เลือดกำเดาไหลบ่อย เลือดกำเดาไหลเป็นเรื่องปกติ คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ถ้าหากเลือดกำเดาไหลไม่มาก ก็ถือว่าไม่เป็นอันตราย แค่ทำให้รำคาญเท่านั้นเอง ถึงไม่ท้องก็มีเลือดกำเดาได้ไหล สำหรับคุณแม่ที่รู้สึกว่า ตัวเองมีเลือดกำเดาไหลมาก แล้วไม่รู้ต้องทำอะไร วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ มาฝากค่ะ

เลือดกำเดาไหลบ่อย

เลือดกำเดาไหลบ่อย

ทำไมเลือดกำเดาถึงไหล เวลาตั้งครรภ์

คุณแม่ที่พบว่าตัวเองมีเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้งในขณะตั้งครรภ์ จึงทำให้เกิดความรู้สึกที่ว่า “เลือดกำเดาไหลเป็นเพราะเราตั้งครรภ์แน่ ๆ” ซึ่งต้องบอกก่อนนะคะ การที่คุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ไม่ใช่สาเหตุที่จะทำให้เลือดกำเดาไหล แต่เป็นผลมาจากอากาศเย็นและแห้ง ที่กระทบกระเทือนเยื่อบุโพรงจมูกทำให้เกิดการฉีกขาด หรือบางลงจนเลือดซึมออกมาได้ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่เกิดภาวะเช่นนี้ อาจเป็นเพราะหลอดเลือดในร่างกายมีการขยายตัวกว้างขึ้น จนบางลงเพื่อรองรับปริมาณเลือดจำนวนมากที่ร่างกายผลิตขึ้นระหว่างตั้งครรภ์

ในบางครั้งก็มีเลือดคั่งในจมูกมาก ทำให้หายใจไม่สะดวก จนต้องจามออกมาอย่างแรก กระเทือนเยื่อบุโพรงจมูกที่บาง และแห้งอยู่ ส่งผลให้เกิดการฉีกขาดเปิดทางให้เลือดไหลออกมาได้ แต่อย่างที่บอกค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบได้บ่อย สำหรับเลือดกำเดาไหลนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้ค่ะ

  • เลือดออกทางส่วนหน้าจมูก (Anterior Epistaxois) พบได้ถึง 90% ของเลือดกำเดาไหลทั้งหมด ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของเส้นเลือดบริเวณด้านหน้าของผนังกั้นช่องจมูก มักพบในเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุน้อย สาเหตุหลักเกิดจากการแคะจมูก จนมีเลือดสด ๆ ไหลออกมาทางรูจมูกข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ หากมีเลือดออกมาก อาจจมีเลือดบางส่วนไหลลงคอได้ค่ะ ซึ่งภาวะนี้จะพบได้บ่อยและไม่เป็นอันตราย คุณสามารถห้ามเลือดได้ง่าย
  • เลือดออกจากส่วนหลังของจมูก (Poster epistaxis) พบได้ 10% ของเลือดกำเดาไหลทั้งหมด ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของเส้นเลือดบริเวณที่อยู่ลึกลงไปในโพรงจมูก พบมากในผู้สูงอายุ สาเหตุเกิดจากความดันโลหิตสูง หรือเส้นเลือดแดงแข็งตัว ซึ่งจะมีความรู้สึกว่ามีเลือดไหลลงคอ แต่หากเลือดออกมาก อาจะมีเลือดบางส่วนไหลออกทางรูจมูกได้ ภาวะนี้พบได้น้อยกว่า แต่มีความรุนแรงมากกว่าค่ะ เพราะปริมาณเลือดที่ออกมามากกว่า และห้ามเลือดได้ยากกว่านั่นเอง

เลือดกำเดาไหลแบบใดถึงอันตราย

  • คุณแม่ที่พบว่าตัวเองเลือดกำเดาไหลออกติดต่อกัน นานมากกว่า 20 นาที แนะนำให้ไปพบแพทย์ในทันทีค่ะ
  • เมื่อคุณแม่เริ่มมีเลือดกำเดาไหล ตามหลังอุบัติเหตุบริเวณศีรษะ (มีการแตกของฐานกระโหลกศีรษะ) และใบหน้า (จมูกหักจากอุบัติเหตุ) คุณแม่ต้องรีบไปพบแพทย์เช่นกัน

สาเหตุที่เลือดกำเดาไหลเวลาตั้งครรภ์

Sponsored

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีเลือดกำเดาไหลออกมานั่นเป็นเพราะ ร่างกายของคุณแม่มีเลือดหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น และระบบการไหลเวียนของฮอร์โมนมีผลทำให้ เยื่อบุในจมูกอ่อนตัวลง และมีความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นนั่นเองค่ะ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คุณแม่มีอาการ เลือดออกตามไรฟันได้ง่ายในช่วงตั้งครรภ์ ในระหว่าตั้งครรภ์นั้น ปริมาณของเลือดในร่างกายจะเพิ่มขึ้นที่บริเวณจมูก เส้นเลือดฝอยมักจะแตกและทำให้เลือดกำเดาไหลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณแม่จะเป็นกันมากในช่วงฤดูหนาวค่ะ เพราะอากาศแห้งมากกว่าปกติ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดกำเดาไหลเช่นเดียวกัน

การห้ามเลือดกำเดาแบบถูกต้อง

  • เมื่อพบว่าเริ่มมีเลือดกำเดาไหล คุณแม่ต้องนั่งลงแล้วโน้มตัวไปทางด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อให้เลือดตกไปทางด้านหน้า ไม่ให้ไหลลงลำคอด้านหลัง แล้วให้คุณแม่หายใจทางปาก
  • บีบจมูกให้นาน 5 – 10 นาทีต่อครั้ง แนะนำให้ทำซ้ำหากเลือดยังไม่ยอมหยุดไหล ถ้าคุณแม่ไม่โน้มตัวไปข้างหน้า การกลืนเลือดอาจจะทำให้เกิดการคลื่นไส้ อาเจียน แรงเบ่งในช่วงที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนอาจทำแรงดันเลือดสูงขึ้น ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมากต่อการตกเลือด
  • ประคบจมูกด้วยถุงน้ำแข็ง จะทำให้เลือดหยุดได้ เพราะความเย็นจะหยุดการไหลของเลือดและทำให้เลือดแห้งแข็งตัวเร็วขึ้น

สำหรับการห้ามเลือดนั้น คุณแม่ต้องทำจิตใจให้สงบ ไม่ตื่นเต้น ทำทุกขั้นตอนอย่างใจเย็น เพราะการตื่นเต้นจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ซึ่งอาจจะไปกระตุ้นให้ความดันเลือดสูงขึ้นส่งผลให้เลือดไหลไม่ยอมหยุดได้ค่ะ ทั้งนี้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีความวิตกกังวลอย่างมากในเรื่องนี้ แนะนำให้คุณแม่ไปปรึกษาแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำดี ๆ จากแพทย์ น่าจะช่วยลดความกังวลของคุณแม่ลงได้ค่ะ

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/