รกมีหน้าที่สำคัญในการส่งสารอาหารต่างๆ จากแม่ไปสู่ทารกน้อยในครรภ์ เมื่อรกทำงานได้ตามปกติ ก็ทำให้ลูกน้อยปลอดภัย แต่ถ้าเมื่อใดคุณแม่มี ภาวะรกเสื่อม ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์ด้วย ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับ ภาวะรกเสื่อมกันว่าอันตรายกับแม่ท้องและลูกน้อยมากแค่ไหน และมีวิธีการป้องกันอย่างไรบ้าง

ภาวะรกเสื่อม คืออะไร

ภาวะรกเสื่อม คือ รกไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ กล่าวคือ รกไม่สามารถลำเลียงอาหารและออกซิเจนไปสู่ทารกในครรภ์ได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ทารกเติบโตช้า เมื่อคลอดออกมาจะมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ นอกจากนี้ยังทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน และอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้แท้งบุตรได้อีกด้วย

อาการของภาวะรกเสื่อมเป็นอย่างไร

คุณแม่บางท่านอาจไม่ทราบเลยว่ารกกำลังมีปัญหา เนื่องจากภาวะรกเสื่อม อาการมักจะไม่แสดงออกมาให้เห็น แต่คุณแม่สามารถสังเกตถึงความผิดปกติได้จากการดิ้นของทารกในครรภ์ ซึ่งถ้ารกเสื่อมทารกจะดิ้นน้อยลง หรือไม่ดิ้นเลย ดังนั้นคุณแม่ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ โดยจะพบว่าขนาดของมดลูกนั้นจะโตน้อยกว่าอายุครรภ์จริง เพราะทารกเติบโตได้ไม่ดี ซึ่งมีสาเหตุมาจากรกเสื่อมนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้รกเสื่อม

ภาวะรกเสื่อม เกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้

1.เสื่อมตามกาลเวลา

รกนั้นจะมีอายุขัยของมันประมาณ 10 เดือน ดังนั้นเมื่อถึงกำหนดคลอดแล้วคุณแม่ยังไม่คลอด รกจะเริ่มเสื่อมลง จึงไม่สามารถส่งอาหารไปเลี้ยงทารกต่อไปได้

2.การเจ็บป่วยของแม่

อาการเจ็บป่วยของแม่ย่อมทำให้รกทำงานได้ไม่ดี เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด รวมทั้งคุณแม่ที่มีรกผิดปกติ ก็จะทำให้รกทำงานผิดปกติไปด้วย เช่น มีเนื้องอกที่รกหรือมีหินปูนเกาะที่รก รกรอกตัวบางส่วน เป็นต้น

3.การใช้สารเสพติด

คุณแม่ที่สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และใช้ยาเสพติดย่อมส่งผลทำให้รกเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติได้ และยังอันตรายมากอีกด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม รกเสื่อมที่นี่

รกเสื่อมมีผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร

ในขณะตั้งครรภ์ รกไม่เพียงแต่มีหน้าที่นำอาหาร และออกซิเจนไปสู่ทารกในครรภ์เท่านั้น แต่รกยังทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียออกจากทารก รวมทั้งสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นต่อทารกเพื่อปกป้องไม่ให้สารบางชนิดทำอันตรายต่อทารกได้ ดังนั้นถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ตกอยู่ในภาวะรกเสื่อม จะส่งผลต่อทารกโดยตรง จากการขาดเลือดและออกซิเจน ทำให้สมองและร่างกายเติบโตได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้เมื่อเลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ไม่สามารถขับปัสสาวะออกได้ ทำให้มีปริมาณน้ำคร่ำมากเกินไป ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย และทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในที่สุด

รกเสื่อม

วิธีป้องกันภาวะรกเสื่อม

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะรกเสื่อม คุณแม่ควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

1.รักษาโรคประจำตัว

Sponsored

หากคุณมีโรคประจำตัวแต่ต้องการมีบุตร ควรรักษาโรคให้หายขาดเสียก่อนจะเป็นการป้องกันภาวะรกเสื่อมที่ดีที่สุด และควรแจ้งให้แพทย์ที่รับฝากครรภ์ทราบ เพื่อควบคุมไม่ให้โรคกำเริบขึ้นมาอีกขณะตั้งครรภ์นั่นเอง

2.ลด ละ เลิก แอลกฮอล์และสารเสพติด

การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และใช้ยาเสพติดไม่ส่งผลดีต่อคุณแม่ โดยเฉพาะในระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งสารเสพติดส่งผลทำให้เกิดรกเสื่อม ดังนั้นทางที่ดี ควรเลิกสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดก่อนคิดจะมีลูก

3.สังเกตความผิดปกติ

ในระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรดูแลตัวเอง โดยเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นสังเกตความผิดปกติ ด้วยการนับการดิ้นของลูก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจเกิดรกเสื่อม โดยถ้าลูกน้อยดิ้นน้อยกว่าวันละ 10 ครั้งควรไปพบแพทย์ด่วน

4.ตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อคุณแม่ทราบว่าตั้งท้อง ควรรีบไปฝากครรภ์ และมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ซึ่งแพทย์จะคอยดูแลให้คลอดภายในกำหนด โดยไม่ควรมีอายุครรภ์เกิน 41 สัปดาห์ เพื่อช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดรกเสื่อมได้

ประสบการณ์ตรง จากคุณแม่รกเสื่อม

การรู้ถึงสาเหตุและหาแนวทางป้องกันไม่ให้ต้องตกอยุ่ในภาวะรกเสื่อม ก็จะช่วยให้การตั้งครรภ์ของคุณแม่เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งหากคุณแม่ดูแลตัวเองดีๆ และสังเกตความผิดปกติอยู่เสมอ ทั้งคุณแม่และลูกน้อยก็จะปลอดภัยจากอาการรกเสื่อมได้อย่างแน่นอน

= = = = = = = = = = = =

ติดตามความรู้ดี ๆ  และสาระดี ๆ เพิ่มเติม สำหรับแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อย ได้ที่ www.konthong.com หรือ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ได้ที่
https://www.facebook.com/teamkonthong/

We promise to provide the knowledge and know-how for new mom. More and more solutions about how can you grow up your baby. Feel free to contact us if any problems have occurred or have any questions you would like to know. Don’t forget to follow and keep in touch with us on Facebook

https://www.facebook.com/teamkonthong/

บทความน่ารู้ เพิ่มเติม คลิกเลย …..

1.ตะกอนในน้ำคร่ำ คืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

2.เจาะน้ำคร่ำ Q&A : อายุ 34 ต้องเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจภาวะสุขภาพครรภ์