แม่ท้องทุกคนล้วนมีความกังวล ความกลัว บางครั้งคิดมากผิดปกติ กับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามากระทบต่อการตั้งครรภ์ หนึ่งในนั้นคือ ภาวะครรภ์เป็นพิษ งั้นเรามาทำความรู้จักกับเรื่องนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ

ภาวะครรภ์เป็นพิษ แม่ท้องกลุ่มไหนเสี่ยงต่อการเกิดโรคครรภ์พิษบ้าง

แม่ท้องกลุ่มไหนเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์พิษบ้าง

โรคครรภ์เป็นพิษ หรือ โรคพิษแห่งครรภ์ (Toxemia or Preeclampsia) ปัจจุบันนิยมเรียกว่า โรคความดันโลหิตสูงที่ชักนำให้เกิดโดยการตั้งครรภ์ เป็นโรคที่เกิดกับหญิงตั้งครรภ์ที่มีความดันโลหิตสูงร่วมกับการมีโปรตีน หรือ ไข่ขาว (Albumin) รั่วออกมาในปัสสาวะ บางรายอาจมีอาการบวมร่วมด้วย เกิดในช่วงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์เป็นต้นไป จนถึงระยะ 4-6 สัปดาห์หลังคลอด แต่มักพบบ่อยในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ พบได้ประมาณร้อยละ 2-6 ของการตั้งครรภ์ และเป็นสาเหตุสำคัญอันดับสอง ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์ รองจากภาวะตกเลือดหลังคลอด
สาเหตุการเกิดครรภ์เป็นพิษ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่มีหลักฐานจากรายงานวิจัยที่กล่าวไว้หลาย ๆ สาเหตุ เช่น ความผิดปกติระบบภูมิคุมกันของแม่ ความผิดปกติการฝังตัวของรก พันธุกรรม อาหาร และสิ่งแวดล้อม  รวมถึงการอักเสบของระบบเส้นเลือดต่างๆ
แม่ท้องกลุ่มไหนเสี่ยงต่อการเกิดโรคครรภ์เป็นพิษบ้าง มีงานวิจัยที่ยืนยันความเสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษเพิ่มขึ้นในกลุ่มเหล่านี้ มักพบในครรภ์ของแม่ท้องแรกมากกว่าครรภ์หลัง แม่ท้องกลุ่มอายุที่น้อยกว่า 18 ปี และกลุ่มที่อายุมากกว่า 35 ปี  มีประวัติในครอบครัว หรือครรภ์แฝด และครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar pregnancy) กลุ่มแม่ท้องที่มีโรคประจำตัวก่อนการตั้งครรภ์
ข้อสังเกตเบื้องต้น หากมีอาการเหล่านี้ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง อาการตาพร่ามัว จุกแน่นลิ้นปี่ และชายโครงด้านขวา อาการบวมทั่วตัว น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว แม่ท้องอย่านิ่งนอนใจนะคะ เพราะภาวะครรภ์เป็นพิษจะมี 3 ระดับความแรงด้วยกัน ระดับแรก Mild preeclampsia  เป็นภาวะครรภ์เป็นพิษไม่รุนแรง มีความดันโลหิตสูงมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับการมีโปรตีนในปัสสาวะ สิ่งที่สังเกตได้ คือแม่ท้องจะมีอาการบวม ต่อมาเป็นระดับ Severe pre-eclampsia ภาวะครรภ์เป็นพิษรุนแรง อาจจะมีอาการจุกแน่นหน้าอก น้ำคั่งในปอด จุกแน่นลิ้นปี่หรือชายโครงด้านขวา (จากเลือดออกที่ตับ) เนื่องจากเป็นภาวะที่อันตรายต่อแม่ท้องและทารกในครรภ์ รวมไปถึงอาการอื่น ๆ  ที่จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งหากพบอาการนี้แล้วไปพบแพทย์อย่างทันท่วงที ลูกน้อยในครรภ์ก็จะปลอดภัย และ eclampsia ภาวะครรภ์เป็นพิษขั้นรุนแรงที่สุดจนเกิดอาการชักหมดสติ ซึ่งถือว่าเป็นอันตราย
การป้องกัน หากแม่ท้องเคยมีเป็นโรคครรภ์เป็นพิษมาแล้ว พบว่าโอกาสจะเป็นซ้ำอีกครั้งก็มีบ่อยขึ้นเช่นกัน โดยถ้ามีประวัติครรภ์เป็นพิษชนิดไม่รุนแรงในช่วงใกล้คลอด จะมีโอกาสเกิดซ้ำประมาณร้อยละ 10  ขณะที่ถ้ามีประวัติเป็นครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง โอกาสเกิดเป็นซ้ำประมาณร้อยละ 20 แต่ถ้าเคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษตั้งแต่อายุครรภ์น้อยกว่า 30 สัปดาห์ จะมีโอกาสเป็นซ้ำได้สูงถึงร้อยละ 40 ในครรภ์ถัดไป ดังนั้นผู้ที่มีประวัติครรภ์เป็นพิษ แล้วตั้งครรภ์ใหม่อีก ควรรีบฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด และแจ้งประวัติแก่แพทย์ที่ดูแลครรภ์ เพื่อประโยชน์ต่อตัวคนไข้เอง
ปัจจุบันมีผู้วิจัยหลายรายพยายามหาวิธีป้องกันโรคครรภ์เป็นพิษนี้ แต่จากข้อมูลปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ปัจจุบันมีการผลิตชุดการตรวจคัดกรองที่สามารถตรวจหาความเสี่ยงต่อการเกิดโรคครรภ์เป็นพิษ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค หรือเสี่ยงต่อการเกิดซ้ำ แต่ด้วยราคาแพงทำให้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก  ดังนั้นสิ่งที่สูติแพทย์ใช้ในการค้นหาโรคนี้ในปัจจุบัน คือ การตรวจติดตามวัดความดัน และตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ ดังนั้นการไปฝากครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการป้องกันและหาทางแก้ไขที่ดีที่สุดทางหนึ่งนั่นเอง

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

Sponsored