เมื่อพูดถึงประโยชน์ของน้ำผึ้ง เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักน้ำผึ้งเป็นอย่างดี โดยน้ำผึ้งมีคุณค่าและประโยชน์มากมาย ถือว่าเป็นน้ำหวานที่บริสุทธิ์มาจากธรรมชาติที่ค่อนข้างหาซื้อได้ยากเลยทีเดียว โดยเป็นสิ่งที่ต้องการของตลาดเพราะคุณค่าและประโยชน์ที่แสนมหัศจรรย์ของน้ำผึ้งนี้ มีทั้งด้านการแพทย์ ด้านความงาม ด้านอาหาร และด้านสุขภาพ จึงทำให้เหมาะสมกับกลุ่มคนทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและดูแลสุขภาพ ซึ่งหลายคนอาจจะมีคำถามว่า คนท้องกินน้ำผึ้งได้ไหม วันนี้เราก็มีคำตอบมาบอกกันแล้ว พร้อมด้วยข้อควรระวังที่ต้องรู้ดังต่อไปนี้

คนท้องกินน้ำผึ้งได้ไหม

คุณแม่หลายท่านอาจจะคิดว่าคนท้องสามารถกินอาหาร ของหวานและผักผลไม้อะไรก็ได้ กินปริมาณเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร แค่ขอให้ลูกในท้องและแม่อิ่มก็พอแล้ว แต่รู้ไหมว่าอาหารบางอย่างก็อาจส่งผลเสียต่อคนท้องได้เหมือนกัน ดังนั้นจะกินอะไรก็ต้องดูให้ดีก่อนว่ากินได้หรือไม่ ซึ่งน้ำผึ้งก็เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่คนท้องสามารถกินได้ แถมมีประโยชน์และมีคุณค่าต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์อีกมากมายเลยทีเดียว เพียงแต่คุณแม่ต้องเลือกกินน้ำผึ้งที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วไม่ควรกินน้ำผึ้งดิบ เพราะอาจจะได้รับการติดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้ อย่างไรก็ตามถ้าคุณแม่กินน้ำผึ้งในปริมาณที่พอดีและถูกวิธี ก็จะเป็นผลที่ดีต่อตัวคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ อย่างแน่นอนค่ะ

ประโยชน์ของน้ำผึ้งที่มีต่อคนท้อง

ได้รู้กันแล้วว่าคนท้องสามารถกินน้ำผึ้งได้ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าน้ำผึ้งมีประโยชน์อย่างไรต่อคนท้องบ้าง ได้แก่

1.ช่วยรักษาผิวพรรณและลดสิวฝ้าบนใบหน้า

คนท้องบางคนอาจจะมีอาการแพ้ท้อง มีสิว มีฝ้า บนใบหน้า ก็สามารถใช้น้ำผึ้งในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยการนำน้ำผึ้งมาผสมกับไข่ดาว น้ำมะนาว และผงวิเศษตราร่มชูชีพ แล้วคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำไปทาที่หน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 - 30 นาที แล้วล้างออกด้วยเจลล้างหน้าและน้ำสะอาด จะช่วยลดความมันและรักษาสิวฝ้าบนใบหน้าได้

2.ช่วยผ่อนคลายความเครียด

น้ำผึ้งสามารถผ่อนคลายความเครียด และความเหนื่อยล้าจากการทำงานของคนท้องได้ โดยให้นำน้ำผึ้งที่ผสมกับน้ำอุ่นแล้วมาจิบดื่มทีละนิด ซึ่งสามารถดื่มได้บ่อยตามต้องการเลยทีเดียว

3.บำรุงเลือดในร่างกายของคุณแม่

เพราะน้ำผึ้งมีส่วนผสมของธาตุเหล็กซึ่งช่วยในการเพิ่มเม็ดเลือดในร่างกาย จึงสามารถบำรุงเลือด และป้องกันความเสี่ยงของโรคโลหิตจางหรือภาวะตกเลือดหลังคลอดได้ดี

4.ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

น้ำผึ้งจะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเพ้อ หรืออาการท้องเสียอย่างรุนแรงในคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ โดยนำน้ำอุ่นผสมกับผงยาหอมและน้ำผึ้งชงให้เข้ากันแล้วดื่ม จะช่วยแก้บรรเทาอาการเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

5.ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับและอาการอ่อนเพลีย

เพียงนำนมอุ่นๆ มาผสมกับน้ำผึ้งชงให้เข้ากัน แล้วดื่มบ่อยๆ ก็จะทำให้หลับง่ายยิ่งขึ้น และช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับได้ดีทีเดียว

6.ช่วยรักษาอาการหวัด ไอ จาม ในคุณแม่ตั้งครรภ์

น้ำผึ้งก็สามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการไข้หวัดได้เหมือนกัน โดยให้นำน้ำอุ่นมาผสมกับผงฟ้าทะลายโจร น้ำผึ้ง แล้วคนให้เข้ากัน ดื่มเข้าไปอาการหวัดไอจามจะหายเร็วยิ่งขึ้น

สูตรน้ำผึ้งมะนาวช่วยให้ชุ่มคอและเสริมภูมิต้านทาน

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ฝนก็จะตกบ่อย โรคภัยต่างๆ ก็จะตามมา โดยเฉพะอาการไข้หวัดไอ จาม เจ็บคอ ดังนั้นจะดีไหมถ้าเราจะมีตัวช่วยดีๆ เป็นเครื่องน้ำดื่มรักษาสุขภาพช่วยให้คล่องคอ อย่างเช่น น้ำผึ้งมะนาวโซดา ที่กินแก้อาการเจ็บคอ และลดอาการไข้หวัด คัดจมูก แถมทำให้คุณแม่ขับถ่ายได้สบายท้องมากขึ้น ซึ่งมีขั้นตอนวิธีการทำที่ง่ายอีกด้วย

วัตถุดิบ

1.น้ำอุ่น 1 แก้ว

2. มะนาว 1ลูก

3. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

4. โซดา 1 ช้อนโต๊ะ

5. เกลือ ครึ่งช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

Sponsored

1. เตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบให้พร้อม

2. คันน้ำมะนาวใส่แก้วไว้ก่อนจากนั้นนำน้ำผึ้งเทลงในแก้วชงให้เข้ากัน

3. ใส่น้ำอุ่นโซดาเติมเกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นคนทุกอย่างให้เข้ากันแล้วชิมรส ถ้าไม่เป็นที่พอใจในรสชาติสามารถเพิ่มเติมรสชาติได้ตามใจชอบ

4. เตรียมน้ำแข็งใส่แก้วแล้วเทน้ำมะนาวที่ผสมน้ำผึ้งลงไปได้เลย อาจจะเสิร์ฟพร้อมกับขนมเค้กที่ชอบสักก้อนก็จะดี

ข้อควรระวังในการกินน้ำผึ้ง

1.การทานน้ำผึ้งมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืด

เพราะน้ำผึ้งมีน้ำตาลฟรุทโตสอยู่มากซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการดูดของซึมลำไส้ จึงส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องแน่นได้

2.ไม่ควรรับประทานน้ำผึ้งเกินวันละ 10 ช้อนชา

ควรทานน้ำผึ้งในปริมาณที่เหมาะสมต่อวันเพียง 6 ช้อนชา เพราะหากทานมากจนเกินไปจะทำให้เพิ่มปริมาณน้ำตาลกลูโคสและฟรักโทสที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายทันที ทำให้เพิ่มระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

4.ผสมน้ำอุ่นปริมาณไม่เกิน 60 องศา

ไม่ควรใช้น้ำร้อนจัดผสมกับน้ำผึ้ง เพราะอาจทำลายคุณค่าสารอาหารให้สลายไปได้ โดยควรผสมกับน้ำอุ่นประมาณไม่เกิน 60 องศาเท่านั้น

5.ผู้ป่วยเหล่านี้ ไม่ควรทาน

ผู้ป่วยที่มีอาการอาเจียน มีบาดแผล หรือมีผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากมีภาวะความชื้นอาจเข้าแทรกซ้อนได้

6.ส่งผลต่อสุขภาพฟันและเหงือกในช่องปาก

เนื่องจากน้ำผึ้งมีปริมาณน้ำตาลสูง ถ้าเราไม่ทำความสะอาดดูแลรักษาฟันและในช่องปากให้ดี อาจก่อให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบได้ง่าย

7.ทำให้อ้วนได้

การรับประทานน้ำผึ้งในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและเป็นโรคอ้วนได้ แถมยังเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นควรกินในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น

ทราบอย่างนี้แล้ว คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จะต้องรู้จักวิธีการเลือกทานน้ำผึ้งในปริมาณที่พอดีและเหมาะสมเพื่อให้ได้คุณค่าและสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน และไม่ส่งผลเสียต่อตัวคุณแม่เองและลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ