สวัสดีค่ะอยากจะมาแชร์ประสบการณ์การตั้งครรภ์และการคลอดนะคะ ก่อนหน้าที่จะตั้งท้องเรายังเรียนไม่จบ เรียนอยู่มหาลัยปี 4 การเรียนค่อนข้างดี 3 กว่าตลอด ระหว่างที่เรียนก็มีแฟนไปดัวย จนมาถึงเดือน กุมภาพันธ์รู้สึกว่าตัวเองประจำเดือนขาดไปสองวัน

รกเสื่อม

ก็เอะใจว่าท้องหรือเปล่าเลยซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์มาลองตรวจดู สุดท้ายขึ้นว่าตั้งครรภ์ ตอนแรกดิฉันทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ โลกเคว้งไปหมด เพราะยังไม่พร้อม แต่อีกใจก็มีความปิติ ที่จะได้เป็นแม่คน

เมื่อแม่ รกเสื่อม สู้เพื่อลูกน้อย!

ดิฉันจึงนำเรื่องที่ตั้งท้องไปปรึกษาทางญาติพี่น้อง หลายๆ คนก็บอกให้เอาออก แต่ดิฉันยืนกรานว่าไม่ ก็เลยแต่ได้โกหกไปว่าเอาเด็กออกไปแล้ว แต่ระหว่างนั้นดิฉันก็ดูแลตัวเองตลอด พยายามกินของที่มีประโยชน์ หาหมอให้ตรงเวลา กินยาตามที่คุณหมอให้มาอย่างเคร่งครัด เพราะอยากให้ลูกน้อยในครรภ์เติบโตมาได้อย่างสมบูรณ์ จนช่วงดิฉันอายุครรภ์ได้ 6 เดือน ท้องเริ่มออกเลยตัดสินใจไม่กลับบ้าน เพราะกลัวทางญาติพี่น้องจับได้ ก็ย้ายมาอยู่กับแฟนค่ะ
เรียนไปตั้งท้องไป แต่ก็จบได้ด้วยดี พอเข้าสัปดาห์ที่ 37 เริ่มรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลงจากที่ดิ้นทั้งวันกลายเป็นดิ้นไม่เกิน10 ครั้งต่อวัน ดิฉันเลยไปหาหมอให้หมอซาวน์ดูว่าน้องเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่ค่อยดิ้น จากที่เมื่อก่อนน้องเป็นคนดิ้นเก่ง ถีบเก่ง พอซาวน์ผลปรากฏออกมาว่า สายรกของแม่เสื่อมแล้ว ต้องรีบผ่าเอาน้องออก
เลยถูกส่งตัวไปนอน รพ คืนวันที่ 5 ตุลาคม นัดผ่า วันที่ 6 ตุลาคม ช่วงประมาณ 9 โมง เช้าวันที่ 9 เวลาประมาณ 8 โมงพยาบาลแอลกอฮอล์ป้าย ที่ขาขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วเอามาเทียบกับแขนว่ารู้สึกเหมือนกันไหม จนเราไม่รู้สึกเย็นแล้ว หมอก็มาทำการผ่าก็ได้มาสอดสายฉี่ให้
บอกตรงๆค่ะ เวลานั้นกลัวมาก อีก 1 ชั่วโมงที่มาถึง คิดไปหมด เราจะเป็นอะไรไหม เจ็บมากหรือเปล่า ลูกเราจะออกมาครบถ้วนสมบูรณ์ไหม เป็นเด็กแข็งแรงหรือเปล่า คิดไปหมดจริงๆ ค่ะ พอเวลา 8.45 น. ก็มีบุรุษพยาบาลมาเข็นเราจากห้องไปห้องผ่าตัดค่ะ ตอนนั้นกลัวมาก สั่นไปหมด จนถึงห้องผ่า วิสัญญีแพทย์ก็ทำการบล็อคหลังให้ค่ะ แต่ไม่เจ็บอย่างที่คิดเลย
หลังจากบล็อคแล้ว วิสัญญีก็จะประเมินว่าท่อนล่างของเราชาหรือยัง เค้าก็จะทดสอบโดยการเอาคลอดให้ค่ะ พอหมอผ่าเอาน้องออกแล้วดิฉันได้ยินเสียงลูก เป็นเสียงที่เฝ้ารอมานาน บอกได้เลยค่ะว่าน้ำตาไหลเลยนาทีนั้น
หลังจากนั้นเค้าก็เอาลูกไปอีกห้องหนึ่ง หลังจากนั้นหมอจะเริ่มเย็บแผลให้ ดิฉันเจ็บจนทนไม่ไหวค่ะ วิสัญญีเลยฉัดยานอนหลับให้ มารู้ตัวอีกทีก็ช่วงบ่ายค่ะ ก็ได้กลับไปพักฟื้นที่ห้อง แต่ก็ถามแฟนตลอดว่าลูกยังไม่มาอีกหรอ นานมากแล้วนะ จนช่วง 4 โมงเย็น มีหมอมาแจ้ง ว่าลูก มีภาวะหายใจเร็ว มีน้ำในปอด ต้องรอดูอาการน้องที่ห้อง nicu ก่อน
ดิฉันร้องไห้เลยค่ะ สงสารลูกจับใจ แต่ก็ยังไปเยี่ยมลูกไม่ได้ ต้องรอถอดสายฉี่ก่อน ดิฉันได้ถอดสายฉี่ช่วงบ่ายของวันที่ 7 ตุลาคม ก็ลองลุกลงจากเตียงเพราะอยากไปดูลูก นาทีนั้นเจ็บแผลมาก แต่ความที่อยากเห็นลูกและเป็นห่วงลูกมีมากกว่า เลยฝืนเจ็บลุกเดินไปนั่งรถเข็น แฟนก็พาเราไปหาลูกที่ห้อง nicu พอเห็นลูกเราใจเสียมากค่ะ เพราะต้องอยู่ห้องคุมอุณหภูมิ ให้ออกซิเจน ให้น้ำเกลือ
ถ้าเราเป็นแทนได้ก็อยากเป็นแทนลูกเลยค่ะ แต่หมอก็ได้แค่บอกว่าขอดูอาการน้องไปก่อน สุดท้ายเราได้ออกโรงพยาบาลก่อนลูก แต่เราก็ไม่ได้กลับค่ะ เพราะพยายามปั้มนมให้ลูกได้กินทุกมื้อ หวังว่าลูกจะได้แข็งแรงไวๆ จนวันที่ 13 ตุลาคม หมอก็แจ้งว่าน้องกลับบ้านได้แล้ว
ดิชั้นก็ดีใจมากค่ะ พอกลับมาก็ดูแลลูกสองคนกับแฟน พอทางญาติๆที่เคยบอกว่าให้เอาออก พอได้เห็นหน้าน้องทุกคนก็ต่างดีใจค่ะ อยากจะขอเตือนน้องๆ ที่ยังเรียนไม่จบว่าให้ป้องกันไง้ก่อน แต่ถ้าพลาดมีมาแล้ว อย่าเอาออกเลยค่ะ เชื่อพี่เถอะ เพราะสิ่งน้อยๆ ที่เกิดมาจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของเราเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
คุณแม่ชอบแชร์ โดย นางฟ้า ‘ชาลี

========================

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อย ได้ที่  www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ https://www.facebook.com/teamkonthong/

Sponsored