คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ว่าการทะเลาะต่อหน้าลูกน้อยนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ หากเป็นไปได้คุณควรหลีกเลี่ยงการโต้เถียงหรือทะเลากันต่อหน้าลูก เพราะจะส่งผลเสียได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งการทะเลาะกันต่อหน้าลูกจะมีผลอย่างไรบ้างนั้นต้องไปดูกันเลย

ทะเลาะกันต่อหน้าลูก มีผลเสียอย่างไร

การที่คุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก จะก่อให้เกิดผลเสียได้ดังนี้

1.ทำให้ลูกน้อยไม่รู้วิธีการเข้าสังคม

รู้หรือไม่ว่าความไม่ลงรอยกัน หรือการมีปากเสียงกันบ่อยครั้งของคุณพ่อคุณแม่ มีผลเป็นอย่างมากระหว่างความสัมพันธ์ของลูกน้อยกับคนรอบข้าง เนื่องจากการกระทำเหล่านั้นทำให้ลูกน้อยรู้สึกโดดเดียว และไม่อยากเข้าสังคมนั่นเอง

2.การทะเลาะกันของคุณพ่อคุณแม่ทำให้ลูกน้อยรู้สึกผิด

คุณรู้หรือไม่ว่าการทะเลาะกันแต่ละครั้งแม้ว่าลูกน้อยจะยังเล็กอยู่ก็ตาม ทำให้เขาตำหนิตนเอง คิดว่าตนคือต้นเหตุที่ทำให้พวกคุณทะเลาะกัน ซึ่งเด็กบางคนจะกลายเป็นคนเก็บกด ไม่กล้าพูด หรือแสดงออกด้วยซ้ำไป

3.ไม่กล้าที่จะคิดหรือตัดสินใจ

การทะเลาะกันอย่างรุนแรงของคุณพ่อคุณแม่ต่อหน้าลูกน้อยบ่อยครั้ง ทำให้ลูกเห็นตัวอย่างของคุณจึงไม่กล้าที่จะตัดสินใจ เพราะกลัวความผิดพลาดและโดนว่าโดนดุ ด้วยเหตุนี้ทำให้เขากลายเป็นคนที่จัดการกับปัญหาไม่ได้

4.มีผลกระทบต่อการพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกน้อย

เพราะการที่ลูกเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันจะเข้าไปรบกวนการพัฒนาสมองของทารก ทำให้ลูกน้อยสะสมความวิตกกังวล ไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และอาจทำให้ลูกเกิดภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วย

5.โตขึ้นอาจมีปัญหาต่างๆ ตามมา

เมื่อโตขึ้นอาจเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้มากมาย เช่นลูกน้อยอาจทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น มีพฤติกรรมที่รุนแรง ก้าวร้าว รู้สึกเย็นชาและห่างเหินครอบครัว จนกลายเป็นปัญหาทางสังคมในที่สุด

วิธีป้องกัน การทะเลาะกันต่อหน้าลูก

เราสามารถป้องกันและหยุดการทะเลาะต่อหน้าลูกได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.อธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจ

Sponsored

เป็นเรื่องปกติที่คุณจะรู้สึกกังวลกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น คำว่าครอบครัว หรือคู่ชีวิตการมีปัญหา ปากเสียง หรือความเห็นพ้องที่ไม่ตรงกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในทุกครอบครัว คุณรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วลูกน้อยสามารถรับรับรู้และเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี เพียงแค่คุณเลือกที่จะอธิบายหรือเล่าถึงต้นเหตุและเหตุผลเหล่านั้น รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างคุณให้เร็วที่สุด จัดการให้ลูกน้อยเห็นไปเลยว่าคุณสามารถควบคุมหรือจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้

2.ใจเย็นๆ แม้ว่าคุณจะมีความขัดแย้งอยู่ก็ตาม

ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้มีการโต้เถียง หรือทะเลาะกันอย่างรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ควรหันหน้าคุยกันด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ อย่าลืมว่าการทะเลาะกันเสียดัง หรือใช้ความรุนแรงหากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โอกาสสูงมากที่ลูกน้อยจะจดจำและคิดว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเมื่อเขาโตขึ้นก็จะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ได้จำและเลียนแบบมาจากคุณนั่นเอง

3.โต้เถียงในพื้นที่ส่วนตัว

การโต้เถียงแม้ว่าจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณไม่มีทางเลือกอาจออกมาทะเลาะหรือเถียงนอกบ้านในสถานที่ที่ลูกน้อยมองไม่เห็น ซึ่งจากการวิจัยพบว่าลูกน้อยตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไปหรือน้อยกว่านั้นในบางคน เขาสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่แสดงออก ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง การโต้เถียง หรือความรุนแรงที่คุณคิดว่าเขาไม่มีทางรู้ ไม่มีทางเข้าใจ

4.รีบจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ทุกความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน หากคุณไม่รีบจัดการหรือแก้ไข เพราะลูกน้อยจะเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเขาคือสาเหตุหลัก คุณจะต้องอธิบายและรีบจัดการเร็วที่สุดอย่าปล่อยให้ยืดเยื้อ เพราะมันจะไม่เป็นผลดีทั้งต่อตัวลูกน้อย และชีวิตครอบครัว

ความรุนแรง หรือการโต้เถียงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอนยิ่งครอบครัวไหนที่มีสมาชิกตัวน้อยๆ อย่าคิดว่าเขายังเด็ก เขายังไม่รู้เรื่องราว เพราะลูกน้อยกำลังอยู่ในวัยที่ช่างคิด ช่างสังเกต ดังนั้นการที่คุณทะเลาะกันต่อหน้าลูก ก็จะส่งผลต่อความคิดและความรู้สึกของลูกเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นพยายามอย่าทะเลาะกันให้ลูกเห็นจะดีกว่า

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.10 อาหารเพิ่มน้ําหนักลูก เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักน้อย

2.อาหารที่แม่กิน มีผลต่อการสร้างน้ำนม จะเลือกกินอย่างไรดี