เลือดออกในปอด โรคร้ายที่เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำให้ทารกต้องทรมานและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งคุณแม่คนไหนก็คงไม่อยากให้เกิดกับลูกของตน แต่ถ้าลูกใครกำลังตกอยู่ในภาวะเลือดออกในปอด คงต้องเตรียมรับมือกับมัน ดังนั้น เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ภาวะเลือดออกข้างในปอดคืออะไร เกิดจากอะไร และจะมีวิธีการรักษาได้อย่างไร

เลือดออกในปอด คืออะไร

โรคเลือดออกภายในปอด (Pulmonary Sequestration) คือ โรคที่เกิดขึ้นกับปอด โดยทารกจะมีกลีบปอดเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่กำเนิด เป็นเนื้อปอดปกติ ไม่ใช่เนื้อร้าย และมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงที่แยกต่างหาก แต่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างปกติ ซึ่งสามารถพบได้ 1 ใน 1,000 ของทารกแรกคลอด

สาเหตุที่ทำให้เลือดออกภายในปอด

โรคนี้เกิดจากการที่อวัยวะบางส่วนมีการหมุนตัวที่ผิดปกติตั้งแต่ทารกนั้นอยู่ในครรภ์ ทำให้มีเส้นเลือดที่โยงมายังปอดโดยตรง ทั้งที่ปกติไม่มี ซึ่งในทารกปกติแล้ว เส้นเลือดจะออกมาจากทางด้านขวาของหัวใจ จึงส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูง โดยเมื่อเทียบกันแล้ว ความดันปกติจะต้องน้อยกว่า 20 มิลลิเมตรปรอท แต่ทารกที่เป็นโรคเลือดออกในปอดจะมีความดันสูงมากถึง 100 มิลลิเมตรปรอท ดังนั้นเมื่อเกิดการติดเชื้อหรือการอักเสบในร่างกายขึ้น ก็จะทำให้มีเลือดออกมากกว่าปกติได้นั่นเอง

อาการเลือดออกภายในปอด

ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกในปอด จะมีเลือดออกมาจากปอด ทางเดินหายใจส่วนบน หลอดลม หรือถุงลม โดยอาการเริ่มแรกจะแสดงออก ด้วยการไอเรื้อรัง หรือ ไอเป็นเลือดอย่างรุนแรง จนทำให้ขาดออกซิเจนได้ ซึ่งถ้าเป็นมาก จะมีอาการเขียวคล้ำ จึงต้องควรรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการช็อกจนหมดสติ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว

การรักษาโรคเลือดออกภายในปอด

เนื่องจากมีผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ได้น้อย จึงอาจมีการวินิจฉัยผิดโรคได้ จึงต้องใช้วิธีทำคอมพิวเตอร์สแกนที่ปอด และฉีดสี จึงจะทำให้สามารถเห็นถึงสาเหตุที่เลือดออกในปอด นั่นก็คือ ถ้ามีเส้นเลือดผิดปกติที่ออกมาจากเส้นเลือดแดงใหญ่ ที่ตรงมายังปอดในส่วนไหน แพทย์ก็จะรีบทำการรักษา โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

1.เมื่อมีเลือดออก ต้องรีบดูดเลือดออกจากหลอดลม เพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น

2.ให้ออกซิเจน เพื่อช่วยในการหายใจ

3.ช่วยผู้ป่วยให้หายใจด้วยแรงดันบวก

4.รักษาโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือในรายที่เสียเลือดมากก็จำเป็นต้องให้เลือดเพิ่มด้วย

Sponsored

5.การผ่าตัด จะเป็นการรักษาที่ตรงจุด เนื่องจากเกิดปัญหาที่ปอด ณจุดใด ก็ผ่าตัดเอาส่วนที่ผิดปกติ ณจุดนั้นออกไป ซึ่งผลการรักษาที่ได้จะดีที่สุด ทำให้เลือดไม่ออกมาอีกในภายหลัง แต่ก็ต้องเสี่ยงกับผลกระทบจากการผ่าตัดด้วย

ผลกระทบจากการผ่าตัด

การผ่าตัดจำเป็นต้องผ่าแบบเปิดทรวงอกด้านขวาให้กว้างขึ้น และต้องแยกซี่โครงออก เพื่อที่จะได้ผ่าตัดปอดออกไปได้ ซึ่งการแยกซี่โครงนี้ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทใต้ซี่โครง ทำให้เกิดอาการเจ็บหลังผ่าตัดเป็นเวลานาน ยิ่งหัวเราะหรือไอ ก็จะยิ่งทำให้เจ็บปวดมากขึ้นด้วย แต่ในแง่ผลกระทบต่อการหายใจนั้น การผ่าตัดเนื้อปอดที่ไม่ดีออก ซึ่งไปกดทับปอดดีอยู่นั้น กลับช่วยทำให้หายใจได้โล่งขึ้นและดีขึ้นมากกว่า

โรคที่เกิดกับทารกมักอันตรายและมีโอกาสสูงที่จะทำให้ทารกเสียชีวิต ดังนั้นคุณแม่ควรใส่ใจกับการตรวจครรภ์ของแพทย์โดยไปตามนัดทุกครั้ง และเมื่อมีความผิดปกติใดๆ ก็ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะสายเกินไป นอกจากนี้คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้ดี เลือกทานอาหารคนท้องที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตะกอนในน้ำคร่ำ คืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

2.เจาะน้ำคร่ำ Q&A : อายุ 34 ต้องเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจภาวะสุขภาพครรภ์