ไวรัสโรต้า กับการป้องกันเด็กที่ติดเชื้อไวรัสโรต้าควรดูแลอย่างไร เพราะทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงอย่างรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก ส่วนใหญ่เกิดกับวัย 6 เดือนขึ้นไป

ไวรัสโรต้า

แต่ทารกในช่วงเดือนแรกก็มีโอกาสติดเชื้อได้ค่ะ และที่สำคัญอาการจะหนักกว่าเด็กที่โตกว่าเพราะภูมิคุ้มกันน้อยกว่า

เรื่องน่ารู้ ไวรัสโรต้า กับการป้องกันเด็กที่ติดเชื้อไวรัสโรต้าควรดูแลอย่างไร

ไวรัสโรต้า ติดต่อกันอย่างไร

ติดต่อจากการสัมผัส  เพราะเชื้อมีขนาดเล็กมากซึ่งอาจปนเปื้อนอยู่ที่สิ่งของเครื่องใช้ เมื่อเด็กไปสัมผัสเอามือเข้าปากก็สามารถรับเชื้อได้  เชื้อตัวนี้ค่อนข้างทน  มีชีวิตอยู่ได้นานหลายวัน  แม้การรักษาความสะอาดจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรต้า แต่ก็จะช่วยการลดการแพร่เชื้อได้

อาการที่สังเกตได้

1.ท้องร่วงอย่างรุนแรงและถ่ายเป็นน้ำมากถึง 7 – 8 ครั้งต่อวัน

2.มีไข้สูง อาจถึง 39 องศาเซลเซียส

3.อาเจียนมากถึง 7 – 8 ครั้งต่อวัน

4.หากมีอาการหนักมากเด็กบางคนอาจมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียได้มากกว่า 20 ครั้งใน 24 ชั่วโมง

 

การดูแลเด็กที่ติดเชื้อไวรัสโรต้าอย่างไร

1.หากลูกมีอาการท้องร่วงและอาเจียนมาก จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน

2.หากเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงอาจต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือด  ลูกอาจต้องใช้เวลาในการนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 – 5 วัน ทารกและเด็กเล็กต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัวนานกว่านั้น

 

วิธีป้องกัน

1.การทำความสะอาดของเล่น  สนามเด็กเล่น  การรักษาสุขอนามัยและการให้นมแม่

2.ปัจจุบันการป้องกันที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีน เพื่อช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของโลกและลดการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้

Sponsored

 

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโรต้า

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโรต้ามี 2 ประเภท

1.ผลิตจากเชื้อที่ก่อโรคในวัวและมนุษย์ผสมกัน

2.ผลิตจากเชื้อโรคที่ก่อเฉพาะในมนุษย์ หรือวัคซีนโรต้าสายพันธุ์มนุษย์

 

วัคซีนโรต้าสายพันธุ์มนุษย์ เป็นวัคซีนที่เลียนแบบการกระตุ้นภูมิเหมือนการติดเชื้อตามธรรมชาติของมนุษย์  สามารถป้องกันสายพันธุ์หลักที่พบได้บ่อยในประเทศไทยและยังสามารถป้องกันการข้ามสายพันธุ์ไปยังเชื้อไวรัสโรต้าสายพันธุ์อื่น ๆ ได้

 

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลวิชาการโดย  ศ.นพ.สมศักดิ์  โล่ห์เลขา

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/