ในแต่ละวันที่คุณแม่ดูแลลูกน้อย อาจเกิดข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ โภชนาการ พัฒนาการทางร่างกาย จนบางครั้งทำให้รู้สึกเป็นกังวล ดังนั้นเราจึงรวบรวมคำถามเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นกับลูกน้อย พร้อมทั้งคำตอบมาฝากคุณแม่กันค่ะ เอาเป็นว่าไปไขข้อข้องใจกันเลย

8 คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับลูกน้อย

คำถามที่คาใจคุณแม่จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

1.ลูกโดนมดและยุงกัด

คำถาม ลูกสาวโดนยุงกัดบ่อยมาก พอโดนกัดก็เป็นตุ่มแดงบวม บางครั้งถ้าโดนมดกัด จะเป็นตุ่มบวมแดงขนาดใหญ่มาก อยากทราบว่าควรใส่ยาอะไรดี และรอยดำที่เกิดขึ้นหลังจากยุงและมดกัด จะหายเมื่อไหร่ แล้วมียาให้ทาไหม

คำตอบ เมื่อถูกยุงและมดกัด มักทำให้เกิดตุ่มแดง และคัน ซึ่งถ้าอาการรุนแรงอาจเห็นเป็นตุ่มใสๆ ร่วมกับมีน้ำไหลออกมา และอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียได้ ดังนั้นการรักษาจึงต้องทายาฆ่าเชื้อ นอกจากนี้หลังตุ่มยุบ ก็มักจะทิ้งรอยดำไว้ โดยรอยดำนี้จะค่อยๆ จางหายไปได้เอง ซึ่งถ้าคุณแม่ห่วงเรื่องผิวจะไม่สวยเพราะมีรอยด่างดำ ก็ควรหาทางป้องกันไม่ให้ลูกถูกยุงกัน เช่น ให้เสื้อผ้าแขนขายาว หรือทาโลชั่นกันยุงสำหรับเด็กร่วมด้วยก็ได้

2.ผื่นแดงขึ้นที่หน้าและตามตัว

คำถาม ลูกมีผื่นแดงๆ และมีอาการคัน ที่ใบหน้าและตามลำตัว ไปพบคุณหมอมาแล้ว แต่ยังมีอาการอยู่ เพราะพอเลิกใช้ยาก็กลับมาเป็นอีก ควรทำอย่างไรดี

คำตอบ เด็กเล็กๆ มักมีผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย จึงต้องระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่นครีม โลชั่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กโดยเฉพาะ และปราศจากสี น้ำหอม และสารเคมีต่างๆ ซึ่งเมื่อไปพบหมอ หมอจะให้ยาลดอาการอักเสบ และยาแก้คันมากิน โดยอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นตามวัย เมื่อเด็กมีภูมิต้านทานร่างกายมากขึ้น

3.ลูกไม่พูด พูดช้า

คำถาม ลูกสาวจะมีอายุครบ 2 ปีในเดือนหน้าแล้ว ยังไม่ยอมพูดสักคำเดียว แต่พูดบอกเขาให้ทำอะไร ก็สามารถปฏิบัติได้ตามคำสั่งหมด อย่างนี้เรียกว่าพัฒนาการช้าไหม ต้องพาไปพบคุณหมอเพื่อฝึกพูดหรือเปล่า

คำตอบ โดยทั่วไปแล้ว เด็กมีพัฒนาการทางภาษาผิดปกติ คือเมื่อมีอายุ 2 ปีแล้ว พูดคำที่มีความหมายไม่ได้ หรือพูดได้แค่ศัพท์คำเดียว หรือสื่อสารกับผู้อื่นไม่ได้ ซึ่งอาจเกิดจากการขาดการกระตุ้นที่เหมาะสมจากพ่อแม่ จึงควรพาเด็กมาพบหมอเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เด็กพูดช้า ซึ่งเด็กอาจจำเป็นต้องเข้ารับการฝึกพูดต่อไป

4.เมือกขาวๆ ที่จุ๋มจิ๋ม

คำถาม ลูกสาวอายุได้ 2 เดือน ซึ่งคุณแม่สังเกตเห็นบริเวณอวัยวะเพศลูกว่า มีเมือกขาวตามซอกหลืบ และแม้ว่าจะเช็ดออกไปแล้ว แต่ทำไมถึงกลับมาเป็นอีก อย่างนี้เรียกว่าเป็นเชื้อราหรือเปล่า ต้องทำอย่างไร

คำตอบ เมือกสีขาวนี้จะถูกขับออกมาจากเยื่อบุและผิวหนังจากร่างกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพียงแค่คุณแม่ทำความสะอาดเป็นประจำหลังลูกขับถ่าย แต่ถ้าลูกมีอาการคันร่วมด้วย อาจต้องพาลูกไปพบหมอ

5.ลูกชอบดูดนิ้ว

คำถาม ตอนนี้ลูกชายอายุ 3 ปีแล้ว เขายังติดชอบดูดนิ้วอยู่ โดยเฉพาะเวลานอนหลับ พยายามบอกลูกแล้ว แต่ก็ยังทำอยู่ จนทำให้ฟันด้านหน้าดูผิดปกติ ต้องไปพบหมอฟัน จะแก้ไขอย่างไรดี ให้ลูกเลิกดูดนิ้วได้เสียที

Sponsored

คำตอบ เด็กเล็กๆ มักชอบดูดนิ้ว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องปกติ และถือเป็นการสำรวจร่างกายตัวเองวิธีหนึ่ง แต่ถ้าลูกเริ่มโตขึ้น คุณแม่ต้องพยายามให้ลูกเลิกดูดนิ้ว เพราะจะมีผลเสียต่างๆ ตามมา เช่น ทำให้ฟันสบผิดรูป และมีวิธีแก้ไข โดยคุณแม่ต้องพยายามอธิบายว่าการดูดนิ้วทำให้ติดเชื้อโรคได้ หรือพาลูกทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือมากขึ้นแทน และควรให้รางวัลถ้าวันไหนลูกไม่ดูดนิ้ว เป็นต้น

6.ขี้ไคลขัดไม่ออก

คำถาม คุณแม่สังเกตเห็นว่าบริเวณข้อพับตามร่างกายของลูก เช่น ที่ลำคอ แขน รักแร้ มีคราบดำๆคล้ายขี้ไคล จึงพยายามขัดออกให้หลายหน แต่ก็ไม่ขัดไม่ออก ควรทำอย่าไรดี เพราะดูไม่สวยเลย ลูกเป็นลูกสาวด้วย

คำตอบ ลักษณะสีดำเหมือนขี้ไคลตามบริเวณข้อพับต่างๆ ไม่ว่าจะตามลำคอ ข้อพับ รักแร้ ขาหนีบ จริงๆ แล้วไม่ใช่ขี้ไคล แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง โดยมักเกิดกับเด็กที่อ้วนมาก แต่อาการนี้จะสามารถหายไปเองเมื่อเด็กน้ำหนักตัวลดลง แต่ถ้าลูกไม่ได้อ้วน คุณแม่ควรพาลูกไปพบหมอเพราะอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้

7.ลูกกินน้อย

คำถาม เวลากินข้าว ลูกชายไม่ค่อยจะกิน หรือบางครั้งก็กินแค่ 3-4คำ แล้วก็ไม่สนใจจะกินอีก คุณแม่ต้องคอยพยายามป้อนถึงจะกิน ซึ่งก็กินบ้างไม่กินบ้าง มีวิธีไหนที่จะทำให้ลูกกินข้าวได้เยอะๆ เพราะตอนนี้น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์แล้ว

คำตอบ การที่ลูกไม่กินข้าว อาจเกิดจากที่เด็กไม่หิว ซึ่งถ้าระหว่างมื้อคุณแม่หยิบยื่นให้เด็กกินของว่างมากเกินไป ก็จะทำให้ลูกกินข้าวน้อย ดังนั้นก่อนมื้ออาหารหลักสัก 2 ชั่วโมง คุณแม่ไม่ควรให้ลูกกินขนมหรือนม แต่ควรเตรียมอาหารในปริมาณที่เหมาะสม จัดที่ทางให้ลูกนั่ง และแต่ละมื้อไม่ควรให้ลูกกินนานเกิน 30 นาที โดยการทำอย่างนี้ก็เพื่อเป็นการฝึกเด็กให้เป็นนิสัย

8.ลูกนอนหายใจเสียงดัง

คำถาม เวลาลูกเป็นหวัดมีน้ำมูก สังเกตว่าลูกนอนหายใจเสียงดัง แต่ก็คิดว่า เป็นเพราะลูกหายใจไม่ค่อยออก จึงเอายาทาให้ แต่พออาการหวัดหายดี น้ำมูกแห้งแล้ว ก็ยังสังเกตว่าลูกนอนหลับ แล้วยังคงหายใจเสียงดังอยู่ อย่างนี้จะเป็นอันตรายไหม หรือว่าเป็นโรคภูมิแพ้เหมือนคุณปู่เขาหรือเปล่า

คำตอบ ภาวะหายใจเสียงดังนั้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นหวัด ภูมิแพ้จมูก ต่อมอะดินอยด์โต จึงจำเป็นที่ต้องพาลูกไปพบหมอ เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด เนื่องจากอาจทำให้เด็กพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเด็กที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ ที่ทำให้ลูกมีโอกาสเป็นมากยิ่งขึ้น

หวังว่าทุกคำถาและคำตอบจะมีประโยชน์ต่อคุณแม่ทั้งหลายไม่มากก็น้อย โดยการดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิดและใส่ใจอย่างนี้ ย่อมทำให้ลูกมีสุขภาพร่างกายที่ดี พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่อยู่รอบตัวเสมอ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.อาหารแม่ท้อง อะไรบ้างที่คน กรุ๊ปเลือด AB ควรกินและควรเลี่ยง

2.10 อาหารวิตามินอี คนท้องควรกิน เพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี