คุณแม่ตั้งครรภ์อาจจะเคยได้ยิน หรือได้รับคำแนะนำจากคุณหมอ เกี่ยวกับการดื่มนมของคุณแม่ในขณะตั้งท้องว่าไม่ควรดื่มมากจนเกินไปใช่ไหมคะ? นั้นเป็นเพราะ.. อาจจะส่งผลให้ลูกน้อยนั้นเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ รวมไปถึงยังมีโอกาสสูงที่จะแพ้นมวัวได้อีกด้วย ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรเลือกรับประทานอาหารเสริมชนิดอื่น ๆ เพื่อเป็นการชดเชยจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ

ไม่ควรดื่มนมวัวมากเกินไป

ปัญหาของโรคภูมิแพ้โปรตีนนมวัวนี่เองทำให้คุณหมอ พ.ญ. ภาสุรี แสงสุภวานิช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ให้ข้อมูลว่า “โรคภูมิแพ้โปรตีนจากนมวัวนั้นพบบ่อยขึ้นมากในปัจจุบัน โดยผลจากการสำรวจในต่างประเทศและในประเทศไทยพบว่าเด็กที่ดื่มนมวัวแล้วมีอาการแพ้ มีปริมาณใกล้เคียงกันอย่างมากคือร้อยละ 3% หรือประมาณ 20,000 คน จากเด็กที่ดื่มนมวัว 600,000 คนทั่วประเทศ สำหรับอาการแพ้โปรตีนนมวัวนั้น

ส่วนหนึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือมีคนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคภูมิแพ้ หรือเกิดจากการที่คุณแม่ดื่มนมในปริมาณที่มากจนเกินไปในช่วงขณะตั้งครรภ์ ด้วยหวังว่าจะเป็นการเพิ่มแคลเซียมเพื่อบำรุงครรภ์ ส่งผลให้ปริมาณของแคลเซียมตกค้าง สะสมในร่างกาย ส่งผลให้ลูกน้อยเกิดอาการแพ้นมวัว เนื่องจาก โปรตีนนมวัวนั้นเป็นสารก่อภูมิแพ้ชนิดรุนแรง หากได้รับในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น

ดังนั้นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรใหม่ ๆ ควรให้ทารกดื่มนมแม่ในช่วงขวบปีแรก รอจนกว่าทารกพร้อมจึงให้ดื่มนมผสมเพื่อเป็นอาหารเสริม และเป็นการป้องกันโรคภูมิแพ้ที่อาจเกิดขึ้นตามมา

อาการของเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้..

อาการของเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้นจะแสดงอาการทางผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ มีผื่นแดงตามตัว เกิดอาการคัดจมูกคล้ายเป็นหวัดเรื้อรัง อาการแพ้โปรตีนนมวัวในวัยเด็กนั้น จะมีผลกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ชนิดอื่น ๆ ตามมา เช่น อาการแพ้ไรฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหอบหืด อาการแพ้อาหารบางชนิด เช่น อาหารทะเล อาหารเสริม เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ ในวัยผู้ใหญ่

นมแบบไหนที่คุณแม่ควรเลือกเพื่อลูกน้อยป้องกันโรคภูมิแพ้?

สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรและมีปริมาณน้ำนมไม่เพียงพอต่อความต้องการของทารก และเกรงว่าลูกน้อยจะขาดโปรตีนที่ส่งผลต่อพัฒนาการในด้านต่าง ๆ รวมไปถึงกลัวว่าลูกจะแพ้โปรตีนนมวัว ก็สามารถใช้นมชนิดอื่น ๆ เพื่อทดแทนได้ เช่น นมถั่วเหลือง นมแพะ หรืออาหารเสริมแคลเซียมชนิดอื่น ๆ อย่างเช่น ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว งาดำ เป็นต้น

นมแพะทางเลือกที่ดีสำหรับลูกน้อย

Sponsored

นมแพะ เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณแม่ที่ต้องการให้นมเสริมสำหรับลูกน้อย เนื่องจากมีระบบการให้น้ำนมแบบเดียวกับนมแม่สารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน และยังประกอบไปด้วยกรดอะมิโนมากถึง 10 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย ที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ โปรตีนในนมแพะมีปริมาณของ แอลฟ่า เอสวัน เคซีน (Alpha-S1 Casein) หรือโปรตีนย่อยยากในปริมาณที่น้อยกว่านมวัวมาก โปรตีนในนมแพะจึงสามารถย่อยและดูดซึมได้ง่าย ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กแรกเกิดถึง 6 ขวบ เป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนา จำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และควรได้รับกรดไขมันที่จำเป็นเพื่อนำไปพัฒนาสมอง หากได้รับประทาน โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 โอเมก้า 9 ก็จะยิ่งช่วยให้การทำงานของสมองและสายตาของเด็กดีมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในโอเมก้า 3 นั้นมี ดีเอสเอ ที่บำรุงสมอง และ อีพีเอ ที่ทำให้เม็ดเลือดไม่เกาะตัวกัน

โอเมก้า 6 มีคุณสมบัติในการเพิ่มระดับของ เอชดีแอล ในเลือดซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็กเล็ก ซึ่งมีมากในน้ำนมแม่ และสามารถพบได้ในนมแพะ

สำหรับโอเมก้า 9 นั้น ส่งเสริมในด้านพัฒนาการทางสมอง และสายตา นอกจากนี้กรดไขมันในนมแพะนั้นยังเป็นกรดไขมันสายโซ่ขนาดกลาง ที่มีขนาดเล็กกว่านมวัว จึงทำให้สามารถย่อยและดูดซึมเข้าไปใช้งานได้ทันที

เด็กและทารกที่ดื่มนมแพะจึงสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ง่ายรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีนิวคลีโอไทด์ตามธรรมชาติ (Natural Nucleotide) มากถึง 5 ชนิด ซึ่งมีความคล้ายกับนมแม่ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน มีสารโพลีเอมีนส์ (Polyamines) ช่วยลดปฎิกิริยาของอาการแพ้อาหาร มีโกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor) ชนิดไอจีเอฟวัน และทีจีเอฟเบต้า ที่ช่วยให้เกิดการเจริญเติบโต พร้อมเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย

อย่างไรก็ตามปัญหาของการแพ้โปรตีนนมวัวนั้น ก็อาจมีสาเหตุมาจากปัญหาในด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการที่คุณแม่ดื่มนมวัวในปริมาณที่มากเกินไปในช่วงตั้งครรภ์ ที่อาจส่งผลให้ลูกน้อยเกิดโรคภูมิแพ้ ดังนั้นการมองหาทางเลือกเพื่อป้องกันการเป็นภูมิแพ้ของทารกและเด็กเล็ก จึงเป็นสิ่งที่ดีอีกวิธีการหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกน้อยนั้นก็คือ นมแม่เพราะถือได้ว่าเป็นนมที่ดีที่สุดของลูกน้อยของนั่นเอง…

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/