สัญญาณอันตราย ที่คุณแม่มือใหม่ควรทราบ คงเป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง ระดับฮอร์โมน อารมณ์ ความรู้สึก และสุขภาพ ถึงแม้คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีคุณแม่หลายๆ คนที่พบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด ซึ่งอาจมาจากหลายสาเหตุ ส่วนมากที่มีความเสี่ยงอาจเกิดจากการดูแลตัวเองอย่างไม่ถูกต้อง และเหมาะสม เช่นการรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการภาวะความเครียดด้วย ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณแม่โดยตรงอีกด้วย ดังนั้น คุณแม่มือใหม่ควรระวังถ้าพบสัญญาอันตรายเหล่านี้

5 สัญญาณอันตราย ระหว่างตั้งครรภ์

อาการเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ

อาการที่พบไม่บ่อยนักในระหว่างตั้งครรภ์ คือ อาการเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ สาเหตุที่เลือดออกทางช่องคลอดนั่นเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ถ้าคุณแม่พบว่าเลือดออกทางช่องคลอดมากช่วงอายุครรภ์ไม่ถึง 5 เดือน อาจหมายถึงการแท้งลูก แต่ถ้าคุณแม่มีเลือดออกหลังจากครรภ์ได้ 5 เดือนไปแล้ว คุณแม่อาจมีภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์เช่นกันค่ะ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวคุณแม่เองและทารกในครรภ์ เมื่อพบอาการเหลานี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและขอคำแนะนำอย่างถูกต้องทันที ไม่ควรปล่อยไว้นาน ๆ เพราะอาจจะทำให้คุณเสียลูกไปได้นะคะ อันตรายมาก ๆ ค่ะ

ลูกดิ้นน้อยลง หรือไม่ดิ้นเลย

คุณแม่จะเริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นหลังจากอายุครรภ์ได้ 5 เดือนไปแล้วค่ะ สำหรับท้องแรก แต่ถ้าคุณแม่ท้องที่ 2 จะเริ่มรู้สึกไวกว่าประมาณปลายเดือนที่ 4 ก็รู้สึกการดิ้นของลูกแล้วค่ะ การนับลูกดิ้น คุณแม่ควรนั่งนิ่ง ๆ และลองนับดู ภายใน 4 ชั่วโมงลูกจะดิ้นประมาณ 10 ครั้ง แต่ส่วนมากจะดิ้นหลังจากทานอาหารแล้ว นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถสังเกตตัวเองด้วย ถ้าลูกดิ้นน้อยมากผิดปกติ หรือไม่ดิ้นเลย คุณแม่ต้องปรึกษาแพทย์เช่นเดียวกันค่ะ ไม่ควรปล่อยไว้เพราะถ้าลูกไม่ดิ้นเป็นเวลานาน จะทำให้เด็กมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตในครรภ์ได้

มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง

ถึงแม้ว่าอาการแพ้ท้องจะเป็นอาการที่พบบ่อยมากสำหรับการตั้งครรภ์ แต่การแพ้ท้องโดยทั่วไปนั้น จะเป็นเฉพาะในช่วงแรกเริ่มของการตั้งครรภ์เท่านั้น ซึ่งเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นอาการแพ้ท้องจะบรรเทาและหายไปเองในที่สุด แต่สำหรับคุณแม่บางท่านที่มีอาการแพ้ท้องขั้นรุนแรง ถึงกับนอนไม่ได้ รับประทานอาหารเข้าไปเท่าไรก็ออกมาหมด มีอาการอาเจียนมาก คลื่นไส้ หรือน้ำหนักตัวลดลง อย่างนี้อาจมีความเสี่ยงสูง ซึ่งถ้าคุณแม่มีภาวะตั้งครรภ์แฝด หรือการตั้งครรภ์ไข่ปลากอุกด้วย อาจจะทำให้อาการแพ้ท้องรุนแรงขึ้นเป็นหลายเท่านั้น ในเรื่องนี้คุณแม่ก็ไม่ควรปล่อยให้เป็นนานนะคะ แนะนำให้รีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องต่อไป

เจ็บครรภ์ก่อนกำหนด

โดยปกติแล้วภาวะอาการเจ็บครรภ์นั้น ช่วงเวลาตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ จะมีอายุครรภ์ระหว่าง 37 – 40 สัปดาห์จึงจะเป็นวันครบกำหนดคลอด แต่ถ้าคุณแม่มีอาการเจ็บครรภ์ก่อน 37 สัปดาห์ ล่ะก็ แนะนำให้คุณแม่รีบไปพบแพทย์ทันที เพราะคุณแม่อาจต้องเตรียมตัวคลอดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงกับทารกมาก เนื่องจากปอดของทารกในครรภ์ยังทำงานไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เด็กเสียชีวิตในครรภ์ได้ เมื่อคุณแม่รู้สึกเจ็บครรภ์ก่อนวันครบกำหนด เริ่มมีอาการมดลูกบีบตัวทุก ๆ 10 – 15 นาที อาการเช่นนี้ ถือเป็นอาการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดค่ะ ปัจจัยที่ทำให้คุณแม่เจ็บครรภ์ก่อนครบกำหนดนั้นอาจเกิดจากการรับประทานอาหารรสจัด หรือคุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และการทำงานจนไม่ได้พักผ่อน ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญต่อการคลอดก่อนกำหนดเช่นเดียวกัน ยิ่งทารกคลอดเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นอันตรายต่อทารกมากขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้ทารกมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ พัฒนาการช้า และสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ดังนั้น เมื่อเริ่มรู้เจ็บครรภ์แบบนี้ คุณแม่ควรไปพบแพทย์และเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อม โดยการทำจิตใจให้สงบเมื่อถูกมือหมอแล้วทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเองค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลมากไป

Sponsored

น้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก

น้ำเดิน เป็นภาวะอาการที่เกิดจากการแตกหรือรั่วของถุงน้ำคร่ำ ทำให้มีน้ำคร่ำไหลออกมา มักเกิดเมื่อเริ่มเข้าสู่ระยะใกล้คลอดแล้ว อาการน้ำเดิม หรือน้ำคร่ำแตก อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่เตือนว่า ถึงเวลาที่ลูกน้อยพร้อมจะลืมตาดูโลกแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงคุณแม่ก็จะพบกับสิ่งที่หวังและรอคอยมาถึง 9 เดือนในวันนี้ แต่ในบางรายอาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนดได้ เนื่องจากการบีบตัวของมดลูกอย่างรุนแรง หรือเกิดจากการกระแทนแบบไม่ตั้งใจ ซึ่งมีผลเสียต่อทารก เพราะเมื่อถุงน้ำคร่ำรั่ว มีน้ำเดินออกมา เชื้อโรคก็สามารถเข้าไปในถุงน้ำคร่ำได้ ก่อให้เกิดการติดเชื้อในทารก และเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น เมื่อคุณแม่เริ่มมีอาการน้ำเดิม หรือน้ำคร่ำแตก หรือสังเกตเห็นน้ำใส ๆ ไหลจากช่องคลอดในปริมาณมากพอสมควร ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะต้องเตรียมตัวคลอดภายใน 24 ชั่วโมงค่ะ

อาการที่กล่าวไปนั้น ถือเป็นอาการที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหมั่นสังเกตตัวเองอยู่เสมอนะคะ เพราะถ้าคุณแม่ปล่อยให้ผ่านไป ก็คงไม่ดีต่อสุขภาพของลูก และของตัวคุณแม่ได้ อาการเหล่านี้เป็นอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพของคุณแม่ และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ เมื่อคุณแม่สังเกตว่ามีอาการอย่างใด อย่างหนึ่ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง และเมื่อป้องกันอาการที่รุนแรงจนไม่สามารถรักษาชีวิตน้อย ๆ ในครรภ์ได้อีกต่อไปค่ะ

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.แพ้ท้องระดับไหน เช็คสิ อาการแพ้ท้องของคุณ รุนแรงหรือไม่

2.10 อาหารวิตามินบี 6 สูง ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ดี