ภาวะครรภ์เป็นพิษ กับ การป้องกันครรภ์เป็นพิษ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสังเกตได้ ภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นอีกหนึ่งภาวะที่แม่ตั้งครรภ์ควรระวัง และสังเกตให้ดี

 

การป้องกันครรภ์เป็นพิษ

 

ด้วยปัจจุบันสาเหตุการเกิดครรภ์เป็นพิษ หมอยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง มีเพียงหลักฐานจากรายงานวิจัยที่กล่าวไว้หลาย ๆ สาเหตุ เช่น ความผิดปกติระบบภูมิคุมกันของแม่ ความผิดปกติการฝังตัวของรก พันธุกรรม อาหาร และสิ่งแวดล้อม  เป็นต้น

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษ กับการป้องกันครรภ์เป็นพิษ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสังเกตได้

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือ โรคพิษแห่งครรภ์

หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไป ก็คือ โรคความดันโลหิตสูงในแม่ตั้งครรภ์ ร่วมกับการมีโปรตีน หรือ ไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ

โดยทั่วไปภาวะครรภ์เป็นพิษมักพบได้บ่อยในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ แม่ตั้งครรภ์บางรายจะพบว่ามีอาการบวมร่วมด้วย หรืออาการนี้จะเกิดในช่วงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์เป็นต้นไป จนถึงระยะ 4-6 สัปดาห์หลังคลอด  และที่สำคัญนั่นคือ ภาวะครรภ์เป็นพิษเป็นสาเหตุสำคัญอันดับ 2  ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์ รองจากภาวะตกเลือดหลังคลอด

ทั้งนี้ภาวะครรภ์เป็นพิษมักพบในครรภ์ของแม่ท้องแรกมากกว่าครรภ์หลัง และมีแม่ตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงจะอายุน้อยกว่า 18 ปี กับกลุ่มแม่ตั้งครรภ์ที่อายุมากกว่า 35 ปี  โดยมีประวัติในครอบครัว ครรภ์แฝด ครรภ์ไข่ปลาอุก หรือมีโรคประจำตัวก่อนการตั้งครรภ์ เป็นต้น

 

อาการ ครรภ์เป็นพิษ

แม่ตั้งครรภ์ควรสังเกต เช่น น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว อาการตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ ปวดศีรษะอย่างรุนแรงและชายโครงด้านขวา มีอาการบวมทั่วตัว ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ให้รีบไปพบหมอเป็นการด่วน

 

Sponsored

การป้องกันครรภ์เป็นพิษ

แม่ตั้งครรภ์ที่มีประวัติครรภ์เป็นพิษ แล้วกลับมาตั้งครรภ์ใหม่อีกครั้ง ควรรีบฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด และแจ้งประวัติแก่หมอที่ดูแลครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของการตั้งครรภ์ ทั้งทารกในครรภ์ และแม่ตั้งครรภ์ เพราะการไปฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการป้องกันและหาทางแก้ไขที่ดีที่สุดทางหนึ่งสำหรับภาวะนี้

 

Tips: อาการ โรคครรภ์เป็นพิษ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรสังเกต

 

1.มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง

2.อาการตาพร่ามัว

3.อาการจุกแน่นลิ้นปี่ และชายโครงด้านขวา

4.น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว

5.อาการบวมทั่วตัว ตา ใบหน้า มือ ข้อมือ หน้าแข้ง เท้า

 

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/