อารมณ์แปรปรวนของแม่ท้อง.. ในช่วงตั้งครรภ์อิทธิพลของฮอร์โมนที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  ผิวพรรณ ร่างกาย ยังรวมไปถึงสภาพจิตใจและอารมณ์ด้วยนะคะ

อารมณ์แปรปรวนของแม่ท้อง

ไม่ต้องแปลกใจว่า แม่ท้องบางคนอารมณ์ดีแป๊บ ๆ อารมณ์เสียหรือหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว มาดูกันค่ะว่าอารมณ์จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างในแต่ละไตรมาส

อิทธิพลของความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ที่เกิดขึ้นกับแม่ท้องเรียกว่า หลากหลายอารมณ์ในคน ๆ เดียวกัน บางคนก่อนตั้งครรภ์เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย แต่พอท้องกลับเปลี่ยนเป็นคนที่หงุดหงิดง่าย  ใครทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ บางทีก็ร้องไห้ขึ้นมาดื้อๆ ใครพูดอะไรนิดอะไรหน่อยไม่ได้ ดูหนังฟังเพลงเศร้าๆ บ่อน้ำตาเริ่มทำงานทันที

 

อารมณ์ที่แปรปรวนประดุจคลื่นลมทะเลของคุณแม่นี้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิง คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง เมื่อเปรียบเทียบระดับฮอร์โมนแล้วจะพบว่า ใน 1 วัน คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอัตราการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเท่ากับปริมาณฮอร์โมนที่ร่างกายของคนปกติใช้ผลิตถึง 3 ปี!!! ทีเดียว เพราะเหตุนี้จึงทำให้อารมณ์ของคุณแม่จึงขึ้น ๆ ลง ๆ นั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์คนท้องยังเปลี่ยนแปลงไปแต่ละไตรมาสด้วยนะคะ

รับมือ!!! อารมณ์แปรปรวนของแม่ท้อง กันค่ะ

ไตรมาสแรก ช่วงเดือนที่ 1 – 3

การเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นเริ่มจากระดับฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อสภาพจิตใจของคุณแม่เป็นอย่างมาก ทำให้คุณแม่เกิดอารมณ์แปรปรวนได้ง่ายเรียกว่า มีเหวี่ยง วีนกันบ้าง หงุดหงิด ขี้รำคาญ ขี้ใจน้อย และบางคนเอาแต่ใจตัวเองอีกด้วย รับมืออย่างไร คุณพ่อและคนรอบข้าง ต้องพยามทำความเข้าใจและคอยเป็นกำลังให้กับคุณแม่ โดยเฉพาะคุณพ่ออดทนหน่อยนะคะ ต้องคอยดูแลความรู้สึกของคุณแม่อย่างใกล้ชิด พูดให้กำลังใจ เพื่อให้คุณแม่เกิดความสบายใจ ทำความเข้าใจว่าฮอร์โมนเป็นตัวการที่สร้างปัญหา ทำให้เกิดความกังวลในการตั้งครรภ์แล้ว ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของแม่ท้องอีกด้วย

ไตรมาสที่สอง ช่วงเดือนที่ 4 – 6

ในช่วงไตรมาสที่สองนี้ อารมณ์ของคุณแม่เริ่มผ่อนคลายแล้วค่ะ คุณพ่อค่อยใจชื้นขึ้นหน่อยนะคะ   ในช่วงนี้คุณแม่จะมีความรู้สึกที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพราะสามารถปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้แล้ว  ที่สำคัญนะคะคุณแม่จะเริ่มสัมผัสได้แล้วว่า ทารกน้อยในครรภ์กำลังเจริญเติบโตและเริ่มดิ้นคุณพ่อคุณแม่แล้วด้วย ทำให้คุณแม่รู้สึกสนุกและตื่นเต้นไปกับพัฒนาการของลูก หากมีเวลาว่างในช่วงที่คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย ลองหามุมสงบ ๆ อ่านหนังสือให้ลูกฟัง นั่งฟังเพลงเบา ๆ จะดีต่อจิตใจของคุณแม่และดีต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ด้วยนะคะ แต่ในช่วงไตรมาสสอง ร่างกายของคุณแม่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปมาก อาจทำให้มีอาการปวดเมื่อยตามตัว ไม่สบายตัว ปวดหลัง ปวดขา บางคนมีอาการปวดที่ขาด้วย อาการเหล่านี้อาจส่งผลต่ออารมณ์ของคุณแม่ได้ รับมืออย่างไร คุณพ่ออาจพาคุณแม่ไปออกกำลังกายเบาๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น ฝึกโยคะ เดินเพื่อสุขภาพ ว่ายน้ำ หรือไปทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน เช่น การไปท่องเที่ยวพักผ่อน ไปทานอาหารนอกบ้าน เป็นต้น เพียงเท่านี้คุณแม่ก็ยิ้มออกแล้วค่ะ

Sponsored

ไตรมาสที่สาม ช่วงเดือนที่ 7 – 9

ช่วงไตรมาสสุดท้าย ของการตั้งครรภ์แสดงว่าเข้าใกล้เวลาที่จะได้พบเจ้าตัวน้อยกันแล้ว เริ่มนับถอยหลังกันแล้วนะคะเพื่อรอวันที่จะได้เจอหน้าลูก แต่ในความยินดีนั้นอีกใจของคุณแม่ก็เริ่มวิตกกังวลกับการคลอดที่ใกล้จะมาถึง จะเลือกคลอดแบบไหนดี ต้องเตรียมพร้อมอย่างไร ลูกจะออกมาสมบูรณ์แข็งแรงหรือไม่ เมื่อคลอดแล้วจะเป้นอย่างไร จะเลี้ยงลูกได้หรือไม่ สารพันคำถามที่ถาโถมเข้ามาจริง ๆ ค่ะ คุณแม่จึงเริ่มเกิดอาการเครียด รับมืออย่างไร วิธีที่จะช่วยบรรเทาความกังวลของคุณแม่ลงได้ คือ การได้พูดคุยกับผู้มีประสบการณ์ การปรึกษาคุณหมอ เพราะคำแนะนำในการดูแลตนเองจะทำให้คุณแม่มั่นใจในการคลอดมากขึ้นค่ะ

ได้ทราบแล้วนะคะ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของแม่ท้อง เมื่อคุณพ่อเข้าใจแล้วว่าเกิดจากเจ้าฮอร์โมนตัวการสำคัญที่ทำให้คุณแม่เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ รวมไปถึงวิธีการรับมือ นำไปปฏิบัติได้เลยค่ะ รับรองว่าคุณแม่จะยิ้มออกได้แน่นอน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก  www.parents.com/pregnancy/my-life/emotions/ups-and-downs

 

==========

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/