติ หรือเด็กบางคนอาจจะพบว่าหายใจลำบาก บริเวณปากและเล็บของลูกจะมีสีเขียวคล้ำเนื่องจากขาดออกซิเจน เมื่อคุณแม่พบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีนะคะ ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การสังเกตอาการของเด็กเล็ก

สำหรับเด็กบางคน อาจจะมีอาการรุนแรงรวดเร็ว โดยคุณแม่ไม่ทันตั้งตัว เช่น ภาวะขาดน้ำ คุณแม่อาจจะสังเกตได้จากตอนร้องไห้ที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา มีอาการไอและมีเสมหะ ซึ่งเสมหะที่พบจะมีสีเขียวหรือสีเหลือง ระบบการหายใจติดขัด เด็กบางคนอาจจะมีอาการหายใจเร็วกว่าปกติ แต่บางคนอาจจะหายใจได้ไม่ดีนัก หรือมีอาการหอบร่วมด้วย เมื่อมีไข้สูงถึง 38 องศาเซลเซียส ปลายนิ้วและปากจะเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวคล่ำจนผิดสังเกต อาการเหล่านี้บ่งชี้ได้ว่า ลูกน้อยของคุณได้ติดเชื้อไวรัส RVS ขั้นรุนแรงแล้ว แนะนำให้พามาพบแพทย์ในทันทีเมื่อพบอาการ เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องรวดเร็วค่ะ

ภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อไวรัส RSV

Sponsored

การติดเชื้อไวรัส RSV ในเด็กเล็กนั้นพบมาก เนื่องจากร่างกายของเด็กยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสได้ง่ายและรวดเร็ว ยิ่งเด็กเล็กที่มีความผิดปกติทางด้านร่างกายร่วมด้วย อาจมีความเสี่ยงต่อการพบภาวะอาการอื่น ๆ แทรกซ้อนได้ ซึ่งคุณแม่ควรจะเฝ้าระวังและหมั่นสังเกตอยู่ตลอดเวลาด้วยนะคะ ภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อไวรัสส่งผลต่อสุขภาพของเด็กเล็กดังนี้

  • โรคปอดบวม หรือโรคหลอดลมฝอยอักเสบ เกิดจากไวรัสเคลื่อนตัวออกจากระบบทางเดินหายใจ คุณแม่จะสังเกตได้จากอาการคัดจมูก หายใจลำบาก เมื่อติดเชื้อไวรัสเป็นเวลานานจะทำให้เกิดการอักเสบบริเวณปอด และทางเดินหายใจ ซึ่งพบมากในเด็กเล็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอด และหัวใจเรื้อรัง
  • หูชั้นกลางติดเชื้อไวรัส ซึ่งเกิดขึ้นจากเชื้อเข้าไปในบริเวณหลังแก้วหู ทำให้เกิดหูน้ำหนวก พบมากในเด็กเล็กและทารกแรกเกิด
  • โรคหอบหืด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสทำให้ระบบการหายใจผิดปกติ ส่งผลให้เกิดเป็นโรคหอบหืดได้ในระยะยาว
  • เกิดการติดเชื้อซ้ำ เมื่อลูกมีอาการติดเชื้อครั้งหนึ่งแล้ว จะกลับมาติดเชื้ออีกครั้งได้ค่ะ แต่อาการอาจไม่รุนแรงเท่าการติดเชื้อในครั้งแรก ส่วนใหญ่มักพบเป็นไข้หวัดธรรมดาค่ะ

เมื่อคุณแม่ทราบถึงสาเหตุและอาการของการติดเชื้อไวรัสในเบื้องต้นแล้ว คุณแม่ก็สามารถรับมือในการดูแลลูกน้อยในเบื้องต้นได้อย่างสบายใจแล้วล่ะค่ะ แต่หากคุณแม่รู้จักวิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสตัวนี้ น่าจะเป็นการดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีการป้องกันไม่ให้ลูกน้อยติดเชื้อไวรัสได้ง่าย ตามรายละเอียดดังนี้ค่ะ

 ป้องกันลูกน้อยจากเชื้อไวรัส RSV ได้อย่างไร

  • ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารคุณแม่จะต้องแน่ใจว่าลูกล้างมือสะอาดแล้ว รวมถึงต้องให้ลูกล้างมือทุกครั้งหลังออกจากห้องน้ำด้วย เพราะเด็กเล็กโดยทั่วไปชอบอมนิ้วมือ ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการติดเชื้ออันตรายได้ ดังนั้น การฝึกให้ลูกรู้จักล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังจากเข้าห้องน้ำ วิธีนี้ถือเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดค่ะ
  • สำหรับเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือเด็กเล็กที่มีอายุเพียง 1 – 2 เดือน มีร่างกายที่ยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อาจเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการพาลูกเข้าไปใกล้กับผู้ที่เป็นไข้เป็นหวัด ไม่ควรให้ลูกสัมผัสหรือถูกตัวผู้ที่เป็นไข้ ถึงแม้จะเป็นไข้หวัดธรรมดาก็ตามค่ะ
  • การทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในห้องนอน ห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน คุณแม่ควรทำความสะอาดและถูกน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำก็สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดค่ะ
  • ทำความสะอาดของเล่นเด็กสม่ำเสมอ โดยเฉพาะของเด็กอ่อน ควรจะหมั่นทำความสะอาดเนื่องจากของเล่นเป็นของที่ลูกจับประจำ และเป็นตัวสะสมเชื้อโรคอย่างดี ดังนั้น การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่นเป็นประจำสามารถช่วยลดเชื้อไวรัสต่าง ๆ ลงได้
  • ถ้าคนในบ้านสูบบุหรี่ คุณแม่ควรพาลูกออกไปห่าง ๆ และหลีกเลี่ยงไม่ให้เข้าใกล้ เพราะการที่ทารกสูดดมควันบุหรี่เข้าไปมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัส RSV และพบอาการรุนแรงได้มากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับควันบุหรี่

วิธีป้องกันการติดเชื้อข้างต้นที่แนะนำไปนั้น น่าจะเป็นประโยชน์และสามารถช่วยป้องกันลูกน้อยที่คุณรักให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสอันตรายนี้ได้นะคะ สำหรับบทความหน้าเรายังมีเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยมาแนะนำอีกมากมาย ติดตามอ่าบทความอื่น ๆ ของเราได้ที่นี่ค่ะ

ขอบคุณภาพจาก : Fogut

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/