สุขภาพแม่ท้องที่ควรดูแล การดูแลใส่ใจสุขภาพร่างกายของแม่ตั้งครรภ์ ย่อมมีความสำคัญต่อลูกในครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การดูแลความสะอาดของร่างกาย รวมถึงการพักผ่อนอย่างถูกวิธี เรามีเคล็ดลับสำหรับเรื่องนี้มาฝากค่ะ

สุขภาพแม่ท้องที่ควรดูแล

อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์

-เลือกอาหารพื้นฐานที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพครรภ์ให้ครบ 5 หมู่ เช่น  เนื้อสัตว์ทุกชนิด นม หรือนมถั่วเหลือง ไข่ ปลา ผัก ถั่ว ผลไม้ เป็นต้น

-ควรทาน DHA อย่างเพียงพอ เพราะจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกายและสมองของลูกในครรภ์ เช่น ปลาทะเล หรือนมที่มีส่วนผสมของ DHA อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

-ควรเลี่ยงอาหารประเภท แป้ง น้ำตาล อาหารรสหวาน เปรี้ยวจัด เค็มจัด และอาหารที่มีไขมันมากเกินไป

-ควรหลีกเลี่ยงประเภท สุก ๆ ดิบ ๆ อาหารหมักดอง อาหารที่ใส่ผงชูรส และเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์

-ทานอาหารที่ให้ไอโอดีน จำพวกอาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปูทะเล ปลาทะเล ปลาหมึก สาหร่ายทะเล เป็นต้น เพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อมหรือโรคเอ๋อสำหรับลูกในครรภ์

-ทานอาหารที่ให้แคลเซียม เช่น ปลาเล็กปลาน้อย หรือนม เป็นต้น เพราะมีความสำคัญต่อการสร้างกระดูกและฟันของลูกในครรภ์

-ทานอาหารที่ให้โฟเลต เช่น ผักใบเขียว คำน้า แคนตาลูป หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น เพราะสำคัญต่อการสร้างเซลล์สมองระบบประสาทและไขสันหลังของลูกในครรภ์

-ทานอาหารที่ให้ธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง ไข่แดง ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจาง

 

การดูแลความสะอาดของร่างกายสำหรับแม่ตั้งครรภ์

-ในเรื่องการทำความสะอาด หากแม่ตั้งครรภ์รู้สึกร้อน สิ่งที่ควรทำคือ ควรเปลี่ยนชุดสวมใส่เป็นชุดที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดรูป หรืออาจจะอาบน้ำก็ได้เช่นกัน โดยไม่ควรอาบน้ำที่เย็นจัดหรือร้อนจัด และหลังอาบน้ำทุกครั้งควรทาโลชั่นเพื่อป้องกันผิวแห้งตึง

-การทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ควรมีการล้างทำความสะอาดเพียงภาพนอกด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่อ่อน ๆ ที่ไม่แพ้ ประมาณวันละ 2 ครั้ง รวมถึงสวมใส่กางเกงในที่ซักสะอาดและแห้ง สวมใส่สบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก

Sponsored

-ในส่วนของการดูแลสุขภาพปาก สุขภาพฟัน เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรใส่ใจ นั่นเพราะมีแม่ตั้งครรภ์จำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาเรื่องฟัน หรือเหงือกอักเสบ โดยแม่ตั้งครรภ์สามารถทันตกรรมแบบไม่อันตรายกับลูกในครรภ์ได้ ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์เดือนที่ 4-6 ทั้งนี้การดูแลฟันสิ่งที่ควรทำคือ ควรมีการแปรงฟันรักษาความสะอาดของช่องปาก วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร หรือใช้ไหมขัดฟัน เพื่อกำจัดเศษคราบอาหารนั่นเอง

-หลังทานอาหารมื้อย่อยควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทุกครั้ง รวมถึงการหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้รสเปรี้ยวจัด หวานจัด เพราะอาหารประเภทนี้มีผลกับฟัน

-ในระหว่างที่ตั้งครรภ์โอกาสเกิดอาการเหงือกอักเสบมักเกิดขึ้นได้ เนื่องจากหลอดเลือดฝอยในบริเวณเหงือกมีฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดเลือดคลั่งในเหงือก หรือเหงือกมีสีที่เปลี่ยนไป หรือมีเลือดออกตามซอกฟัน แต่ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะอาการจะค่อย ๆ หายไปเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายของการตั้งครรภ์ วิธีป้องกันคือ หมั่นรักษาความสะอาดฟันและบริเวณขอบเหงือก จะช่วยลดความเสี่ยงกับอาการเหงือกอักเสบได้

 

การพักผ่อนสำหรับแม่ตั้งครรภ์

-ช่วงระหว่างตั้งครรภ์ แน่นอนว่าร่างกายย่อมเหนื่อยมากขึ้น แม่ตั้งครรภ์จะรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียง่าย ดังนั้นจึงควรนอนหลับให้เพียงพอ ในช่วงกลางวันควรมีโอกาสได้งีบหลับประมาณวันละ 1 ชั่วโมง และในช่วงกลางคืน ประมาณ 8-10 ชั่วโมง

-การพักผ่อนที่ดีอย่างหนึ่ง นั่นคือการลดเครื่องดื่มกาเฟอีน ชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือหลีกเลี่ยงได้เป็นดีที่สุด

-งดดื่มน้ำ อาหารเหลว หรือทานอาหารแบบอิ่มเต็มที่ก่อนเข้านอน ควรเว้นการทานก่อนนอนประมาณ  2-3 ชั่วโมง และหากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ ให้ลองทานขนมปังกรอบสัก 2-3 แผ่น ก่อนเข้านอนก็จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้

-งดการออกำลังกายแบบหักโหมก่อนเข้านอน ที่แนะนำเพียงทำกิจกรรมผ่อนคลายเบา ๆ เช่น บิดตัวไปมา หรือโยคะเบา ๆ ยืดเส้นยืดสาย ก็จะช่วยให้รู้สึกดีก่อนนอนมากขึ้น

-หากมีอาการนอนไม่หลับ ให้ลองหยิบหนังสือมาอ่าน หรือไม่ก็เปิดเพลงที่ฟังสบาย ๆ นอนหลับตาฟังเพลิน ๆ จะช่วยให้ผ่อนคลายมากขึ้น

-รู้ไหมว่าในช่วงระหว่างวัน หากคุณแม่มีการงีบหลับประมาณ 30-60 นาที จะช่วยให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ และช่วยชดเชยเวลานอนที่สูญเสียไปได้

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/