ในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์อยู่นั้น  การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง  เพราะไม่ได้หมายความถึงสุขภาพของคุณแม่เทานั้น แต่ยังหมายถึงสุขภาพของทารกน้อยในครรภ์ด้วย สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนที่ในช่วงที่ท้องอยู่นั้นเป็นโรคอีสุกอีใสขึ้น  บางคนติดเชื้อจากการเลี้ยงลูกหรือคนในครอบครัวเป็นโรคอีสุกอีใส และตนเองก็ไม่ได้ป้องกันเท่าที่ควร  ทำให้เกิดความกังวลใจว่าลูกในท้องจะได้รับผลกระทบหรือไม่ ร่วมหาคำตอบจากบทความ แม่ตั้งครรภ์เป็นอีสุกอีใส ลูกจะเป็นอันตรายหรือไม่ ติดตามอ่าน

แม่ท้องเป็นอีสุกอีใส ลูกในครรภ์จะเป็นอันตรายหรือไม่

สาเหตุ

โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่เกิดโรคงูสวัด

อาการ

1.อาการจะเหมือนกับคนที่ติดเชื้อไวรัสทั่วไป คือ มีไข้ อ่อนเพลีย

2.มีผื่นแดงราบ ตุ่มใส หรือมีตุ่มหนองตามใบหน้า ลำตัว หลัง และสามารถติดต่อได้ง่าย

3.ระยะเวลาในการฟักตัวประมาณ 2 – 3 สัปดาห์  หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา เชื้อสามารถหายได้เองประมาณ 10 -15 วัน

การติดต่อ

1.สัมผัสตุ่มหนองของคนป่วย

2.การใช้สิ่งของร่วมกัน

3.การหายใจหรือไอ จามรดกัน

เมื่อแม่ท้องเป็นอีสุกอีใส จะกระทบกับลูกในท้องยังไง?

Sponsored
  • ในช่วงตั้งครรภ์ร่างกายจะมีภูมิต้านทานที่ต่ำลง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย และมีความรุนแรงได้มากขึ้น โดยเฉพาะการติดเชื้อในช่วงตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก  ช่วง 1 -3 เดือนแรก
  • ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นหากเชื้อลุกลามไปยังทารกในครรภ์ ทำให้เกิดความผิดปกติบริเวณผิวหนัง แขน ขา ของทารก ส่งผลให้เกิดภาวะ congenital varicella syndrome
  • นอกจากนี้ยังทำให้สมองของทารกมีขนาดเล็ก มีการติดเชื้อในสมอง หรือทารกจะมีผื่นผิวหนังคล้ายงูสวัดได้
  • ช่วงอันตรายอีกช่วงหนึ่ง คือ ช่วงใกล้คลอดและในช่วง 7 วันก่อนคลอดและหลังคลอด เพราะในช่วงนี้คุณแม่จะมีเชื้อไวรัสในร่างกายสูงที่สุด ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดปอดอักเสบ การหายใจล้มเหลว และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตทั้งคุณแม่และทารก
  • นอกจากนี้ทารกยังมีความเสี่ยงชีวิตหลังแรกคลอดได้

การรักษา

1.การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น  หากมีไข้ให้ทานยาลดไข้อย่าปล่อยให้ไข้ขึ้นสูง ดื่มน้ำให้มาก อาจจะเป็นน้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าก็ได้   รับประทานอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย

2.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  ในช่วงนี้น้ำหนักตัวของคุณแม่จะยังไม่ขึ้น  หรือบางครั้งอาจจะลดลงเพราะอาจเกิดอาการเบื่ออาหารรับประทานได้น้อยลง หรือาจอาเจียนมากหรือมีไข้สูง

3.หากช่วงไตรมาสแรกคุณแม่แพ้ท้องจนไม่สามารถรับประทานอาหารได้ และรู้สึกเวียนศีรษะและหน้ามืดย่อยๆ หากมีอาการแบบนี้ต้องพบคุณหมอเพื่อรักษา  บางครั้งอาจจำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะจำเป็นต้องให้น้ำเกลือหรือยาทางหลอดเลือด จะทำให้คุณแม่มีอาการดีขึ้นและสดชื่นเร็วขึ้น

4.สิ่งสำคัญหากคุณแม่ติดเชื้ออีสุกอีใสในช่วงตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังอย่าแพร่เชื้อให้คนอื่นๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ชิด รวมถึงไม่ไปสัมผัสกับคนที่มีไข้ออกผื่นในช่วงตั้งครรภ์ระยะหลัง เพราะหากได้รับเชื้อคุณแม่จะเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด

5.วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส  หากคุณแม่เกิดติดเชื้อโรคอีสุกอีใสแล้วก็ไม่จำเป็นต้องฉีดยาซ้ำอีกเพราะร่างกายจะมีภูมิต้านทานตามธรรมชาติ แต่บุคคลใกล้ชิดที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ควรที่จะฉีดยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรค

ร่วมแชร์บทความเพื่อมอบสาระความรู้เกี่ยวกับแม่ท้องและเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนถึงวิธีการการเลี้ยงดูทารก และสารพันความรู้อีกมากมาย  ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่น ๆ มาร่วมสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระและเกร็ดความรู้ดี ๆกับเพจทีมคนท้องกันนะคะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตั้งครรภ์น้ำหนักลด ในช่วงไตรมาสแรก ผิดปกติหรือไม่

2.รีวิว 7 แอพคนท้อง ที่คุณแม่ควรมี เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพ