แม่ตั้งครรภ์เป็นหอบหืด หอบหืดเป็นโรคของหลอดลมอักเสบเรื้อรัง อาจจะเป็น ๆ หาย ๆ หรือเป็นได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาการก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า โรคนี้มีความเสี่ยงกับชีวิตได้ตลอดเวลา

แม่ตั้งครรภ์เป็นหอบหืด

ทั้งยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพียงแต่ต้องหมั่นดูแลรักษา ระมัดระวังเพื่อไม่ให้อาการกำเริบ โดยเฉพาะในแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นหอบหืด ควรเพิ่มความใส่ใจในเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพราะโอกาสที่หอบหืดจะกำเริบนั้นสามารถเกิดได้ทุกขณะ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ก็จะส่งผลต่อทั้งแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ด้วย

แม่ตั้งครรภ์เป็นหอบหืด

สาเหตุของการเกิดหอบหืดในแม่ตั้งครรภ์

1.เกิดจากการแพ้สารภายนอก เช่น แพ้เกสรดอกไม้  แพ้ขนสัตว์ แพ้อาหาร แพ้กลิ่นต่าง ๆ เป็นต้น

2.เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

3.เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ

4.เกิดปัจจัยภายนอก เช่น สูบบุหรี่  แพ้อากาศ  แพ้อาหาร จนส่งผลให้เกิดการหดเกร็งตัวของหลอดลม รวมถึงทำให้เกิดการระคายเคืองของหลอดลม

5.การมีออกซิเจนในเลือดน้อย ทำให้หลอดลมหดเกร็งตัว

6.เกิดจากการใช้ยาบางชนิดมากจนเกินไป  เช่น ยาแก้ปวด ยาระงับประสาท

7.เกิดจากสภาพร่างกายและจิตใจ ที่มีภาวะความตึงเครียด ความตื่นเต้น ความโกรธ ความกลัว เป็นต้น

 อาการหอบหืด

ลองสังเกตดูนะคะว่า การหายใจของตนเองนั้นเป็นอย่างไร หายใจลำบาก มีเสียงหวีด ( wheezing) หรือไม่ แน่นหน้าอกหรือไม่ หายใจตื้นหายใจสั้นหรือไม่ มีอาการไอที่เกิดจากหลอดลมเกร็งตัวหรือไม่ ซึ่งหากมีการติดเชื้อร่วมด้วย แม่ตั้งครรภ์จะหายใจลำบากมากขึ้นจนสังเกตได้ และต้องใช้แรงในการหายใจเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติหลายเท่า รวมถึงอาการที่ชัดมากขึ้นคือ หายใจเร็ว ชีพจรเต้นเร็ว และมีอาการอ่อนเพลียร่วมด้วย

หอบหืดส่งผลกับแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์อย่างไร

ความรุนแรงของหอบหืดเมื่ออาการกำเริบในแม่ตั้งครรภ์นั้น ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า จะมีมากหรือน้อยเท่าใด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแม่ตั้งครรภ์คนนั้น ๆ เพียงแต่พบคร่าว ๆ ว่า ความรุนแรงของหอบหืดในแม่ตั้งครรภ์ขณะเจ็บคลอดที่ผ่าคลอด จะเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคมากกว่า 18 เท่าของแม่ตั้งครรภ์ที่คลอดธรรมชาติ ส่วนหอบหืดกับการส่งผลต่อด้านอื่น ๆ มีดังนี้

1.แม่ตั้งครรภ์ที่เป็นหอบหืดมีโอกาสเสี่ยงแท้ง

2.ทารกในครรภ์มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตในครรภ์

3.ทารกมีน้ำหนักตัวหลังคลอดน้อย

Sponsored

4.แม่ตั้งครรภ์ที่เป็นหอบหืดพบว่า มีอัตราการตายของทารกแรกคลอดสูงขึ้นกว่า 2 เท่า

5.ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ในแม่ตั้งครรภ์ จนมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

6.ส่งผลให้แม่ตั้งครรภ์มีภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย

7.เกิดภาวะขาดออกซิเจนไปเลี้ยงทารกในครรภ์ จนเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา เช่น ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตช้า หรืออาจส่งผลให้ทารกในครรภ์เสียชีวิต

การป้องกันและรักษาหอบหืดในแม่ตั้งครรภ์  

1.จดจำและหลีกเลี่ยงอาหารที่ตนเองแพ้ จนกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดตามมา เช่น อาหารทะเล หรือ  ถั่วต่าง ๆ นม ไข่ ข้าวสาลี  ธัญพืช เป็นต้น หรืออาหารที่มีส่วนผสมของสารกันบูด อาหารที่มีส่วนผสมของสีสังเคราะห์ โดยในเด็กนั้นพ่อแม่ควรให้กินปลาที่มีไขมันมากเป็นประจำ เช่น ปลาค็อด เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นหอบหืด หรือกินอาหารจำพวกที่ให้แมกนีเซียมสูง เช่น เมล็ดทานตะวัน เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นหอบหืดได้ รวมถึงมีการระบุว่า หากเด็กกินแอปเปิล 2-5 ผลต่อวัน  ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหอบหืดได้เช่นกัน

2.พักผ่อนให้เพียงพอ โดยห้องนอนของแม่ตั้งครรภ์ควรมีอากาศที่ถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น สะอาด ที่นอนควรใช้แบบป้องกันไรฝุ่น  และควรนำพรมต่าง ๆ ออกจากห้องนอน

3.แม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการกำลังกายแบบหักโหม เพราะจะกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดมากขึ้น

4.ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว

5.อยู่ในสถานที่ซึ่งมีอากาศที่ดี เช่น การออกไปเดินเล่นนอกบ้านสูดอากาศบริสุทธิ์ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละออง หรือสถานที่สกปรก หรือหากไม่สามารถเลี่ยงได้ให้ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก

6.หากพบอาการผิดปกติ ซึ่งผลมาจากการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปวดศีรษะ มีอาการบวม ตาพร่ามัว มีเลือดออกทางช่องคลอด ปวดท้องจากมดลูกหดรัดตัว ทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลง ให้รีบไปพบหมอ

7.แม่ตั้งครรภ์ควรงดการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด เพราะบุหรี่ส่งผลต่ออาการหอบหืด หรือหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีการสูบบุรี่จะดีที่สุด

8.มีงานวิจัยของอเมริกาเคยยืนยันเอาไว้ว่า หลังคลอดหากลูกน้อยกินนมแม่ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหอบหืด ได้

9.ปรึกษาและรับฟังคำแนะนำจากหมอ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/